'น้องไอดิน' ไข้ลดรู้สึกตัว ยังต่อสายระบายลมช่องเยื่อหุ้มปอด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'น้องไอดิน' ไข้ลดรู้สึกตัว ยังต่อสายระบายลมช่องเยื่อหุ้มปอด

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มี.ค. 2559 10:55
5,808 ครั้ง


แพทย์เผยอาการล่าสุด "น้องไอดิน" ไข้ลดแล้ว รู้สึกตัวดี แต่ยังต้องต่อสายระบายลมช่องเยื่อหุ้มปอด ขณะบ้านพักเด็กเห็นควรให้ครอบครัวต่างประเทศรับน้องไอดินเป็นบุตร เพื่อแก้ปัญหาในอนาคต ด้าน ตร.เตรียมนำตัวสามีผู้ต้องหาไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ว่ามีส่วนลงมือทำร้ายลูกหรือไม่...

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 59 มีรายงานความคืบหน้าอาการของ "น้องไอดิน" ทารกที่ถูกแม่ทำร้ายแล้วฝังดิน แต่รอดปาฏิหาริย์ หลังจากรับเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลขอนแก่น กระทั่งบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่นลงไปติดตามความเป็นอยู่ นำไปดูแลนั้น โดยนางอภิญญา ก้อยทอง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า ภายหลังทีมสหวิชาชีพ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ต้องหาที่บ้านใหม่นาเพียง ต.ใหม่นาเพียง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น หากดูความเป็นอยู่ในครอบครัวของน้องไอดิน คือไม่พร้อมในทุกๆ ด้าน เพราะข้อมูลที่ได้จากญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน ทำให้รู้ว่า พ่อ แม่ มีหนี้สินรุงรัง ที่ผ่านมาพี่ชายของน้องไอดินก็มีเพียงคุณยายเลี้ยงดู ฉะนั้นเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะน้องไอดิน ทุกฝ่ายจึงเห็นว่าครอบครัวไม่มีความพร้อมที่จะรับน้องไอดินมาเลี้ยงดู

"แต่ถ้าในเรื่องสิทธินั้น ครอบครัว ญาติพี่น้อง มีสิทธิในตัวน้องไอดินเต็มที่ แต่เมื่อรับกลับสู่ครอบครัวแล้ว การเลี้ยงดู สภาพจิตใจ และสภาพแวดล้อมรอบตัวจะทำร้ายน้องหรือไม่ อีกทั้งคุณยาย ซึ่งเป็นมารดาของผู้ต้องหาหรือก็คือผู้สืบสันดานโดยตรงของน้องไอดิน ก็บอกกับทีมสหวิชาชีพแล้วว่า รักน้องไอดิน แต่ไม่มีความสามารถเลี้ยงดูหลานได้ ต่อไปก็คงจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนที่ว่า เมื่อน้องไอดินแข็งแรง บ้านพักเด็กก็จะรับตัวออกมา ทำเรื่องส่งต่อให้บ้านเด็กแคนทองดูแล จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะช่วยกันดูแลน้องไอดินเช่นเดียวกับลูกๆ รายอื่นๆ ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน"

ส่วนกรณีมีคนมาขอรับน้องไอดินไปเลี้ยงเป็นบุตรนั้น รายละเอียดตรงนี้หลายฝ่ายต้องมีการพิจารณาตรวจสอบร่วมกัน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็มาขอรับน้องไปเลี้ยงได้ ซึ่งในเรื่องการรับทารกไปเลี้ยงดูนั้น ตามระเบียบต้องเรียงลำดับว่าทารกรายใดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ตรงกับครอบครัวใดที่มาลงชื่อไว้ ครอบครัวนั้นก็จะได้ทารกลำดับนั้นไป ในส่วนของน้องไอดินทางทีมสหวิชาชีพพิจารณาแล้วว่า จะนำไปเข้ากลุ่มครอบครัวต่างประเทศ เพราะถ้าเป็นครอบครัวคนไทย จะมีผลกระทบต่อน้องไอดินในอนาคต

ทั้งนี้ ต้องมีการแจ้งเกิดน้องไอดินที่ อ.แวงใหญ่ เสียก่อน เพราะน้องมีครอบครัว มีบิดา มารดา แต่การแจ้งเกิดน้องจะต้องแจ้งภายใน 15 วันตามระเบียบ ซึ่งยายของน้องไอดินต้องการตั้งชื่อให้น้องไอดินเป็นชื่อที่มีความหมายและเป็นมงคล ซึ่งอาจจะต้องมีการดูฤกษ์ ดูชื่อที่ดี ที่เหมาะสมแก่น้องมากที่สุด จากนั้นก็จะไปแจ้งเกิดทันที

ในส่วนของมารดาน้องไอดิน ซึ่งเป็นผู้ต้องหา ถูกคุมขังที่เรือนจำ อ.พล นั้น ทีมสหวิชาชีพรอผลดีเอ็นเอของบิดา และดูสรุปผลทางคดีก่อน จึงจะส่งนักจิตวิทยาเข้าไปเยี่ยมและสังเกตอาการ ซึ่งเป็นการดูแลร่วมกับทางเรือนจำ อ.พล รวมทั้งได้ประสาน ผอ.โรงเรียนที่พี่ชายน้องไอดินเรียนหนังสืออยู่ให้ดูแลเด็กทั้งสองคนอย่างใกล้ชิด แต่จากข้อมูลที่ได้จากทางโรงเรียนทราบว่า เด็กทั้งสองคนไม่ค่อยไปเรียนหนังสือ และช่วงที่เกิดเหตุการณ์มารดาถูกจับก็หายหน้าไป ไม่ไปเรียนเลย ญาติๆ บอกว่า ทั้งสองคนออกจากบ้านไปรับจ้างตัดไม้ในป่า ซึ่งในจุดนี้ทีมสหวิชาชีพก็จะเข้าไปเยี่ยมและดูแลเด็กๆ เช่นกัน

ส่วนอาการของน้องไอดิน นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น เผยว่า หลังจากที่เมื่อวานนี้ น้องไอดินมีไข้สูง และมีภาวะปอดอักเสบนั้น เนื่องจากน้องเพิ่งมีไข้วันแรก และเพิ่งเปลี่ยนยาปฏิชีวนะ ยังไม่สามารถประเมินอาการได้ ต้องดูอาการ 2-3 วันก่อน แต่ขณะนี้ไข้ลดลงแล้ว รู้สึกตัวดี หายใจหอบเล็กน้อย ยังคงงดเยี่ยม งดอาหาร และให้สารน้ำและยาปฏิชีวนะตัวใหม่ผ่านทางเส้นเลือดดำ และคอยเฝ้าสังเกตอาการของน้องถี่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อไม่ให้ติดเชื้อ และยังต่อสายระบายลมให้ช่องเยื่อหุ้มปอด

ด้าน พ.ต.อ.คเชนทร์ ยืนยง ผกก.สภ.แวงใหญ่ เผยว่า การสอบสวนพยานแวดล้อมทางตำรวจทำให้รอบคอบที่สุด รวมทั้งการสอบสวน นายบุญญา นาทาม สามีผู้ต้องหาก็สอบสวนตามขั้นตอน เพราะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ต้องหาอยู่ด้วยกันขณะที่ผู้ต้องหาคลอดลูก ซึ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมทั้งยินยอมให้ตรวจอีเอ็นเอ คาดว่าจะทราบผลในอาทิตย์นี้ อย่างไรก็ตาม การตรวจดีเอ็นเอของ นายบุญญา นั้น ไม่ใช่เพื่อต้องการทราบว่าเป็นบิดาของน้องไอดินหรือไม่เท่านั้น แต่ในจุดที่ฝังน้องไอดิน มีหยดเลือดตามใบไม้ กระดาษทิชชูที่เป็นวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ จึงต้องตรวจดีเอ็นเอเป็นการพิสูจน์ว่า มีบุคคลอื่นร่วมกันทำร้ายน้องไอดินหรือไม่ ทั้งนี้ในส่วนของสำนวนการสอบสวนนั้นจะส่งอัยการได้ภายในอาทิตย์นี้เช่นกัน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    22.0%
  • ไม่ชอบ
    3.7%
  • สนุก
    1.2%
  • ประหลาดใจ
    3.7%
  • เสียใจ
    6.1%
  • ให้กำลังใจ
    63.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement