'สารวัตรใหญ่' โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อ เติบโตช้า ถึงเวลาเด็กนายได้ตำแหน่ง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'สารวัตรใหญ่' โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อ เติบโตช้า ถึงเวลาเด็กนายได้ตำแหน่ง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.พ. 2559 23:20
47,638 ครั้ง


เสียงตอบรับที่ดี! 'ชมรมสารวัตรใหญ่ฯ' ออกแถลง 3 ข้อ 'พงศพัศ' รับลูกทันที ตร.ทุกคนสำคัญเท่ากัน ยัน! ไม่ตัดทิ้งความเห็นใคร ด้านสารวัตรใหญ่ 1 นาย โพสต์เฟซบุ๊ก 'ในความโชคร้ายมีความโชคดี' วอนเจ้านายเห็นใจ ไม่อยากถูกแย่งเติบโต

เมื่อวันที่ 29 ก.พ. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ทางทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับ 'ชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทย' ไปเมื่อวานนี้ ด้วยความกล้ำกลืนฝืนทนของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายรวมตัว จ่อยื่น สตช.ทบทวน การตัดโอนตำแหน่งพนักงานสอบสวนเดิมเข้าสู่ตำแหน่งหลัก ขอร้องผู้บังคับบัญชาโปรดเห็นใจตำรวจภูธร หัวเมืองเล็กๆ ที่ทุ่มเททำงานเพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เงินเดือนก็น้อย ยศไม่ขึ้น วิ่งตำแหน่งไม่เป็น ใช้เวลาทั้งหมดทำงานทุ่มเทให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ กลับกลายเป็นต้องถูกดองสกัดการเติบโต

พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

 พร้อมกันนี้ ได้ออกแถลงการณ์ทั้งหมด 3 ข้อ คือ สนับสนุนให้มีการปรับยกสถานีตำรวจขนาดเล็ก ขึ้นเป็นระดับผู้กำกับการหัวหน้าสถานี การพิจารณาหลักเกณฑ์ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้กำกับการหัวหน้าสถานีดังกล่าว สมควรให้สารวัตรใหญ่ผู้ที่ครองตำแหน่งอยู่เดิม มีโอกาสได้รับการพิจารณาด้วย และการพิจารณาเลื่อนสู่ตำแหน่งสารวัตรใหญ่ (สายงานบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) เมื่อมีตำแหน่งว่างจึงจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขึ้น ส่วนพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ (พงส.ผทค.) กลับใช้วิธีการประเมินสอบเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันนั้น


กระทั่งวันนี้ 29 ก.พ. 59 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ เปิดเผยว่า การตัดโอนตำแหน่งของพนักงานสอบสวนน่าจะสมบูรณ์แล้ว ในช่วงบ่ายวันที่ 2 มีนาคม จะประชุมคณะทำงานฯ ครั้งสุดท้ายว่า จำนวนตำแหน่งพนักงานสอบสวนในทุกระดับ ตั้งแต่นายพลจนถึงรองสารวัตร (สว.) ประมาณ 1 หมื่นกว่าตำแหน่ง ว่า ตำแหน่งเหล่านี้จะไปอยู่ที่ไหนอย่างไร

"รวมเรื่องของอำนาจหน้าที่ของผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งดังกล่าวด้วย เพราะจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในการประชุมนี้คณะทำงานฯ จะสรุปทั้งหมด ก่อนจะนำเรียน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ว่า ทำอะไรไปบ้าง กำหนดตำแหน่งตัดโอนไปที่ไหน อย่างไร เช่น นายพลมีอยู่ 14 ตำแหน่ง จะไปอยู่ที่ไหน ควรจะพิจารณาแต่งตั้งคนที่มาทำหน้าที่ มีลักษณะคุณสมบัติอย่างไร จะทำให้ครบและนำเสนอ ผบ.ตร." พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว 

พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ถ้า ผบ.ตร. เห็นชอบตามที่คณะทำงานมีความเห็นเสนอไปจะอนุมัติให้นำเข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการข้าราชการตำรวจฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลที่จะอนุมัติกำหนดตำแหน่งดังกล่าวถ้าตำแหน่งระดับต่ำกว่าผู้บังคับการ (ผบก.) เป็นอำนาจเด็ดขาดสิ้นสุดที่ อนุ ก.ตร.ก็จะนำเสนอ ก.ตร.เพื่อรับทราบเท่านั้น แต่ตำแหน่งนายพลขึ้นไปนั้น ก.ตร.จะอนุมัติให้เพื่อนำเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินการต่อไป ทั้งหลายทั้งปวงจะทำให้เสร็จกลางเดือนมีนาคม เพื่อให้ทันการแต่งตั้งพร้อมกับข้าราชการฝ่ายอื่นๆ ตั้งแต่รอง ผบก.ลงไปจนถึง สว. ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติขยายให้มีการแต่งตั้งแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม

"สำหรับความเห็นไม่ว่าจะเป็นของสมาคมพนักงานสอบสวน ของสมาพันธ์พนักงานสอบสวน ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะกำหนดยุติบทบาทไป รวมถึงกลุ่มสารวัตรใหญ่ หรือแม้แต่ระดับพนักงานสอบสวนในปัจเจกบุคคล ได้รับคำชี้แนะข้อเสนอมากมาย คณะทำงานฯพิจารณาในทุกส่วนทุกความเห็นมีความสำคัญ ส่วนความเห็นของพนักงานสอบสวน ส่วนความเห็นของตำรวจฝ่ายอื่นๆ ด้วย (ฝ่ายป้องกันปราบปราม, ฝ่ายสืบสวน, ฝ่ายจราจร) ทุกคนเสนอมา ระดับหัวหน้าสถานีตำรวจก็เยอะ เราประมวลความเห็นเหล่านี้มาพูดคุยกันในคณะทำงาน ยืนยันว่าไม่ได้ทิ้งความเห็นใครไปเลย แต่บทสรุปออกมาทุกคนจะพึงพอใจหรือไม่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง" พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองเชื่อว่าจากการทำงานของคณะทำงานตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้เน้นการรับฟังความเห็นของพนักงานสอบสวนเป็นหลักเพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบแต่ความเห็นส่วนอื่นๆ รับฟังด้วย เชื่อว่าเมื่อผลออกมาทุกคนควรจะพึงพอใจจะได้เดินหน้าในกระบวนการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จตามที่ ก.ตร.ขยายไว้ จะได้เริ่มต้นทำงาน

ต่อมาวันเดียวกัน นายตำรวจยศ พ.ต.ท. นายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยใจความเขียนไว้ทั้งหมดว่า.....

"อีกมุมมองครับ!!! จากคำสั่ง คสช.ที่ 7/2559 ลง 5 ก.พ.2559 ให้ยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวนจนกระทั่งมีพนักงานสอบสวนผูกคอตายจะด้วยสาเหตุใดจริงๆ นั้นก็ไม่อยากจะพูดถึง ทำให้สังคมรู้สึกเห็นใจ รวมกระทั่งผู้บังคับบัญชาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ต้องรีบแก้ปัญหาให้กับพนักงานสอบสวนในครั้งนี้ ซึ่งทางท่านพงศพัศ พงษ์เจริญ หัวหน้าคณะทำงานในครั้งนี้ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักในครั้งนี้จึงต้องเน้นและให้การช่วยเหลือก่อน ในท่ามกลางความโชคร้าย ก็ยังมีความโชคดีเสมอ การยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน ทำให้พนักงานสอบสวนเข้าสู่ตำแหน่งหลักในทันที อย่าลืมว่าตำแหน่งพนักงานสอบสวนนั้นเติบโตได้รวดเร็วกว่างานสายอื่นๆ เพราะสามารถสอบประเมินได้สูงขึ้นเรื่อยๆ ผิดกับงานสายอื่นที่ต้องวิ่งเต้นและมีตัวแปรอีกมากมาย แถมพนักงานสอบสวนยังมีเงินประจำตำแหน่งมากกว่างานสายอื่น เป็นสองรึสามเท่า เมื่อยุบพนักงานสอบสวนเข้าสู่ตำแหน่งหลัก จึงได้อาวุโสเหนือกว่าสายอื่นๆอีกต่างหาก งวดนี้พนักงานสอบระดับ สบ.3 หลายๆ คนส้มหล่นได้เป็นผู้กำกับ แถม สบ.4 งวดนี้ยังจะได้เป็นหัวหน้าสถานีแบบไม่ต้องออกแรงอีก อะไรจะโชคดีปาน นั้น กลับมามองระดับหัวหน้าสถานีที่เป็นสารวัตรใหญ่ทำงานทุ่มเทมาแทบตาย ล่าสุดโรงพักสร้างใหม่ไม่มีม่านมีแอร์ ต้องหาเงินมาติดเองสองสามแสนบาท หลายคนอาจบอกว่าพวกเอ็งมีเงินนักเลงเงินนอกระบบอยู่ ยุคนี้เหรอครับแค่ไม่ได้ควักเงินเดือนตัวเองก็หรูแล้ว พวกเราก็อยากเติบโตเหมือนกับท่านๆ ทั้งหลาย วอนผู้บังคับบัญชาเห็นใจพวกเราบ้าง เติบโตก็ช้ากว่าถึงเวลายกระดับที่จะได้เติบโตก็โดนแย่งไปอีก เราทราบว่าผู้บังคับบัญชากำลังแก้ไขปัญหาในภาพรวมขององค์กร แต่แก้ปัญหาหนึ่งกลับไปสร้างอีกปัญหาหนึ่ง ขอความเห็นใจ ขอขวัญกำลังใจใหักับพวกเราหน่อยได้ไหมครับเจ้านาย" 

พ.ต.ท. รายหนึ่ง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ขอความเห็นใจ ขอโอกาสจากนายบ้าง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    74.2%
  • ไม่ชอบ
    1.8%
  • สนุก
    12.0%
  • ประหลาดใจ
    1.4%
  • เสียใจ
    0.4%
  • ให้กำลังใจ
    10.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement