แล้งหนักน้ำเค็มเอ่อทะลักกระทบ รพ. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แล้งหนักน้ำเค็มเอ่อทะลักกระทบ รพ.

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 มี.ค. 2559 08:01
401 ครั้ง


ขณะนี้ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งแล้ว เนื่องจากโรงพยาบาลต้องสูบน้ำดิบในแม่น้ำปราจีนบุรีมาผลิตน้ำประปา จากการตรวจวัดค่าน้ำในวันนี้พบว่าค่าความเค็มของน้ำอยู่ที่ 600 คอนดักคีวีตี้ ซึ่งเป็นค่าความเค็มที่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ในการล้างเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะเครื่องมือฟอกไต แต่ค่าความเค็มในระดับนี้ยังสามารถใช้อุปโภคและบริโภคได้ เพื่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทางโรงพยาบาลได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอรถน้ำบรรทุกน้ำดิบมาสนับสนุน เช่น กรมน้ำบาดาล ส่งรถบรรทุกน้ำมาผลิตเป็นน้ำสะอาดอาร์โอ สามารถใช้ล้างอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนน้ำจาก อบจ.ปราจีนบุรี และทหารมณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์

นพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผอ.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า โรงพยาบาลได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งโดยตรง โดยเฉพาะผู้ป่วยในปีนี้ได้รถน้ำมาจากกรมน้ำบาดาล เป็นรถบรรทุกน้ำที่มีคุณสมบัติพิเศษ มีเครื่องมือกรองน้ำดิบสามารถนำมาใช้ล้างทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์ รวมทั้งนำน้ำไปผลิตเพื่อผ่านเครื่องอาร์โออีกชั้นหนึ่งของโรงพยาบาลเพื่อฟอกไต ซึ่งกรมน้ำบาดาลได้สนับสนุนรถมาให้ทางโรงพยาบาลเป็นเดือนแล้ว สำหรับน้ำที่เกี่ยวกับคนไข้จะต้องเป็นน้ำที่สะอาด และได้ประสานขอรถน้ำไปยังกระทรวงสาธารณสุข แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณ โดยโรงพยาบาลมีคนไข้ประมาณ 30,000 คนต่อปี มีเตียง 500 เตียง คนไข้ 500 คนต่อวัน ไม่รวมญาติผู้ป่วย

จ.ฉะเชิงเทรา จากสภาพอากาศแล้ง ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนเข้ามาทางแม่น้ำบางปะกงตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.นั้น นายไชยรัตน์ พันธุ์สิน ผจก.การประปาส่วนภูมิภาค สาขาบางปะกง เปิดเผยว่าทางการประปา สาขาบางปะกง ได้ซื้อน้ำดิบจากบริษัทอีสท์วอเตอร์ ส่งมาจาก จ.ชลบุรี วันละประมาณ 16,000 คิวต่อวัน และดึงน้ำจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต วันละประมาณ 16,000 คิว โดยจะผลิตน้ำประปาตกวันละ 32,000 คิวต่อวัน พื้นที่ อ.บางปะกงส่วนใหญ่เป็นทะเล ทำให้ดินเค็มไม่สามารถเก็บกักน้ำจืดได้นาน ประกอบกับอยู่ใกล้กับอ่าวไทย ทำให้การขุดเจาะน้ำบาดาลไม่ได้ผล พอเข้าสู่ช่วงน้ำทะเลหนุน น้ำบาดาลก็จะกลายเป็นน้ำเค็มทันที และไม่มีพื้นที่ที่จะเก็บกักน้ำได้ จึงต้องอาศัยแหล่งน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงแทน ช่วงน้ำเค็มปีนี้เริ่มตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.2558 และยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อได้น้ำจืดมาก็รีบดันน้ำเค็มในท่อออกไปจนหมด เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน ซึ่งจะต้องให้ค่าความเค็มอยู่ที่ 0.8-0.9 ppt

นายไชยรัตน์เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางการประปาสาขาบางปะกง ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการผลิตน้ำประปาเพิ่มขึ้นเท่าตัว และได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านช่วยกันประหยัดน้ำ ขณะนี้ตอนนี้น้ำในคลองกลายเป็นน้ำเค็มหมดแล้ว เพราะน้ำทะเลหนุนสูงเนื่องจากไม่มีน้ำจืดผลักดันออกปากอ่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    33.3%
  • ให้กำลังใจ
    66.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement