“เอทานอล” ทางออกของพลังงานไทย กับสุดยอดแผนการที่วางไว้ แต่คนไทยไม่เคยรู้! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

“เอทานอล” ทางออกของพลังงานไทย กับสุดยอดแผนการที่วางไว้ แต่คนไทยไม่เคยรู้!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มี.ค. 2559 12:01
44,048 ครั้ง


อย่าคิดว่าโลกร้อนขึ้นทุกวันแล้วประเทศไทยจะนิ่งเฉย!

(สตาร์ตรถหนึ่งคันยังทำร้ายโลก แล้วถ้าสตาร์ตหลายคันจะขนาดไหน?)

อย่างที่รู้กันว่าทุกวันนี้ เพียงแค่สตาร์ตรถออกมาทำงานในแต่ละวัน ก็มีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้น เพียงเพราะควันจากท่อไอเสียเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ชั้นบรรยากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว และยังทำให้เกิดภัยพิบัติต่างๆ ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วมฉับพลัน หรือ ภัยแล้ง ซึ่งในท้ายที่สุดก็จะวกกลับมาทำร้ายมนุษย์เรากันเองนั่นแหละ


(อากาศที่แปรปรวนส่งผลทั้งน้ำท่วมฉับพลันและภัยแล้ง)

ถ้าไม่ใช้พลังงาน ไม่ขับรถ แล้วในทุกๆ วันเราจะใช้ชีวิตกันอย่างไร?

เชื่อว่าคำถามเหล่านี้ คงจะผุดขึ้นในใจของใครหลายคนแน่นอน…

จากคำถามเหล่านี้ ประเทศไทยเองก็ไม่ได้เพิกเฉยแต่อย่างใด ไม่ว่าจะภาครัฐหรือภาคเอกชนก็ได้ร่วมกันหาทางออกเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกอยู่ตลอดมา จนพัฒนามาเป็น “แผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2015)” แผนแม่บทของรัฐบาลในเรื่องพลังงานทดแทนในอนาคต ซึ่งมี “อ้อย” พืชไร่ใกล้ตัวของคนไทย เป็นพลังงานสะอาดที่เราสามารถปลูกได้เองบนดิน ไม่มีวันหมด เป็นหัวใจหลัก และที่สำคัญยังเป็นการช่วยชาติประหยัดงบประมาณ เพราะลดการนำเข้าน้ำมันและไม่ทำร้ายโลก!

อ้อย ทดแทนพลังงานแบบเก่าได้อย่างไร ใครรู้บ้าง?

(“อ้อย” ตัวช่วยหลักพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก http://goo.gl/BmTVYT)
(ผลคาดว่าจะได้รับจากแผน AEDP 2015 หน้า 20 http://goo.gl/51tuwQ)


หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าประเทศไทยนั้นได้มีการวางแผนเกี่ยวกับการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกมานานแล้ว ซึ่งชื่อย่อสั้นๆ นั่นก็คือ “AEDP 2015” โดยแผนนี้มีความต้องการที่จะลดการใช้พลังงานที่มาจากการขุดเจาะฟอสซิล แล้วเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจาก “อ้อย” โดยแผนจะดำเนินการระยะยาวร่วม 20 ปี ซึ่งถ้าบรรลุตามแผนได้จริง ก็จะช่วยชาติประหยัดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศได้กว่า 6 แสนล้านบาท! ต่อปี


เรียกได้ว่า “อ้อย” เป็นพืชที่ไม่ธรรมดาเลย ทุกส่วนของอ้อยนั้นมีประโยชน์มาก เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า นอกจากจะผลิตน้ำตาลได้แล้ว ส่วนที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลยังสามารถนำมาผลิตพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ได้อีก อาทิ “ชานอ้อย” นำมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล ไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถแปรรูปชานอ้อยเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าและขายให้การไฟฟ้าได้สูงถึง 2,700 ล้านหน่วย หรือเทียบเท่าการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนภูมิพลสองเขื่อนรวมกัน เป็นการช่วยชาติประหยัดพลังงานในแบบที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

(ขอบคุณภาพโรงงานเอทานอล ภาพไร่อ้อย และข้อมูลจากกลุ่มมิตรผล)

ซึ่งไม่ใช่แค่ภาครัฐ แต่ภาคเอกชนหลายๆ แห่งก็ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ อย่างผู้ผลิตน้ำตาลในประเทศไทย ก็ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อ้อย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงเป็นที่มาของการนำกากน้ำตาลมาหมักกับยีสต์ ออกมาเป็น “เอทานอล” หัวใจสำคัญที่เป็นส่วนประกอบหลักของแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเอทานอลมาผสมเพื่อลดสัดส่วนการใช้น้ำมันเบนซิน ที่ประเทศไทยยังต้องนำเข้าปีละมหาศาล จะเห็นได้ว่าใน 3 ปีที่ผ่านมา การใช้ “เอทานอล” นั้นเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัว ทำให้คนไทยใช้ “เอทานอล” ถึงวันละ 3.5 ล้านลิตร เรียกได้ว่าถ้าหากคนไทยหันมาใช้พลังงานจาก “เอทานอล” กันมากขึ้น ความตั้งใจที่อยากจะช่วยชาติประหยัดการใช้พลังงานจากการขุดเจาะน้ำมันตามแผนที่ได้วางไว้นั้น ก็คงดูไม่ไกลเกินฝัน 


งานนี้ “แผน AEDP 2015” หรือ “แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก” นั้นเรียกได้ว่าถูกวางขึ้นมาอย่างเหมาะสม และสามารถช่วยหาทางออกเรื่องพลังงานของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแต่เรื่องราวดีๆ เหล่านี้แค่ซ่อนตัวอยู่ เหมือนการ “ปิดทองหลังพระ” นั่นเอง เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ทำไมเราจะไม่ช่วยกันใช้พลังงานของเรา เพื่อประเทศของเราล่ะ?

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    89.1%
  • ไม่ชอบ
    3.8%
  • สนุก
    0.8%
  • ประหลาดใจ
    1.4%
  • เสียใจ
    0.6%
  • ให้กำลังใจ
    4.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement