ตำรวจรอจังหวะจับ 'พะจุณณ์' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ตำรวจรอจังหวะจับ 'พะจุณณ์'

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ก.พ. 2559 08:15
10,277 ครั้ง


ถ้าเรียก2ครั้งไม่มา คดีส่งไลน์เปิดโปง ซื้อขายตำแหน่งตร.

“บิ๊กป้อม” โต้วุ่น คสช.ต่อท่ออำนาจแจงเขียนบทเฉพาะกาลวางกลไกเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ให้ ส.ว.ลุยปฏิรูปประเทศ-กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ห่วง “ทักษิณ” บรรยายเรื่องประชาธิปไตยไทยที่นิวยอร์ก เชื่ออดีตนายกฯก็รักชาติ “ไก่อู” หวดนักการเมืองร้องหาแต่เลือกตั้ง ไม่เคยทำเพื่อประเทศ กรธ.ซัดพวกรณรงค์โหวตโน รธน.เป็นเผด็จการเสียเอง พท.ฉะสร้างกลไกซ้อนอำนาจกดหัวประชาชน “วรชัย” แหย่ขั้วอำมาตย์เก่าแย่งอำนาจกันเอง โวยทหารราวี “ปู” กลางงานศพ “สมพงษ์” อัด “มีชัย-วิษณุ” สับขาหลอกขู่ชาวบ้านให้กลัวขึงยาว 5 ปี ให้ยอมรับเงื่อนไขติดดาบเพิ่มศาล รธน. “จตุพร” เย้ยเล่นละครตบตาแต่ไม่เนียน “บิ๊กป้อม” โวยโดนอ้างชื่อซื้อขายเก้าอี้ ตร. ปอท.เรียก “พะจุณณ์” รับทราบข้อหาหมิ่นฯ 10 มี.ค.ไม่มา 2 ครั้ง ขู่ออกหมายจับ

จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีข้อเสนอให้มีกลไกในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจนั้น ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอกย้ำว่า เป็นเพียงการวางแนวทางเขียนบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาดำเนินการปฏิรูปประเทศ และจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ

“ประวิตร” ปัดเล่นการเมืองซบรัสเซีย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 28 ก.พ. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย และสหพันธรัฐเบลารุส เมื่อวันที่ 23-27 ก.พ.ว่า การเดินทางไปรัสเซียได้พูดคุยงานด้านความมั่นคงว่าเราจะร่วมมือกันได้อย่างไรบ้าง ได้คุยเรื่องเทคนิคเทคโนโลยีทางการทหาร แต่ไม่ได้พูดคุยเรื่องซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งนี้จะมีคณะกรรมการมาทำงานร่วมกันเกี่ยวกับการก่อการร้ายอาชญากรรมข้ามชาติ และพูดคุยเรื่องการลงทุน การซื้อขายสินค้าพืชผลทางการเกษตร และยังได้คุยบ้างนิดหน่อยเรื่องการซื้อเครื่องบินดับไฟป่า แต่ยังไม่ได้คุยถึงรายละเอียด อาจจะให้ทหารช่างไปดู ส่วนการเยือนสหพันธรัฐเบลารุส ได้หารือด้านความมั่นคง และเน้นย้ำด้านเศรษฐกิจเป็นพิเศษ ไม่นานนี้คาดว่าจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกัน ทั้งสองประเทศชื่นชมนายกฯมาก ตนอธิบายถึงสถานการณ์ภายในประเทศให้ฟัง ช่วงเดือน พ.ค.คาดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีกำหนดเดินทางไปยัง 2 ประเทศนี้ ครั้งต่อไปอาจจะมีการลงนามร่วมกัน เมื่อถามว่า การไปเยือนจีน พบปะรัสเซีย ถือเป็นการเล่นการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีการเมืองประเทศเราฟรี เราพบทุกประเทศ นายกฯเพิ่งไปอเมริกามา เราไม่เป็นศัตรูกับใครเราไปทุกที่ การไปเยือนประเทศต่างๆ เพื่อจะยกระดับความสัมพันธ์ และไปเพื่อหาตลาด นำเงินเข้าประเทศ โดยเฉพาะการไปเสนอขายพืชผลทางการเกษตร

ไม่ห่วง “ทักษิณ” จ้อการเมืองไทย

เมื่อถามถึงกรณีที่สถาบันนโยบายโลกจะเชิญนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บรรยายสถานการณ์การเมืองไทยในวันที่ 9 มี.ค. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ได้มีความกังวลแม้แต่น้อย คิดว่าอดีตนายกฯน่าจะพูดคุยในเวทีดังกล่าวในเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง การจะพูดอะไรออกไปที่จะส่งผลเสียกับประเทศชาติ หรือการพูดเพื่อให้เกิดความขัดแย้งกัน มันจะไม่มีประโยชน์ เพราะประเทศไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ มั่นใจว่านายทักษิณก็รักประเทศชาติ เมื่อถามว่า การที่อดีตนายกฯออกเดินสายมีการตั้งข้อสังเกตอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้สังเกตอะไร เพราะท่านเคยบอกว่าให้เลือกตั้ง ซึ่งยังทำไม่ได้ในตอนนี้ เพราะเรามีการวางโรดแม็ปที่ประกาศไว้ก่อนแล้ว การจะไปเลือกตั้งมีขั้นตอนของมันอยู่ และได้ประกาศออกไปนานแล้ว ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาประกาศเมื่อวาน โดยทุกคนยอมรับ เมื่อถึงช่วงเวลาเลือกตั้งก็เลือกตั้งกันไป

โต้เปลี่ยนผ่าน 5 ปีไม่ใช่สืบอำนาจ

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายกังวลถึงการพูดเรื่องระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ไม่ใช่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะนั่งเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี คือเราจะต้องมีการปฏิรูปการทำยุทธศาสตร์ชาติ จะมีบทเฉพาะกาลเพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาเข้าไปดำเนินการ รายละเอียดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ย่อม รู้ดี คสช.จะไม่สืบทอดอำนาจต่อไปอย่างแน่นอนมันชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่มีกลไกที่ให้ คสช.อยู่ต่อไปได้

“ไก่อู” อัดนักการเมืองร้องหาแต่ ลต.

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสที่อดีตนักการเมือง และกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง โจมตีการร่างรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้เร่งรีบเลือกตั้งว่า นักการเมืองที่ออกมาช่วงนี้พูดเหมือนกันหมดคือ เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ไม่เคยมีใครเรียกร้องเพื่อประเทศไทย เรียกร้องให้ลดบทบาทหน่วยงานตรวจสอบในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยเรียกร้องให้เพิ่มบทลงโทษคนโกง คนคอร์รัปชัน เรียกร้องให้รีบเลือกตั้ง แต่กลับเตะถ่วงกระบวนการเอาผิดคนที่ทำประเทศชาติเสียหายจากนโยบายประชานิยม เชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงเอือมระอาพฤติกรรมของนักการเมือง กลุ่มเคลื่อนไหวหน้าเดิมเหล่านี้ไม่ใช่น้อย รัฐบาลไม่หวั่นไหวใดๆทั้งสิ้น ยังคงตั้งใจจริง มุ่งมั่นเดินหน้าทำงานรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ดูแลความสงบสุขในสังคม และวางรากฐานให้ประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเพื่อประชาชนคนไทย และประเทศไทยของทุกคน

กรธ.แขวนที่มา ส.ส.-ส.ว.แก้โค้งสุดท้าย

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญว่า วันที่ 29 ก.พ. กรธ.จะเริ่มพิจารณาหมวดรัฐสภา แต่การเลือกตั้ง ส.ส.และที่มา ส.ว.จะแขวนเอาไว้ก่อน เพราะมีข้อเสนอปรับแก้ไขเข้ามามากและหลากหลาย ต้องพิจารณาพิถีพิถันหาข้อมูลให้รอบคอบว่าจะปรับแก้หรือไม่อย่างไร กรธ.จะพิจารณาส่วนอื่นก่อน แล้วอาจนำมาพิจารณาในช่วงท้าย ส่วนที่มีคนกังวลว่าระบบการเลือกตั้ง ส.ส.และที่มา ส.ว.เป็นประเด็นที่อาจชี้ได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านประชามตินั้น ทุกเรื่องมีความสำคัญเท่ากันหมด ที่จริงเรื่องภาคประชาชนอาจสำคัญกว่าภาคการเมืองด้วยซ้ำ กรธ.ต้องคำนึงถึงทุกส่วนไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง การพิจารณาช่วงสุดท้ายที่ กรธ.จะไปร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 23-26 มี.ค. ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ต้องรอกำหนดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากนั้นจะแถลงให้ทราบ โดยจะให้ กรธ.แต่ละคนไปศึกษาร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก่อนมาพูดคุยว่ายังติดใจประเด็นใดบ้าง และตรวจทานถ้อยคำให้ถูกต้อง การไปประชุมนอกสถานที่จะได้ร่างรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แน่นอน ก่อนส่งมอบให้ ครม.นำไปทำประชามติต่อไปในวันที่ 29 มี.ค.

ซัดคนรณรงค์โหวตโนคือเผด็จการ

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวถึงกระแสความเคลื่อนไหวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญว่า ทุกคนมีสิทธิสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ส่วนคนที่พยายามรณรงค์ให้คนออกมาโหวตโนร่างรัฐธรรมนูญควรจะตอบให้ได้ว่า หากประชาชนออกมาโหวตโนแล้วจะได้อะไร ตนมองว่า ตราบใดที่ คสช.และรัฐบาลยังเดินหน้าตามโรดแม็ปก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วน กรธ.เองขณะนี้เราก็เดินหน้าอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชน โดยประสานกับเครือข่ายให้ช่วยอธิบาย เพราะบางกลุ่มยังมีข้อมูลไม่มากพอ ในเรื่องต่อต้าน กรธ.เองไม่ได้หนักใจ พยายามทำงานของเราให้ออกมาให้ดีที่สุด ตอนนี้ร่างสมบูรณ์ยังไม่ออกมาชัดเจน แต่บางคนก็ตั้งป้องวิจารณ์แล้ว ดังนั้น ควรรอดูร่างสุดท้ายก่อนแล้วค่อยวิจารณ์จะดีกว่า การที่คนบางกลุ่มออกมารณรงค์ให้โหวตโน ตนคิดว่านี่คือการไม่เป็นประชาธิปไตยหรือเป็นเผด็จการเองเสียมากกว่า

เย้ยนักการเมืองน้ำดีอย่ากลัว รธน.

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ กรธ.ต้องการแก้ปัญหาให้ตรงจุด คือสกัดให้คนชั่วคนโกง คนทุจริตออกไปจากเวทีทางการเมือง ทำให้นักการเมืองที่คิดแบบเก่าออกมาเต้นแร้งเต้นกากล่าวหาโจมตีสารพัด แต่ถ้าใครเป็นนักการเมืองที่ดีไม่ต้องกลัวรัฐธรรมนูญที่มีหัวใจสำคัญคือ ปราบคนชั่วคนโกง คสช.เมื่อเป็นรัฏฐาธิปัตย์ต้องมุ่งมั่นแก้ปัญหา ไม่เช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับรัฐธรรมนูญฉบับอื่น จึงต้องมีแผนเป็นขั้นเป็นตอน ในระยะต้นช่วงเปลี่ยนผ่าน แม้จะมีเลือกตั้ง ต้องอาศัยภาคส่วนอื่นร่วมกันประคับประคองประชาธิปไตยให้เดินไปจนมั่นใจว่ามั่นคงเรียบร้อยแล้ว จึงปล่อยให้เดินไปด้วยตัวของประชาธิปไตยเองในระยะ 2-4 ปีที่น่าจะกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล นี่คือหลักการที่จะทำให้เห็นว่าสามารถปฏิบัติได้จริงสัมฤทธิผล

ยุซ้อมใหญ่ ลต.ท้องถิ่นสกัดคนโกง

นายวันชัยกล่าวว่า อีกส่วนหนึ่งที่ คสช.ควรทดลองให้เห็นเป็นรูปธรรมคือการเลือกตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังคาท่ออยู่ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ควรจัดให้มีการเลือกตั้งเสียเลย แบ่งเป็นโซนหรือภาค ลองซ้อมใหญ่ก่อนการเลือกตั้งจริง เลือกตั้งดูว่าจะสกัดคนชั่วคนเลว คนโกง คนทุจริตไปได้ไหม ทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมได้หรือไม่ จะเป็นโมเดลและตัวชี้วัดการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าไม่ทำแบบนี้จะเป็นเรื่องมโนไปเปล่าๆ

“สมพงษ์” ดันดึงอดีตนายกฯถกทางออก

ด้านนายสมพงษ์ สระกวี คณะ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท.กล่าวว่า ขณะนี้ ใน กมธ.การเมืองสนใจแนวคิดการพูดคุยเพื่อหาทางออกประเทศ ไม่เกี่ยวกับการที่เรื่องที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งสัญญาณพร้อมเจรจาผ่านสื่อต่างชาติ แต่ กมธ.การเมืองจะเป็นตัวกลาง ฟังเสียงของอดีตนายกรัฐมนตรีแต่ละท่าน แต่ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ยังไม่เปิดทาง ทั้งนี้รูปแบบยังไม่ลงตัว ขอประสานเพื่อสอบถามไปยังอดีตนายกฯแต่ละท่านก่อน ถ้ามีเสียงตอบรับค่อยมาคิดรูปแบบ ที่ผ่านมา กมธ.การเมืองหารือกัน และรับทราบมาจากคนสนิทของนายกฯบางท่านอยากจะพูดเพื่อประเทศ เช่น นายชวน หลีกภัย กับนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นต้น ตอนนี้กำลังลองเชิญไปยังอดีตนายกฯแต่ละท่าน จากนั้นจะนำแนวคิดนี้เพื่อขออนุญาต พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าถ้าโมเดลนี้สำเร็จจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

อัด “มีชัย-วิษณุ” สับขาหลอกชาวบ้าน

นายสมพงษ์กล่าวว่า ส่วนกรณี ครม.เสนอให้มีกลไกช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ในรัฐธรรมนูญ เหมือนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กำลังลองเชิง ถ้ารุกได้ก็รุก โดยไม่ให้ประชาชนตั้งตัว ร่างแรกของนายมีชัยมีปัญหามากพอแล้ว พอนายวิษณุลองเชิงปล่อยข้อเสนอมาใหม่ เรื่องช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ยิ่งแย่หนัก เรียกว่าของเก่าที่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญล้นฟ้าก็ร้าย ของใหม่ชงเรื่องระยะเปลี่ยนผ่านก็แย่ อย่าคิดว่าพอทำให้ประชาชนสับสนแล้วเขาจะลืมง่ายๆ หวังหลอกให้ประชาชนกลัวของใหม่ ไปรับของเก่า โรคเก่าๆ เดิมๆของนายมีชัย เช่น นายกฯคนนอก ที่มา ส.ส. ส.ว. ระบบเลือกตั้งหนักเอาการแล้ว นายวิษณุมาโยนโรคใหม่ลงมาแบบนี้ประชาชนป่วยตายพอดี ขอเตือนนายมีชัยกับนายวิษณุว่า หากเนื้อหายังเป็นเช่นนี้ จะร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติคงไม่ง่าย

พท.ฉะวางกลไกทับซ้อนกดหัว ปชช.

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นความพยายามอยากได้อำนาจของคนบางกลุ่ม โดยไม่ผ่านการเห็นชอบและเห็นหัวประชาชน ไม่ว่าแนวคิดนายกฯคนนอกหรือ ส.ว.ที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง ซ้ำร้ายมีการเสนอกลไกควบคุมอำนาจหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ รวมทั้งการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขีดเส้นให้รัฐบาลและรัฐสภาจากการเลือกตั้งในอนาคตเดินตาม นี่ถือว่าเป็นการวางกลไกอำนาจซ้อนอำนาจที่พยายามสร้าง เพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งมีอำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐสภาจากการเลือกตั้งของประชาชน ขัดหลักการประชาธิปไตย และทำลายความหวังของคนไทยอย่างแท้จริง เป็นการดูถูกสติปัญญาคนไทย 64 ล้านคน ว่าไร้ความสามารถที่จะเลือก ส.ส.และรัฐบาลที่ดีใช่หรือไม่ จึงอยากให้ผู้มีอำนาจทบทวนแนวคิดดังกล่าวก่อนทุกอย่างจะสายไปและกลายเป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้งขึ้นใหม่อีกครั้ง นำไปสู่ความแตกแยกขัดแย้งไม่รู้จักจบสิ้น และเลิกพูดคำว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆได้แล้ว ประชาธิปไตยเหมือนสิทธิมนุษยชนที่เป็นสากล คนไทยมาไกลเกินกว่าจะยอมรับอะไรแบบนี้ได้แล้ว

แฉขั้วอำมาตย์เก่าแย่งอำนาจกันเอง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ทำงานรับใช้อำนาจเก่า อำมาตย์โดยเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนอีกด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพิ่มอำนาจอีกอย่างคือให้ใส่ คปป.ไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตัวเองได้อยู่ต่อ ซีกหนึ่งใช้กลไกอำนาจองค์กรอิสระ อีกซีกหนึ่งใช้ คปป. เท่ากับเป็นอำนาจซ้อนอำนาจ ต่อไปจะมีปัญหาว่าใครจะชี้ขาด เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ทำให้เห็นว่ามีการแย่งอำนาจกันในรัฐธรรมนูญ ขอเรียกร้องนายมีชัยอายุมากแล้วอย่ายึดติด ขอให้คิดว่าที่ผ่านมาการรับใช้ขั้วอำนาจทำให้คนตายไปเท่าไหร่ ในยุค พล.อ.สุจินดา คราประยูร ยุคนี้จะตายอีกเท่าไหร่ รวมถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ อีกตัวจักรสำคัญรับใช้เผด็จการร่วมมือกับนายมีชัยใช้ข้อเสนอ 16 ข้อ ให้รัฐบาลมีอำนาจต่อ ขอเตือนว่าไม่ผ่านประชามติแน่นอน ประชาชนทุกฝ่ายสะท้อนความเห็นมาว่ารับไม่ได้ แม้ว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญกีดกันพรรคเพื่อไทยให้กาบัตรใบเดียว แต่เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกฯถูกกระทำเท่าไหร่ คนยิ่งสงสารและเกลียดเผด็จการมากขึ้นเท่านั้น

โวยทหารตามราวี “ปู” ไม่เลิก

นายวรชัยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ. หลังจากตนและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ไปงานสวดพระอภิธรรมศพพี่ชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ ที่บางบอน ระหว่างพระสวดอยู่มีทหารบุกเข้าไปในศาลา ถ่ายรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่นั่งเป็นประธานอยู่ จน น.ส.ยิ่งลักษณ์หันมาหาตนและพูดว่า “โอ้โห อย่างนี้กันเชียวหรือ ขนาดมาสวดศพยังตามราวีไม่รู้จักจบสิ้นซักที” คนที่มาร่วมงานต่างตกใจคิดว่าบุกเข้ามาจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สภาพแบบนี้คนในประเทศจะรู้สึกอย่างไร อดีตนายกฯยังโดนลิดรอนสิทธิอย่างน่าเกลียดมากไปหรือเปล่า ทั้งที่เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง มาราวีกดดันกันในงานบุญงานศพเพื่ออะไร อยากบอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. เลิกตามราวีผู้หญิงเสียที

คนเกลียด “แม้ว” อย่ากลัวจนหลอน

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า นับเป็นเรื่องดีที่สถาบันนโยบายโลก เชิญนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปบรรยายเรื่อง “ประชาธิปไตยที่ล้มลุกคลุกคลานในประเทศไทย” ในวันที่ 9 มี.ค. ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เชื่อได้ว่านายทักษิณสามารถใช้โอกาสนี้สร้างมิตรไมตรีสร้างความเข้าใจที่ดีต่อประเทศไทยกับผู้นำระดับโลก ฝ่ายที่ไม่ชอบนายทักษิณอย่าคิดและอย่ากลัวว่าจะพูดให้เสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ เพราะเป็นคนหนึ่งที่รักชาติบ้านเมือง คงจะพูดความจริงและมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา น่าจะเป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของรัฐบาลไทยหลังการเลือกตั้งมากกว่า และอาจนำมาประกอบการเขียนแนวนโยบายแห่งรัฐ รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาล คสช.กำลังจะ
ยกร่างได้อีกด้วย

“ตู่” จวกเล่นละครตบตาไม่แนบเนียน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลว่า มีข้อสงสัยว่าทำไมนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯต้องนัดมาหารือกันเรื่องข้อเสนอ 16 ข้อของรัฐบาล เป็นการแสดงละครตบตาและการเสนอข้อ 16 นั้น มีจุดมุ่งหมายมากลบร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และต้องการสร้างความชอบธรรมให้นายมีชัย แล้วกลุ่มที่ต้องการเจรจาแบ่งปันอำนาจยังนำไปอ้าง เพื่อสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ และเข้าร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ดังนั้นอย่าได้สนใจมากมายกับข้อ 16 ที่ ครม.เสนอมา ขอให้พิจารณาว่าหากไม่เป็นประชาธิปไตยก็ต้องคว่ำ รวมทั้งคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอให้ออกกฎหมายรณรงค์คว่ำได้ แต่ห้ามขัดขวางการทำประชามติ ดังนั้นตนจึงคว่ำ ไม่ต้องการเสียรู้นายมีชัยที่สร้างฉากละครการเมืองแบบไม่เนียนมาหลอกประชาชน

“องอาจ” แนะเขียนกติกาป้องกันวิกฤติ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ ครม.กังวลว่าจะทำอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโกลาหล ขัดแย้ง ไม่สงบเรียบร้อยจนประเทศเข้าสู่สภาวะล้มเหลวเหมือนช่วงก่อน พ.ค.2557 ย้อนกลับมาอีกหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญและเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่ จึงมีข้อเสนอต่อ กรธ.พิจารณาป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย ต้องย้อนดูว่าต้นตอปัญหาที่เกิดขึ้นจากการออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ใช้เสียงข้างมากลากไปของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จนเกิดความไม่พอใจ ไม่ยอมรับรัฐบาล นำไปสู่การชุมนุมประท้วงจนสถานการณ์บานปลายกลายเป็นวิกฤติ ถ้า กรธ.ประสงค์จะออกแบบรัฐธรรมนูญ ไม่ให้เกิดวิกฤติเหมือนก่อน พ.ค.2557 ควรหาทางออกแบบป้องกันปัญหา น่าจะเป็นอีกหนทางคลายกังวลต่อสถานการณ์หลังการเลือกตั้งได้

ทวง 2 ปีปฏิรูปนิ่งมัวยุ่งจะคงอำนาจ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอ ครม.ที่ให้มีกลไกช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ในร่างรัฐธรรมนูญว่า ภารกิจของ คสช.ที่ประชาชนอยากเห็นคือการปฏิรูปทันทีไม่ต้องรอเวลา ผ่านมาเกือบ 2 ปี ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นชัดเจนนัก ทั้งที่เป็นรัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ดูเหมือน คสช.จะวุ่นวายกับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เช่น การเพิ่มเติมบทเฉพาะกาล ที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าพยายามคงอำนาจหรือควบคุมรัฐบาลชุดใหม่จากการเลือกตั้ง ประชาชนต้องมาทวงถามสิทธิที่หายไปในร่างรัฐธรรมนูญ แต่คำขอของ ครม.กลับไม่มีเรื่องเหล่านี้อยู่เลย

รัฐบาลอ้างเรื่องปฏิรูปแต่กลับมุ่งสร้างกลไกพิเศษเพื่อคงอำนาจไว้ในมือ ไม่ทำปฏิรูปให้เกิดขึ้นจริง จะเป็นการพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลต่อการปฏิรูปประเทศ โดยไม่ถูกเคลือบแคลงว่าใช้การปฏิรูปมาบังหน้าเพื่อต่อท่ออำนาจตัวเอง

ติงถึงผลงานดีแต่ล้วนฉาบฉวย

นายบุญยอด กล่าวว่า ยกตัวอย่างเรื่องกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอไว้ มาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เคยประกาศจะผลักดันภายใน 1 ปี แต่ยังชะลอไว้ ผลงานของรัฐบาล คสช.อาจมองว่าดีแต่ล้วนฉาบฉวย เช่น การจัดระเบียบสังคม แต่สิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง อย่างการปฏิรูปพลังงาน การปฏิรูปตำรวจ การปฏิรูปอัยการ การปฏิรูประบบข้าราชการ การแก้ปัญหาคอร์รัปชันเกือบ 2 ปี ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง จึงอยากให้เร่งทำ ไม่เช่นนั้นประโยคที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยพูดอยู่หลายครั้งถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า สมัยรัฐบาลท่านทำไมถึงไม่ทำอาจวนกลับมาเป็นประโยคที่ถามถึง พล.อ.ประยุทธ์เอง เมื่อลงจากอำนาจไปแล้ว ถึงวันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เพียงจะเสียดายที่ไม่ได้ทำอะไรดีๆให้ประเทศ แต่ประเทศชาติจะเสียโอกาสและประโยชน์มหาศาล

วงเสวนาอึ้งสิทธิเสรีภาพ ปชช.หายอื้อ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กลุ่มเครือข่ายเว็บไซต์ประชามติ จัดเสวนา “รัฐธรรมนูญใหม่เอาไงดีจ๊ะ” โดยนางบุญยืน ศิริธรรม อดีต ส.ว.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เมื่อเห็นร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกของ กรธ.แล้วตกใจมาก เพราะสิทธิของประชาชนหายไปมาก เหลือแค่สิทธิของประชาชนตามที่รัฐจะให้ โดยเฉพาะสิทธิในการตรวจสอบหนังสือสนธิสัญญาจากต่างประเทศก่อนเจรจาหรือลงนาม เรื่องสิทธิผู้บริโภค ไม่สามารถผลักดันการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ได้เพิ่มพื้นที่ให้คนชายขอบในสังคมมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับคนกลุ่มอื่น การลดสิทธิการเข้าถึงการศึกษา รวมทั้งเนื้อหาในส่วนหน้าที่ของรัฐ สงสัยว่าหากไม่บัญญัติไว้รัฐจะทำตามหรือไม่ เพราะปกติภาครัฐต้องทำตามกรอบของรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว นอกจากนี้ กรธ.ได้บัญญัติเนื้อหาที่ทำลายความเชื่อมั่นในระบบตัวแทน มีองค์กรที่มีอำนาจซ้อนรัฐคอยกำกับควบคุม ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งให้ประชาชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ฉะขยายฐานราชการผ่านหน้าที่รัฐ

นายยุทธพร อิสระชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) กล่าวว่า จุดเด่นที่เห็นชัดในร่างรัฐธรรมนูญนี้ คือ การพูดเรื่องการรับรองสิทธิตามธรรมชาติ เพิ่มบทบัญญัติเรื่องสิทธิเสรีภาพ การบัญญัติหน้าที่ของรัฐ การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือทำไมจุดเด่นเหล่านี้สังคมไม่รู้สึกว่าจะเป็นประโยชน์ แต่กลับรู้สึกว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ทำให้รู้สึกเป็นเจ้าของร่วม แม้บทบัญญัติดีแค่ไหน แต่สังคมไม่รู้สึกร่วมไปด้วยก็ไม่มีความหมาย อีกทั้งเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญจะเอารัฐเป็นตัวตั้งไม่ใช่สังคม โดยเฉพาะการบัญญัติหน้าที่ของรัฐ จะทำให้เกิดการขยายตัวมากขึ้นคือการขยายฐานระบบราชการ

จี้แม่น้ำ 5 สายปฏิรูปจริงจังก่อน

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่าหลายฝ่ายกำลังสนใจเฉพาะการออกแบบอำนาจในช่วงเปลี่ยนผ่านหรือรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง การเขียนรัฐธรรมนูญกลายมาพุ่งเป้าให้ความสำคัญกับอำนาจเปลี่ยนผ่านในบทเฉพาะกาล จนลืมหมวดอื่นที่สำคัญไม่แพ้กัน คสช.และแม่น้ำทั้ง 5 สายควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะการปฏิรูปเรื่องสำคัญเร่งด่วนให้เป็นรูปธรรม ก่อนจะปล่อยให้สังคมเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ไม่ควรละเลยกฎหมายเก่าที่ใช้กันมาหลายสิบปีหลายร้อยฉบับล้าหลัง หรือการปฏิรูประบบราชการเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ประชารัฐ อย่างแท้จริง คสช.และแม่น้ำ 5 สายต้องตระหนักยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมากลุ่มอำนาจเก่าแค่แกล้งตายหรือพรางตัว ไม่ได้หดหายหรือเสื่อมอิทธิพลทางการเมือง พร้อมกลับเข้ามากุมอำนาจอีกครั้งหลังเลือกตั้ง บทสัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ล่าสุดทำให้เห็นยุทธศาสตร์ชัดเจนว่าต้องการทวงคืนอำนาจ ที่ คสช.กำหนดช่วงเปลี่ยนผ่านไว้ 5 ปี ย่อมกระทบกับยุทธศาสตร์ของนายทักษิณจนต้องออกมาเคลื่อนไหว เชื่อว่าจะเคลื่อนไหวแสดงความเห็นทางการเมืองถี่ขึ้น

โวยพวกตกเบ็ดอ้างชื่อเซ็งลี้เก้าอี้ ตร.

อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึง กรณีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ขออนุมัติศาลออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ภายหลังที่มีข้อความแชทในแอพพลิเคชั่น “ไลน์” กล่าวหาว่าในวงการตำรวจมีการซื้อขายตำแหน่ง เพื่อแต่งตั้งข้าราชการตำรวจว่า ยืนยันว่าไม่มีการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งตำรวจ แต่ใครจะไป “ตกเบ็ด” หลอกว่าสามารถฝากให้ได้นั้น ตนไม่รู้ ดังนั้นจึงอย่าไปเชื่อคำอ้างดังกล่าว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จะต้องแก้ไขปัญหา เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อองค์กรตำรวจโดยตรง ได้กำชับ ผบ.ตร.ไปแล้ว ผบ.ตร.รู้ว่าควรแก้ปัญหาอย่างไร ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการปฏิรูปเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้นตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ปอท.เรียก “พะจุณณ์” รับทราบข้อหาหมิ่นฯ

พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผกก.3 บก.ปอท. หน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับการกระทำผิดหมิ่นประมาททางคอมพิวเตอร์ เปิดเผยว่า ได้ออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีต สปท. ให้มารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วในวันที่ 10 มี.ค.จากนี้ขั้นตอนต่างๆต้องรอให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาพบก่อน ถ้าถึงวันนั้นไม่มาจะสอบถาม หากมีเหตุผลเพียงพอจะนัดใหม่อีกครั้ง แต่หากออกหมายเรียกไป 2 ครั้งแล้วยังไม่มา จะขอออกหมายจับต่อไป

รัฐตั้งบอร์ดคุมองค์การมหาชน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงองค์การมหาชน ว่า พ.ร.บ.องค์การมหาชนฉบับใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อช่วงตรุษจีน จะมีการตั้งคณะกรรมการพัฒนาองค์การมหาชนเป็นบอร์ดดูแลองค์การต่างๆขึ้นมา 1 ชุด โดยตนเป็นประธานโดยตำแหน่ง ในฐานะกำกับดูแลคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่เหลือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อยู่ระหว่างพิจารณาบุคคล บอร์ดกลางนี้จะวางหลักเกณฑ์การประเมินผล รวมถึงค่าตอบแทนที่ลักลั่นกันอยู่ ตอนนี้ยังไม่มีการควบรวมหรือปรับโครงสร้างองค์การใดๆทั้งสิ้น เมื่อมีบอร์ดกลางแล้วถึงจะประเมิน ประกอบกับนายกฯสั่งการให้ประเมินข้าราชการด้วยแบบประเมินใหม่ช่วงเดือน มี.ค. จะนำมาปรับใช้ในส่วนนี้ด้วย ที่ผ่านมาผลการประเมินดีทุกองค์การ เพราะตั้งโจทย์ประเมินเอง วันนี้ควรปรับเปลี่ยนใช้สูตรอีกแบบดูว่าทำตามวัตถุประสงค์ขององค์การหรือไม่ มีธรรมาภิบาลหรือไม่ อีกทั้งบางองค์การถูกหน่วยงานตรวจสอบ อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทักท้วงมาว่ามีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณจริง รวมถึงมีความซ้ำซ้อนกับกรมกองที่มีอยู่หรือไม่

“วัชระ” ปูดพิรุธมอเตอร์เวย์โคราช

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตโฆษกกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้เเทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่าที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศอนุมัติให้มีการลงทุนขนาดใหญ่ 20 โครงการ หนึ่งในนั้นคือโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์ สาย 6) สายบางปะอิน - นครราชสีมา ที่เริ่มประกวดราคา มีชาวบ้านจาก อ.ปากช่องยื่นหนังสือร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าไม่ได้ทำประชาพิจารณ์ ไม่ได้ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนแนวเส้นทางหลายครั้ง เพื่อไม่ให้ตัดผ่านที่ดินของนักการเมืองใหญ่ บังคับเวนคืนเพียง ตร.ว.ละ 300-500 บาท หลังชาวบ้านยื่นหนังสือถึงนายกฯถูกทหารเรียกไปปรับทัศนคติที่กองทัพภาคที่ 2 จ.นครราชสีมา สั่งห้ามไม่ให้เคลื่อนไหวคัดค้าน การที่ รมว.คลังเร่งรีบผลักดันเมกะโปรเจกต์ให้กลุ่มทุน โดยไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่ถูกต้อง ขอให้ระงับยับยั้งการประกวดราคาไปก่อน ความเป็นธรรมาภิบาลของรัฐบาลนี้อยู่ที่ไหน

พนง.กกต.ร้องโดนตัดค่าตอบแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ขณะนี้มีการเผยแพร่เอกสารร้องขอความเป็นธรรมของพนักงาน กกต.ต่อประธาน กกต.และกรรมการ กกต. ส่งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ไปถึงผู้บริหารสำนักงานและ ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัด หลังสำนักงาน กกต.มีแนวความคิดตัดเงินค่าตอบแทนต่างๆของพนักงาน เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะการเงินการคลังของสำนักงาน นอกจากนี้ยังขอให้ กกต.พิจารณาย้าย น.ส.สุรณี ผลทวี ผอ.สำนักนโยบายและแผนสำนักงาน กกต. ออกจากตำแหน่งโดยระบุว่าไม่มีความสามารถในการบริหารงบประมาณ การเสนอปรับลดค่าตอบแทนพนักงานทุกระดับมาจากการบริหารงานเกี่ยวกับโครงสร้างของสำนักงานที่ผิดพลาดหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศอยู่ภายใต้ประกาศ คสช. ภารกิจส่วนใหญ่ของ กกต.ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหยุดชะงัก แต่สำนักงานกลับแต่งตั้งผู้บริหารเพิ่ม ยกฐานะทุกจังหวัดเป็นระดับสูง ไม่ว่าจะจังหวัดเล็กใหญ่ สอบ ผู้บริหารระดับกลางเพิ่มเพื่อทดแทนผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารระดับสูง สร้างภาระงบประมาณสูงขึ้น

รัฐบาลลุยจัดสรรที่ทำกิน 47 จว.

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ จ.อุทัยธานีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อมอบหนังสืออนุญาตให้ประชาชน ต.ระบำ อ.ลานสัก เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน 8 ชุมชน 331 ครัวเรือน รวมเนื้อที่ 3,239 ไร่ ทำให้ประชาชนรู้สึกดีใจและพอใจที่ได้รับโอกาสให้มีที่ดินทำกินพร้อมกับการส่งเสริมอาชีพจากรัฐบาล ในปี 58 รัฐบาลได้นำร่องจัดสรรที่ดินให้ประชาชนยากไร้เข้าทำประโยชน์ ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมโทรม หรือพื้นที่ที่เคยถูกบุกรุกโดยนายทุน พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ใน 18 จังหวัด เนื้อที่รวม 129,754 ไร่ ประชาชนได้ประโยชน์ 12,215 ราย ส่วนในปี 59 กำหนดพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมโทรม พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ที่ราชพัสดุ และที่สาธารณประโยชน์ รวม 80 พื้นที่ ใน 47 จังหวัด เนื้อที่รวม 195,451 ไร่ ได้แก่ ภาคเหนือ 8 จังหวัด ภาคอีสาน 15 จังหวัด ภาคกลาง 9 จังหวัด ภาคตะวันตก 4 จังหวัด ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ภาคใต้ 8 จังหวัด นายกฯกำชับให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดดำเนินการให้ประชาชน มีที่ดินทำกิน และหากมีโอกาสนายกฯจะลงพื้นที่ไปพบกับพี่น้องประชาชนด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    22.5%
  • ไม่ชอบ
    53.8%
  • สนุก
    4.0%
  • ประหลาดใจ
    2.5%
  • เสียใจ
    17.1%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement