ครอบครัว 'เจ๊ติ๊ก' จี้ ตร.จับคนร้าย ยันผู้ตายไม่ได้เป็นทอม-ปล่อยเงินกู้ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ครอบครัว 'เจ๊ติ๊ก' จี้ ตร.จับคนร้าย ยันผู้ตายไม่ได้เป็นทอม-ปล่อยเงินกู้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.พ. 2559 21:01
4,350 ครั้ง


สามีชาวอังกฤษ ของ 'เจ๊ติ๊ก' รุดขึ้นโรงพัก จี้ตำรวจหาสาเหตุการตายที่แท้จริง กรณีถูกประกบยิงเสียชีวิตคารถกระบะ ขณะที่น้องสาวเหยื่อแจงพี่สาวไม่ได้เป็นทอม และไม่ได้ปล่อยเงินกู้ แต่จะให้ยืมเฉพาะคนที่สนิทเท่านั้น ...

กรณีคนร้ายชักปืน .38 กระหน่ำยิงโหด 'เจ๊ติ๊ก' นางรัตนา วอลเล่ย์ อายุ 39 ปี สาวไฮโซ ดับคาปิกอัพ ตำรวจมุ่งปมชู้สาว-ขัดผลประโยชน์ โดยพบเงินติดตัวนับแสนบาท สร้อยคอทองคำกว่า 10 บาท เหตุเกิดเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา บริเวณถนนบางรัก-ควนขัน ม.2 ต.โคกหล่อ ใกล้ห้างเทสโก้โลตัส สาขาตรัง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ยิงดับ 'เจ๊ติ๊ก' คนดังเมืองตรัง พุ่งปมชู้สาว-ขัดผลประโยชน์)

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองตรัง เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี และได้พบ พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง เจ้าของคดี ได้พูดคุยกับ น.ส.รัชนี พลพ่าย อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/3 ม.5 ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง น้องสาวต่างบิดาของผู้ตาย และ Mr.Neil Jeremy Whalley อายุ 48 ปี ชาวอังกฤษ สามีของผู้ตาย ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยมี พ.ต.ท.ภูริทัศน์ ชัยศร สว.จร.สภ.เมืองตรัง ช่วยเป็นล่ามแปลภาษาให้

Mr.Neil Jeremy Whalley เผยว่า ที่มาในวันนี้ เพื่ออยากทราบการเสียชีวิตที่แท้จริง และอยากได้ผลการชันสูตรจากแพทย์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานไปยื่นให้กับบริษัทประกัน เกี่ยวกับการทำพินัยกรรมและแบ่งมรดก ส่วนเรื่องคดีปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่ น.ส.รัชนี น้องสาวผู้ตาย กล่าวด้วยว่า หลังจากได้เห็นข่าวการเสียชีวิตของพี่สาวแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ในเรื่องของการเสนอข่าวทั้งทางโซเชียลและสื่อต่างๆ ว่าพี่สาวของตนเป็นทอม ตามที่สำนักข่าวบางแห่งเสนอไป ซึ่งข้อเท็จจริงพี่สาวของตนเป็นผู้หญิงเหมือนคนทั่วไป มีสามีจดทะเบียนเรียบร้อย เป็นชาวอังกฤษ ทำงานอยู่ที่ธนาคารประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมาพบรักกันที่ จ.ภูเก็ต และแต่งงานกันมากว่า 10 ปี ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าพี่สาวของตนปล่อยเงินกู้ ก็ไม่เป็นความจริง ซึ่งจะให้ยืมเฉพาะคนที่สนิทกัน และหลังทราบข่าวญาติๆ ได้โทรศัพท์กันมามาก และอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ ตร.เร่งหาหลักฐานจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้รู้สาเหตุการตายของพี่สาวอย่างแท้จริง.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    12.5%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    87.5%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement