'เรือใบ' ดวลเป้าดับ 'หงส์แดง' 3-1 ซิวแชมป์ลีกคัพ สมัย 4 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'เรือใบ' ดวลเป้าดับ 'หงส์แดง' 3-1 ซิวแชมป์ลีกคัพ สมัย 4

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.พ. 2559 02:20
9,658 ครั้ง


"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดวลจุดโทษชนะ "หงส์แดง" 3-1 หลังเสมอกันใน 120 นาที 1-1 ซิวแชมป์ลีกคัพไปครองเป็นสมัยที่ 4....

การแข่งขันฟุตบอล แคปิตอล วัน คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ. ที่สนามเวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ลงสนามพบกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

เปิดฉากครึ่งแรกมาไม่ถึงนาที ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นก่อน จากจังหวะที่ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้ อัลเบร์โต โมเรโน ซัดด้วยซ้าย แต่ วิลลี กาบาเยโร นายด่านแมนฯซิตี้ พุ่งไปคว้าบอลไว้ได้

นาทีที่ 8 แมนฯซิตี้ ได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ดาบิด ซิลบา เปิดบอลเข้าเขตโทษ กองหลังลิเวอร์พูลโหม่งสกัดมาเข้าทาง เฟอร์นันดินโญ วอลเลย์ด้วยขวาข้ามคานออกไป

นาทีที่ 23 แมนฯซิตี้ น่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา จ่ายบอลทะลุขึ้นมาให้ เซร์คิโอ อเกวโร พาบอลหนีกองหลังลิเวอร์พูลเข้าเขตโทษ แล้วปั่นด้วยขวา บอลพุ่งชนเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 26 ลิเวอร์พูลได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ซัดด้วยซ้ายตรงหน้าเขตโทษ บอลเหินข้ามคาน ถัดมา 6นาที ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกข้างเขตโทษด้านซ้าย เจมส์ มิลเนอร์ แตะเปลี่ยนจุดให้ ฟิลิปเป คูตินโญ ซัดด้วยขวา บอลติดไซด์ก้อยหลุดกรอบไป

จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 49 แมนฯซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0จากจังหวะที่ เซร์คิโอ อเกวโร ดึงจังหวะก่อนจ่ายบอลเข้าเขตโทษด้านขวาให้ เฟอร์นันดินโญ ที่เติมขึ้นมายิงผ่าน ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้น นาทีที่ 60 แมนฯซิตี้ พลาดได้ประตูที่สองอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงจ่อๆหน้าประตูหลุดกรอบเฉยเลย ถัดมา 5 นาที แมนฯซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินข้ามคาน

นาทีที่ 68 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกครั้ง เซร์คิโอ อเกวโร กดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งจะเสียบเสาแรกแต่ มินโญเลต์ พุ่งปัดไว้ได้

นาทีที่ 80 แมนฯซิตี้ น่าได้ประตูสุดๆ จากจังหวะที่ เซร์คิโอ อเกวโร แตะบอลหลบ ลูคัส เลวา ก่อนพาบอลเข้าเขตโทษด้านขวา แล้วตบเข้ากลางให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงหลุดเสาสองออกไปอย่างเหลือเชื่อ

ถึงนาทีที่ 83 ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่ เดเนียล สเตอร์ริดจ์ ได้บอลในเขตโทษด้านขวาก่อนปาดเรียดมาที่เสาสอง เจมส์ มิลเนอร์ ซัดไปชนเสากระดอนมาเข้าทาง ฟิลิปเป คูตินโญ ซัดเข้าไปตุงตาข่าย

เข้าสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ และเป็น เฟอร์นันดินโญ ได้จิ้มจ่อๆหน้าประตู แต่ยังติดเซฟของ มินโญเลต์ แล้วก็จบ 90 นาที เสมอกันไป 1-1 ต้องมาลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ

กลับมาลุยกันต่อช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 104 แมนฯซิตี้ เกือบได้เฮ เซร์คิโอ อเกวโร หลุดไปยิงในเขตโทษ แต่ มินโญเลต์ เซฟไว้ได้ด้วยปลายมือ

จากนั้น นาทีที่ 108 เป็นลิเวอร์พูลที่ได้ลุ้นขึ้นนำบ้าง จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ อาศัยลูกขยันตามไปตวัดบอลไปที่เสาสองให ดิวอค โอริกี ขึ้นโหม่งเน้นๆ แต่ กาบาเยโร เซฟได้อย่างสุดยอด
จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบ 120 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

ผลปราฏว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงแม่นกว่า เอาชนะ ลิเวอร์พูล ไป 3-1 คว้าแชมป์แคปิตอล วัน คัพ 2016 ไปครอง และเป็นแชมป์ลีกคัพ สมัยที่ 4


รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

ลิเวอร์พูล:ซิมง มินโญเลต์,มามาดู ซาโก,เนธาเนียล ไคลน์,อัลเบร์โต โมเรโน,เจมส์ มิลเนอร์,ลูคัส เลวา,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,ฟิลิปเป คูตินโญ,เอ็มเร ชาน,เดเนียล สเตอร์ริดจ์,โรแบร์โต เฟอร์มิโน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้:วิลลี กาบาเยโร,บาการี ซานญา,แว็งซ็องต์ กอมปานี,กาแอล กลิชี,นิโคลัส โอตาเมนดี,ดาบิด ซิลบา,ยายา ตูเร,เฟอร์นันดินโญ,เฟอร์นันโด,ราฮีม สเตอร์ลิง,เซร์คิโอ อเกวโร

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    72.0%
  • ไม่ชอบ
    16.0%
  • สนุก
    5.0%
  • ประหลาดใจ
    2.0%
  • เสียใจ
    2.0%
  • ให้กำลังใจ
    3.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement