'หลวงพี่น้ำฝน' ล้างวัด! รอดีเอสไอ-กองทัพสื่อ ตรวจรถโบราณ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'หลวงพี่น้ำฝน' ล้างวัด! รอดีเอสไอ-กองทัพสื่อ ตรวจรถโบราณ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มี.ค. 2559 15:06
1,444 ครั้ง


"พระครูปลัดสิทธิวัฒน์" เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พาลูกศิษย์ล้างทำความสะอาดลานวัด เตรียมต้อนรับดีเอสไอ-กองทัพสื่อ ที่จะมาตรวจรถโบราณในวันพรุ่งนี้ ย้ำ จนท.ที่มาต้องลงทะเบียนทุกคน เพื่อป้องกันพวกแอบแฝง ฝ่ายกฎหมาย จี้ ดีเอสไอตรวจรถที่เหลืออีก 6 พันคันทันที...

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 59 ที่วัดไผ่ล้อม อ.เมืองนครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ"หลวงพี่น้ำฝน" เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม นำคณะสงฆ์และเด็กวัดเร่งทำความสะอาดลานจอดรถด้านหน้ากุฏิปิติธนสารสมบัติ เพื่อเตรียมพื้นที่รอรับเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท จากัวร์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่จะเดินทางมาร่วมตรวจสอบรถยนต์แพนเธอร์ จากัวร์ หมายเลขทะเบียน กก 1177 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถโบราณจดประกอบ ที่มีชื่อหลวงพี่น้ำฝนเป็นผู้ครอบครอง เพื่อนำมาไว้โชว์ให้ประชาชน และเยาวชนได้ศึกษาเรียนรู้ ประวัติรถยนต์โบราณแพนเธอร์ ที่สร้างขึ้นเลียนแบบรถโบราณจากัวร์ และเพื่อเป็นกุศโลบายดึงคนเข้าวัด ตามเจตนาตั้งแต่แรกเริ่มที่ลูกศิษย์ได้ถวายมานั้น และเมื่อมีการกล่าวอ้างว่ารถคันดังกล่าวยังมีพิรุธ ต้องสงสัยน่าจะมีการพิสูจน์ทราบให้กระจ่างแจ้ง โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ทางคณะสงฆ์และเด็กวัดจึงได้จัดเตรียมพื้นที่อำนวยความสะดวก แก่เจ้าหน้าที่ฯ และกองทัพสื่อมวลชน ที่คาดว่าในวันพรุ่งนี้ 2 มีนาคม 2559 ตั้งแต่ช่วงเช้าคงแห่กันมามากมายเหมือนเมื่อหลายวันก่อนนี้

ล้างวัดรอ

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลความสะดวกเรียบร้อย เรื่องการจอดรถ ลงทะเบียนเจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน (ไม่มีรั้วกั้นสื่อ) และเพื่อจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม บริการแขกผู้มาเยือน อาตมาไม่เคยคิดว่าพวกท่านเป็นเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายจับผิด ทางกลับกันอาตมามองว่าท่านทั้งหลายเป็นมิตรของอาตมา และเป็นมิตรแท้ที่สำคัญ เป็นแขกพิเศษ ที่จะมาทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ของอาตมาและเป็นบรรทัดฐานที่ดีงามในเรื่องของรถจดประกอบสืบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนใกล้ชิดของหลวงพี่น้ำฝน บอกว่าหลวงพี่น้ำฝนได้เตรียมท้าวเวสสุวรรณ เนื้อผงตะเคียนทอง แก้ปีชง แก้เสนียดจัญไร ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่หายากมากใน พ.ศ.นี้ไว้แจกให้สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่และประชาชนที่คาดว่าจะมาให้กำลังใจแน่นวัดในวันพรุ่งนี้

ด้านนายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ไวยาวัจกร และฝ่ายกฎหมาย วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม เปิดเผยว่า ตามที่ดีเอสไอ จะมาตรวจรถโบราณหลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อม นั้น ตามหนังสือแจ้งความประสงค์ที่จะมาขอตรวจสอบรถนั้น ประกอบด้วย 7 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทางหลวงพี่น้ำฝน มีความยินดีให้ความร่วมมือและให้ความสะดวก เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณชน และเพื่อคลายความเคลือบแคลงสงสัยของสังคม แต่เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามหลักมาตรฐาน เพื่อความชัดเจนถูกต้อง จึงขอความร่วมมือให้ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มาร่วมตรวจสอบ ขอให้ลงทะเบียน แสดงบัตรประจำตัว และหน่วยงานต้นสังกัดด้วย

นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวอีกว่า กรณีการตรวจสอบรถจดประกอบดังกล่าว ได้เรียกร้องให้ดีเอสไอ ตรวจสอบรถจดประกอบจำนวนประมาณ 5,000-6,000 คัน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้เลยทันที โดยไม่ต้องมีผู้แจ้งความกล่าวโทษ เนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดิน หรือความผิดต่อรัฐ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำชี้แจงจากดีเอสไอ แต่อย่างไร ทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่า มีความผิดปกติอะไรในการนำเข้าและจดประกอบในรถจำนวน 5,000- 6,000 คันหรือไม่ ขณะนี้ดีเอสไอได้เปิดเผยชื่อผู้ครอบครองรถจดประกอบเพียง 2 คัน ในจำนวนรถเกือบ 5,000-6,000 คัน คือรถวัดปากน้ำกับรถวัดไผ่ล้อม ซึ่งผลการสอบสวน อาจไม่มีความผิดก็ได้ แต่ผู้ถูกเปิดเผยรายชื่อได้รับความเสียหายไปแล้ว ฉะนั้นเพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน และเพื่อความบริสุทธิ์ใจของดีเอสไอ จึงขอเรียกร้องให้ดีเอสไอเปิดเผยรายชื่อผู้ครอบครองรถที่เหลือจำนวนประมาณ 5,000-6,000 คันด้วย

พร้อมให้ตรวจสอบ


นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีอำนาจสืบสวนสอบสวนในคดีอาญาสำคัญ ตามความผิดมูลฐาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของประชาชน แต่สังคมมองว่าที่ปรากฏเป็นข่าวในปัจจุบันมีเพียงคดีรถวัดปากน้ำกับวัดไผ่ล้อมเท่านั้น จึงขอฝากให้ดีเอสไอและรัฐมนตรีที่กำกับดูแลช่วยพิจารณาด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามกระแสข่าวที่ว่าทนายถอยตัวจากการเป็นฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำนั้น สาเหตุมาจากพระผู้ใหญ่ในวัดไม่พอใจการทำงาน เนื่องจากอาจสาวถึงตัวการพระที่ครอบครองรถนั้นจริงหรือไม่ นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ตนยังไม่ได้ถอนตัวจากการเป็นฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำแต่อย่างไร ทั้งรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับรถยนต์วัดปากน้ำ ก็ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้ว จึงไม่มีประเด็นเรื่องสาวถึงตัวการ แต่เหตุที่ลดบทบาทในการทำคดีดังกล่าว เนื่องจากตนถูกทาบทามให้มารับตำแหน่งนายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย ซึ่งจะจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเร็วๆ นี้ โดยมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อดูแลเรื่องข้อกฎหมายให้กับวัดและพระสงฆ์ทั่วไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    62.5%
  • ไม่ชอบ
    12.5%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    12.5%
  • ให้กำลังใจ
    12.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement