สคฝ. ยันลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้าน ไม่กระทบออมเงิน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

สคฝ. ยันลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้าน ไม่กระทบออมเงิน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.พ. 2559 12:10
2,710 ครั้ง


สคฝ. เตรียมลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาท ต่อ 1 บัญชี ต่อ 1 สถาบันการเงิน เริ่ม 11 ส.ค.นี้ มั่นใจไม่กระทบคนออม ช่วยลดความเสี่ยง...

วันที่ 29 ก.พ.59 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะประธานกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2559 นี้จะลดการคุ้มครองวงเงินฝากเหลือเพียง 1 ล้านบาท/1 บัญชี/1 สถาบันการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก จากปัจจุบันที่คุ้มครองอยู่ที่ 25 ล้านบาท/1 บัญชี/1 สถาบันการเงิน โดยการปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบต่อผู้ฝากเงิน เนื่องจากปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ฝากเงินต่ำกว่า 1 ล้านบาทอยู่มากถึง 98.24% ของผู้ฝากเงินทั้งสิ้น 68.9 ล้านราย จากวงเงินฝากประมาณ 11.6 ล้านล้านบาท และที่ผ่านมาได้ทำความเข้าใจกับประชาชนผู้ฝากเงินมาโดยตลอด

"การลดการคุ้มครองวงเงินฝากนั้น จะเป็นการลดความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน หากเกิดวิกฤติกับสถาบันการเงินขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินในขณะนี้มีความเข้มแข็งเพียงพอ ส่วนเงินในกองทุนคุ้มครองเงินฝาก ณ สิ้นปี 2558 อยู่ที่ 1.13 แสนล้านบาท ถือว่าเพียงพอในการดูแลสถาบันการเงินในปัจจุบัน"

สำหรับผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง คือ เงินฝากที่เป็นเงินบาท ได้แก่ เงินฝากกระแสรายวัน บัตรเงินฝาก เงินฝากออมทรัพย์ ใบรับฝากเงิน เงินฝากประจำ ส่วนเงินฝากที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง คือ เงินฝากประเภทที่เป็นเงินตราต่างประเทศ บัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง และเงินฝากระหว่างสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ ยืนยันว่า สถาบันการเงินของไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยในปี 2558 สถาบันการเงินมีกำไรสุทธิรวม 1.93 แสนล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 17.45% จาก 16.83% และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 หรือ เทียร์ 1 เพิ่มขึ้นเป็น 14.60% จาก 13.75% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 2 ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อยอยู่ที่ 2.87% จากการทยอยลดการนับเข้าเป็นเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ด้านสภาพคล่องระบบสถาบันการเงินมีอัตราอยู่ที่ 24.67% สูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 6% สำหรับสินเชื่อของระบบสถาบันการเงินมีทั้งสิ้น 13.23 ล้านล้านบาท แต่มีอัตราการขยายตัวชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ โดย ณ สิ้นปี 2558 สินเชื่อขยายตัวได้ 2.71% จากปี 2557 ที่ขยายตัวได้ 4.3% สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.56% จาก 2.16% ในปีก่อน ขณะที่เงินสำรองสำหรับสินเชื่ออยู่ที่ 4.43 แสนล้านบาท คิดเป็น 131% ของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะเพิ่มสูงขึ้นบ้างแต่ไม่มากนัก เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน ส่วนสินเชื่อของระบบสถาบันการเงินมีทั้งสิ้น 13.23 ล้านล้านบาท แต่มีอัตราการขยายตัวชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจโดย ณ สิ้นปี 2558 สินเชื่อขยายตัวได้ 2.71% จากปี 2557 ที่ขยายตัวได้ 4.3% และสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.56% จาก 2.16% ในปีก่อน

ส่วนการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานั้น กองทุนคุ้มครองเงินฝากมีทั้งสิ้น 1.13 แสนล้านบาท โดยได้รับเงินนำส่งจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในอัตรา 0.01% ของยอดเงินฝากรวมทั้งสิ้น 1,115 ล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างศึกษาแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝาก เพื่อให้ผู้ฝากเงินสามารถรับเงินได้เร็วขึ้นไม่เกิน 30 วัน จากเดิมต้องใช้เวลา 1-2 เดือน ทำให้ผู้ฝากเงินมั่นใจมากขึ้น โดยมีการเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    70.7%
  • ไม่ชอบ
    29.3%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement