ร้องรัฐเห็นใจเรือเล็ก ทำประมงอ่าวมหาชัย หลังถูกจับ 2 ลำ จนท.แจงทำตาม ม.67 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ร้องรัฐเห็นใจเรือเล็ก ทำประมงอ่าวมหาชัย หลังถูกจับ 2 ลำ จนท.แจงทำตาม ม.67

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.พ. 2559 20:28
345 ครั้ง


กลุ่มประมงอวนรุนพื้นบ้าน จ.สมุทรสาคร ร้อง จนท.รัฐ ขอความเห็นใจเรือเล็กทำประมงในอ่าวมหาชัย หลังเรือสมาชิกประมงพื้นบ้านถูกจับ 2 ลำ ขณะที่หน่วยงานรัฐแจงทำตาม ม.67 ชี้ความเดือดร้อนชาวประมงนั้นต้องแจ้งผู้มีอำนาจเร่งหาทางออก เบื้องต้นผู้กระทำความผิดต้องว่าไปตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 29 ก.พ. 59 ที่สถานีตำรวจน้ำสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ชาวประมงอวนรุนพื้นบ้าน เกือบ 100 คน ได้มารวมตัวเพื่อร้องขอความเห็นใจจากทางศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงสมุทรสาคร (PIPO) และทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หลังมีเรือประมงพื้นบ้าน 2 ลำ ถูกทหารเรือจากจังหวัดชุมพรเข้าจับกุมขณะที่กำลังทำการประมงอยู่ในอ่าวมหาชัย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยเรือที่ถูกจับกุมคือ เรือประมงของ นายธีระศักดิ์ แพรกสมุทร อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/3 ม.5 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ใช้เรือประมงขนาด 5 ตันกรอส กับเรือประมงของนายแดนไทย อินทร์กลับ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 202/1 ม.4 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ใช้เรือประมงขนาด 6.5 ตันกรอส ซึ่งหลังจากถูกจับกุมแล้ว ทางทหารเรือชุมพรได้นำชาวประมงทั้ง 2 คน และเรือประมงที่มีเครื่องมืออวนรุน 2 ลำ มามอบให้กับ พ.ต.ท.สมพร เก่งธีระพัฒน์ สารวัตรตำรวจน้ำ สถานีตำรวจน้ำ 4 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ เพื่อควบคุมตัวไว้สอบสวนก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลทำให้ชาวประมงที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็ก ทะเลชายฝั่งจำนวน 82 ราย ต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมและความเห็นใจ เพื่อให้ชาวประมงพื้นบ้านเรือเล็กสามารถที่จะทำประมงหากินในอ่าวมหาชัยได้ต่อไปในทุกฤดูกาล โดยในการเข้าเจรจาหารือครั้งนี้ นอกจากจะมี พ.ต.ท.สมพร เก่งธีระพัฒน์ สารวัตรตำรวจน้ำฯ แล้ว ยังมี นาวาตรีศักรินทร์ ซื่อสงวน ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงสมุทรสาคร (ทัพเรือภาคที่ 1) ผู้แทนจากกรมเจ้าท่าส่วนภูมิภาค จ.สมุทรสาคร และผู้แทนจากสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร มาร่วมกันรับฟังปัญหาจากชาวประมงพื้นบ้าน พร้อมกับมีการชี้แจงข้อกฎหมายให้ได้รับทราบสำหรับทางด้านของชาวประมงพื้นบ้านที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 2 คนนั้น เข้าใจดีว่าหน่วยงานที่เข้าจับกุม รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐต้องทำตามกฎหมายที่ศูนย์บัญชาการแก้ประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กำหนดไว้

ทั้งนี้ ชาวประมงพื้นบ้าน เปิดเผยว่า อยากจะขอความเห็นใจจากทางผู้ถือกฎหมาย ให้เห็นใจชาวประมงพื้นบ้านกันบ้าง ถ้าไม่ให้ออกไปรุนกุ้ง รุนปลา นอกเหนือจากการรุนเคยที่กำหนดไว้เพียงแค่ไม่กี่เดือนแล้ว ชาวประมงจะเอาอะไรมากินกัน เพราะที่ผ่านมานั้นชาวประมงพื้นบ้านเคยปรับเปลี่ยนเครื่องมือจากอวนรุน เป็นอวนลอยแล้ว สุดท้ายทำได้ไม่เกิน 1 เดือนก็ไปไม่รอด เนื่องจากไม่มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือ และที่รุนก็รุนเฉพาะในเขตปากอ่าวมหาชัยเท่านั้น ไม่ได้รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่จังหวัดอื่น อีกประการหนึ่งคือ การเข้าควบคุมของทหารเรือเมื่อกลางดึกที่ผ่านมานั้น ได้เข้ามาประมาณ 5 คน พร้อมอาวุธครบมือ และยังสั่งให้นายแดนไทย นั่งคุกเข่าลงยกมือขึ้นกุมไว้บนศีรษะ ซึ่งทำเหมือนกับชาวประมงไม่ใช่คนไทย ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นไทย อีกทั้งยังจะให้ปล่อยเรือประมงทิ้งไว้กลางอ่าวอีกด้วย ซึ่งบางครั้งพวกเราทำผิดเราก็ทราบว่าเราทำผิดและยอมรับความผิดนั้น แต่พวกเราชาวประมงพื้นบ้านเป็นเพียงคนทำมาหากิน ทำเช้ากินค่ำ ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ในช่วงที่ไม่มีให้รุนแล้วพวกเราจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อข้าวกิน เอาเงินที่ไหนส่งลูกเรียน เอาเงินที่ไหนไปจ่ายหนี้สินที่กู้มาเพื่อการประกอบอาชีพ

ขณะที่ทางด้านของหน่วยงานภาครัฐ ที่เข้าพบกับชาวประมงพื้นบ้านนั้น ได้ชี้แจงด้วยข้อบังคับที่ออกมาจาก ศปมผ. และพระราชกำหนดการประมง พุทธศักราช 2558 ทำให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละจังหวัดทุกฝ่ายต้องดำเนินการตาม หากพบเห็นการกระทำความผิด ไม่เช่นนั้นก็ถือเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านที่เกิดขึ้นนี้ ก็จะได้แจ้งให้ทางผู้มีอำนาจในการพิจารณาตัดสินใจได้รับทราบเพื่อการหาทางออกให้อย่างเป็นธรรมต่อไป แต่เบื้องต้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ขอให้ผู้ที่ฝ่าฝืนข้อบังคับนั้น ต้องว่ากันไปตามกฎระเบียบก่อน เพราะถือว่าเป็นการใช้เครื่องมือทำการประมงผิดประเภท เนื่องจากอวนรุนทุกขนาด เป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้อย่างเด็ดขาด ยกเว้นอวนรุนเคยสำหรับพระราชกำหนดการประมง พุทธศักราช 2558 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 67 ระบุว่า

ห้ามมิให้ผู้ใดใช้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้ซึ่งเครื่องมือทำการประมงดังต่อไปนี้ (4) เครื่องมืออวนรุนที่ใช้ติดกับเรือยนต์ เว้นแต่เป็นอวนรุนเคย ส่วนบทลงโทษตามมาตรา 147 ผู้ใดฝ่ายฝืนมาตรา 67 (2) (3) หรือ (4) มาตรา 69 หรือ มาตรา 71 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือปรับจำนวน 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ขณะที่ข้อกำหนดระยะเวลาที่ให้ทำการประมงอวนรุนเคยนั้น มีกำหนดว่าบริเวณอ่าวไทยตอนบน ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ถึงจังหวัดตราด ให้ทำการประมงอวนรุนเคยระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ดังนั้น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ จึงยังไม่ใช่เดือนที่ได้รับอนุญาตให้ทำประมงอวนรุนเคย ซึ่งหากชาวประมงนำเรืออวนรุนออกไป ก็ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย จึงทำให้ต้องถูกจับกุม.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement