คนระยอง ฮือต่อต้าน ธรรมกาย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

คนระยอง ฮือต่อต้าน ธรรมกาย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ก.พ. 2559 08:25
7,560 ครั้ง


ปิด‘สุขุมวิท’ จัดตักบาตร ผู้ว่าประธาน

ดีเอสไอเตรียมเรียกประชุมทีมสืบสวนคดีรถหลวงพี่น้ำฝน เคลียร์ให้ชัดรถยี่ห้ออะไรกันแน่ ส่วนปัญหาการแต่งตั้ง “สังฆราชองค์ใหม่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ที่ยังคาราคาซัง พระนิสิต มจร.พร้อมแสดงจุดยืนต่อรัฐบาล หลังรัฐบาลแสดงออกถึงความไม่เชื่อมั่นต่อมหาเถรสมาคม ระบุเลือกปฏิบัติ ส่งทหารมาคุมเป็นการละเมิดสิทธิ ตักบาตรธรรมกายที่ระยองป่วน

กรณีพนักงานสอบสวนสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอตรวจสอบรถยนต์โบราณจากัวร์ แพนเธอร์ เปิดประทุน รุ่นปี ค.ศ.1975 สีดำ ทะเบียน กก 1177 กรุงเทพมหานคร ของหลวงพี่น้ำฝน หรือพระครู ปลัดสิทธิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม นั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29 ก.พ. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคดีรถยนต์จดประกอบเลี่ยงภาษี จะเรียกประชุมชุดสืบสวนในคดีตรวจสอบรถยนต์โบราณจากัวร์ของหลวงพี่น้ำฝน โดยมี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เป็นประธานการประชุม มีประเด็นในการประชุมคือ จะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท จากัวร์ (ประเทศไทย) ร่วมตรวจสอบรถ ดังกล่าวที่วัดไผ่ล้อม วันที่ 2 มี.ค. เพื่อหาว่าเป็นรถยี่ห้อจากัวร์ หรือแพนเธอร์ กันแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า การตรวจสอบครั้งแรก ในปี 2556 รถคันดังกล่าวจดทะเบียนเป็นรถจากัวร์ อยู่ในกลุ่มรถหรูราคาเกิน 4 ล้านบาท มีมากกว่า 500 คัน โดยผลตรวจจากบริษัท จากัวร์ ประเทศไทย เบื้องต้นไม่พบเลขตัวถังและเครื่องยนต์ในฐานข้อมูล และได้ขอตรวจสอบกับบริษัทแม่ยืนยันไม่ใช่รถจากัวร์ แต่ขั้นตอนเอกสารนำเข้าแสดงเป็นยี่ห้อ จากัวร์ เมื่อจดประกอบรถเป็นยี่ห้อแพนเธอร์ แต่พอจดทะเบียนเป็นรถจากัวร์ (แพนเธอร์) นอกจากนี้ หลังมีผู้มายื่นเรื่องขอให้ดีเอสไอตรวจสอบรถ
หลวงพี่น้ำฝนอีกครั้งเมื่อต้นปี 59

ส่วนปัญหาการแต่งตั้ง “พระสังฆราช” องค์ ใหม่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ยังมีปัญหาคาราคาซังนั้น วันเดียวกัน พระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ในฐานะเจ้าคณะภาค 7 (เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน) กล่าวว่า การที่มหาเถรสมาคม หรือ มส.มีมติเสนอ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช กรรมการ มส.ทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกาย มีมติเห็นชอบร่วมกัน การที่ มส.มีมติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปแล้ว แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่ให้ความเชื่อถือนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะเดียวกัน ยังได้รับรายงานจากคณะสงฆ์ในเขตปกครองภาค 7 ว่า มีทหารเข้าไปตามวัดต่างๆในพื้นที่ภาคเหนือ ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจที่ฝ่ายบ้านเมือง ทำไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติคณะสงฆ์ ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับศาสนา ชาวบ้าน ดูออกว่ารัฐบาลกระทำอย่างไรกับคณะสงฆ์ พยายามให้ประชาชนเห็นว่า คณะสงฆ์ขัดแย้ง หากเหตุการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ต่อไปความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะอยู่ได้อย่างไร

ด้านพระปลัดนนท์ ประธานสภานิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวว่า ขณะนี้สภานิสิต มจร. ประสานไปยังสภานิสิตทุกวิทยาเขตทั่วประเทศเตรียมแสดงท่าทีและจุดยืนต่อรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลมีการแสดงออก ในลักษณะที่ไม่เชื่อถือต่อองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย เลือกปฏิบัติต่อคณะสงฆ์ มีการส่งทหารมาดูและควบคุมนิสิตตามวิทยาเขตต่างๆ เป็นการละเมิดต่อสิทธิของสถาบันการศึกษา เป็นการคุกคามทางอ้อม เนื่องจากพระนิสิตก็ไม่ได้ทำอะไรที่มีความรุนแรง เร็วๆนี้พระนิสิต มจร.จะประสานความร่วมมือกันว่าจะเดินหน้าอย่างไรในการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา

ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีมหาเถรสมาคม ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ ด้วยการมีมติเห็นชอบ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีการประวิงเวลานำขึ้นทูลเกล้าฯนั้น นอกจากหมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมายแล้ว สิ่งที่หนักหนาสาหัสมากกว่า คือความขัดแย้งระหว่างสององค์กรคือ รัฐบาลกับมหาเถรสมาคม ภาพอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทยที่เป็นเมือง ขณะนี้ประเทศมีปัญหามากมายทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และยังจะลุกลามไปยังคณะสงฆ์ ถ้าไม่รีบคลี่คลายปัญหาจะเดือดร้อนกัน ทั้งนี้ อาณาจักรและศาสนจักร จะต้องเกื้อกูลและเคารพซึ่งกันและกัน การที่ มส.มีมติแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชแล้ว เป็นการปฏิบัติตามข้อกฎหมายครบถ้วน รัฐบาลควรดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน ถ้ายังปล่อยคาราคาซังอยู่อย่างนี้ไม่เป็นผลดีแก่บ้านเมืองอย่างแน่นอน ส่วนการร้องเรียนต่างๆ ก็ต้องแยกส่วนกัน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถตั้งใครได้เมื่อมีผู้ร้องเรียนคัดค้าน นอกจากนี้ นับแต่มีกรณีมีผู้ร้องเรียนคัดค้าน มส.ยังคงยืนยันมติเดิม ดังนั้น รัฐบาลควรทำตามกฎหมายคณะสงฆ์ฯ ด้วยการทูลเกล้าฯแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชตามมติดังกล่าว

ด้านนิด้าโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชและสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีควรรอให้ความขัดแย้งในวงการสงฆ์คลี่คลายก่อนจึงค่อยขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ด้านความคิดเห็นต่อการมีสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ เช่น พระครู พระธรรม พระเทพ พระราช สมเด็จ พบว่าประชาชน ร้อยละ 62.11 ระบุว่า พระสงฆ์สมควรมีสมณศักดิ์ต่อไปเหมือนเดิม เพื่อยกย่องพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ขณะที่อีกส่วนระบุว่า พระสงฆ์ไม่สมควรมีสมณศักดิ์อีกต่อไป เพื่อจะได้ตัดขาดจากการหลงในลาภ ยศ สรรเสริญ และความพยายามในการมีตำแหน่งทางสงฆ์ และเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ ร้อยละ 54.44 ระบุว่า เห็นด้วยกับเกณฑ์ การพิจารณาด้านผลงานสาธารณูปการ เพราะเป็น สิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงแรงศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระสงฆ์รูปนั้น

อีกด้านที่จังหวัดระยอง นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ระยอง นางนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดระยอง เป็นประธานพิธีโครงการทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 1,250 รูป ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่จังหวัดระยอง ที่กลางตลาดเมืองระยอง เพื่อนำจตุปัจจัยส่งไปช่วยเหลือแด่พระสงฆ์ตามวัดวาอารามต่างๆใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 7 การตักบาตรครั้งนี้ มีการปิดถนนสุขุมวิทช่วงขาออกเมืองระยอง จากบริเวณสามแยกทางเข้าถนนศูนย์การค้าสาย 4 ไปจดสี่แยกโรงแรมระยองออคิด ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร มีญาติโยมศิษยานุศิษย์ที่เลื่อมใสวัดพระธรรมกายจังหวัดระยอง พากันนุ่งขาวห่มขาว นำข้าวสารอาหารแห้งมาร่วมทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์จำนวนนับพันคน โดยมีพระราชสิทธินายก เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ งานทำบุญตักบาตรครั้งนี้

ปรากฏว่า ได้มีกลุ่มต่อต้านวัดพระธรรมกายในจังหวัดระยอง ประมาณ 20 คน สวมเสื้อดำ ออกมาชูป้ายโจมตีประท้วงวัดพระธรรมกายป่วนงานตักบาตรอยู่ริมถนน จนมีการปะทะคารมกับพระภิกษุที่เดินรับบิณฑบาต โดยอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนจากการปิดถนนทำบุญตักบาตร จึงเกิดการโต้เถียงกัน แต่อย่างไรก็ตาม งานทำบุญตักบาตร ดำเนินการไปจนเสร็จลุล่วงเรียบร้อย ก่อนที่คณะผู้จัดงานจะรีบจัดเก็บสิ่งของ ทั้งกรวย แผงกั้น ออกจากผิวถนน เปิดการจราจรให้เป็นไปตามปกติ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    28.4%
  • ไม่ชอบ
    61.3%
  • สนุก
    1.2%
  • ประหลาดใจ
    3.6%
  • เสียใจ
    2.9%
  • ให้กำลังใจ
    2.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement