สปท.ตีกลับร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ปมคุมสื่อออนไลน์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

สปท.ตีกลับร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ปมคุมสื่อออนไลน์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มี.ค. 2559 18:18
629 ครั้ง


"คณิต" แจงสื่อออนไลน์ขาดจริยธรรม มีผลกระทบสังคม-ความมั่นคง เจ้าของสื่อออนไลน์ ตปท.ไม่ให้ความร่วมมือ ตั้งข้อสังเกต พ.ร.บ.คอมฯ มีปัญหาทางปฏิบัติหรือไม่ ปมส่งข้อความรบกวน สปท.ข้องใจใช้อำนาจอะไรบังคับเผยข้อมูล ดักปล่อยผ่านจะเสียหน้ามากกว่า ก่อนจะเห็นชอบรายงานข้อสังเกต

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เรื่อง ข้อสังเกตในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...

โดย พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธาน กมธ.ชี้แจงว่า ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องการใช้สื่อออนไลน์ ถือเป็นสื่อที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องการใช้งานบนอินเทอร์เน็ตที่แสดงความเห็นการทำกิจกรรมต่างๆ บนสื่อออนไลน์ แม้จะมีประโยชน์แต่หากใช้ไม่ถูกต้องก็อาจจะเป็นปัญหาได้ เนื่องจากขาดจริยธรรมในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร บิดเบือน ใส่ร้าย ปลุกระดม มีผลกระทบต่อสังคมและความมั่นคงของชาติ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ เจ้าของสื่อออนไลน์ในต่างประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการปิดกั้น ควบคุมปัญหาบนอินเทอร์เน็ตที่อยู่ในความดูแลของภาคเอกชน และปัญหานโยบายของรัฐที่เน้นการขยายเครือข่ายการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทำให้การป้องกันและปราบปรามไม่สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมและทั่วถึง

พล.อ.อ. คณิต กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าการใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่ ในกรณีการใช้กฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทฟรีอีเมล เช่น Hotmail Yahoo Gmail ไม่อาจสร้างระบบเพื่อให้ผู้รับสามารถบอกยกเลิกการรับอีเมลนั้นได้ รวมทั้งในกรณีการส่งข้อความอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอพพลิเคชั่น ไลน์ หรือ MSN WhatsApp หรืออื่นๆ ถือว่าเป็นการส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยวิธีการสื่อสารออนไลน์รบกวนระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นก็อาจมีความผิดตามมาตรา 11 ที่ระบุว่า

ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้อื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าวอันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ สามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้ ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และรัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดแนวทางเกี่ยวกับลักษณะและวิธีการส่ง และลักษณะปริมาณข้อมูลความถี่และวิธีการของผู้ส่ง ซึ่งไม่ถือเป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ได้รับ รวมถึงการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกและปรับ

ทั้งนี้ สมาชิกส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่าหากแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว รัฐจะใช้อำนาจอะไรไปบังคับให้ผู้กระทำผิดเปิดเผยข้อมูล หรือบังคับให้ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารหรือผู้ให้บริการเครือข่ายถอดรหัสข้อมูลออกมา เพราะเวลานี้เราไม่สามารถไปบังคับใครได้อยู่แล้ว ดังนั้นหาก สปท.ปล่อยให้ พ.ร.บ.นี้ผ่านไปจะเป็นการหน้าแตกหรือเสียหน้ามากกว่า จึงอยากให้ กมธ.พิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบต่อรายงานข้อสังเกตดังกล่าว ด้วยคะแนน 157 ต่อ 2 เสียง เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ นำข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นของสมาชิกไปปรับปรุงแก้ไขภายใน 7 วัน ก่อนส่งให้ประธาน สปท.และ ครม.ต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement