ชมรม'สารวัตรใหญ่'จ่อยื่น สตช.ทบทวนตัดโอนตำแหน่ง ชี้ บั่นทอนกำลังใจ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ชมรม'สารวัตรใหญ่'จ่อยื่น สตช.ทบทวนตัดโอนตำแหน่ง ชี้ บั่นทอนกำลังใจ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.พ. 2559 00:10
8,109 ครั้ง


กล้ำกลืนฝืนทน! 'ชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทย' รวมตัวหลายร้อยนาย จ่อยื่น สตช.ทบทวน การตัดโอนตำแหน่งพนักงานสอบสวนเดิมเข้าสู่ตำแหน่งหลัก วอนเห็นใจตำรวจ ตจว. ทุ่มเททำงาน เงินเดือนน้อย ยศไม่ขึ้น วิ่งตำแหน่งไม่เป็น

วันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้รับข้อมูลจาก 'ชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทย' โดยเป็นหนังสือราชการส่งถึงผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องในการ พิจรณาดำเนินการในเรื่องการตัดสินโยกย้ายตำแหน่งพนักงานสอบสวนเดิมเข้าสู่ตำแหน่งหลัก  ทางชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทยได้ประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อนำเสนอท่านผู้มีอำนาจในการพิจรณาตัดสินใจ และมีข้อคิดเห็นหลากหลายประเด็น จึงมีมติให้ออกแถลงการณ์ ให้ท่านผู้มีอำนาจได้ใช้ประกอบเป็นข้อพิจรณาตัดสินใจดำเนินการ และให้ท่านสื่อมวลชน พี่น้องประชาชนได้ทราบ

อย่างไรก็ตาม ทางผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสารวัตรใหญ่ 1 นาย ซึ่งเป็นตัวแทนสารวัตรใหญ่หลายร้อยคนทั่วประเทศ จนกระทั่งทราบว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ที่ทางผู้บังคับบัญชายึดมั่น ถือมั่น ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ เป็นเหตุให้ตำรวจภูธรโรงพักเล็กๆ แทบไม่มีสิทธิ์ในการเจริญเติบโตในสายงานของตนเองได้เลย ทำให้ขวัญกำลังใจของตำรวจชั้นผู้น้อยหดหาย ทั้งๆที่มีความตั้งใจพัฒนาโรงพักเล็กๆ ในต่างจังหวัด ให้มีประสิทธิภาพ และคุณภาพทัดเทียมกับโรงพักตามหัวเมืองใหญ่ๆ แต่เมื่อมีการขึ้นตำแหน่ง กลับกลายเป็นถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งถือว่า ไม่เป็นธรรม จึงอยากให้ผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องช่วยพิจรณาตามที่ทางชมรมได้ยื่นหนังสือมา 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

"ผมได้ปรึกษากับนายตำรวจหลายๆ ท่าน ลงความเห็นกันว่า เราควรทำหนังสือออกมาเรียกร้องสิทธิ์ให้ตัวเอง เราจะอยู่เฉยไม่ได้แล้ว ทุกคนเป็นตำรวจก็อยากเติบโตในหน้าที่ ไม่ใช่เดินวนอยู่กับที่ เพื่อนๆรุ่นเดียวกับผม ปัจจุบันเป็นผู้บังคับการไปกันหมดแล้ว ส่วนผมยังเป็นแค่ สารวัตรใหญ่ ซึ่งมีอีกหลายๆคน ที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ตำรวจต่างจังหวัด อำเภอ-ตำบล เล็กๆ ไม่มีปัญญาไปวิ่งแข่งกับตำรวจในเมือง วันๆทำแต่งาน ถ้าจะได้เลื่อนตำแหน่งต้องได้เพราะความสามารถ จริงๆ ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวไม่เคยรู้เลยว่า ตำรวจโรงพักเขาทำงานกันอย่างไร แต่กลับกลายเป็นมาเปลี่ยนแปลงระบบ ตัดขวัญกำลังใจตำรวจชั้นผู้น้อย สกัดไม่ให้เติบโต  นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตำรวจทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนมารวมตัวกันเพื่อทำหนังสือฉบับนี้ขึ้นมา ให้ได้พิจารณากันอีกครั้งนึง" สารวัตรใหญ่ ท่านหนึ่งกล่าว 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.

คำแถลงการณ์จาก ชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทย

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่ง คสช.ที่ 7/2559 ให้ใช้ ม.44 ยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวนตำรวจทั้งหมด ซึ่งต่อมาทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาดำเนินการ ในเรื่องการตัดโอนตำแหน่งพนักงานสอบสวนเดิมเข้าสู่ตำแหน่งหลัก ทราบความคืบหน้าต่อมาว่า เมื่อ วันที่ 26 ก.พ. 2559 เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯ แจ้งทางสื่อมวลชนให้ทราบว่า คณะทำงานประชุมหารือกันมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานสอบสวนระดับต่างๆ เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้นั้น

จากการติดตามผลการประชุมของ คณะทำงาน ท่านพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. มีข้อพิจารณาว่า จะให้มีการตัดโอนตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ไปเป็นตำแหน่ง ผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 144 สถานี ทำให้เกิดผลกระทบกับสารวัตรใหญ่ หัวหน้าสถานีที่ดำรงตำแหน่งอยู่เดิม ทางชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทย จึงได้ทำการประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อนำเสนอท่านผู้มีอำนาจในการพิจารณาตัดสินใจดำเนินการ เรื่องนี้ โดยทางชมรมฯ มีข้อคิดเห็นหลากหลายประเด็น และมีมติให้ออกแถลงการณ์ ให้ท่านผู้มีอำนาจได้ใช้ประกอบเป็นข้อพิจารณาตัดสินใจดำเนินการ และให้ท่านสื่อมวล พี่น้องประชาชนได้ทราบ

เดิมสถานีตำรวจเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสถานีตำรวจที่เรียกว่า สถานีตำรวจภูธรตำบล (สภ.ต.) ไม่มีอำนาจการสอบสวน มี ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน หรือ สัญญาบัตรระดับรองสารวัตร เป็นหัวหน้าสถานี ต่อมาเมื่อปลายปี พ.ศ.2550 ได้มีการยกฐานะให้มีอำนาจการสอบสวน มีข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรเป็นหัวหน้าสถานี จนกระทั่งปี พ.ศ.2554 ก็มีสถานีตำรวจบางส่วนก็ถูกปรับยกฐานะเป็นระดับสารวัตรใหญ่ (รองผู้กำกับหัวหน้าสถานี) ซึ่งก็คือ 144 สถานีตำรวจในปัจจุบัน ที่ทางคณะทำงานฯ ได้มีมติที่จะตัดโอนพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ มาเป็นหัวหน้าสถานี ถ้าหากพิจารณาในช่วง 8 ถึง 9 ปี ที่ผ่านมาซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการปรับยกฐานะสถานีตำรวจเหล่านี้ และได้แต่งตั้งข้าราชการตำรวจในระดับต่างๆ เข้าไปปฏิบัติหน้าที่

สถานีตำรวจเหล่านี้เป็นสถานีตำรวจที่อยู่ห่างไกลความเจริญ อยู่ในถิ่นทุรกันดาร และยังขาดทรัพยากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการบริหารจำนวนมาก ทั้งด้านกำลังคน (บางแห่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสถานีรวมหัวหน้าสถานี 20 นายเศษ ) พัสดุครุภัณฑ์ ปัจจัยเงินที่ใช้บริหาร แต่ข้าราชการตำรวจเหล่านั้น ก็หวังที่จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ จึงได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ บริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

เพื่อสร้างสถานีตำรวจ เรียกได้ว่า เป็นการบุกเบิกสถานีตำรวจให้มีความพร้อมใน 5 สายงานหลัก (งานสอบสวน สืบสวน อำนวยการ ป้องกันปราบปราม จราจร ) เพื่อบริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และเป็นการสนองนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกยุคทุกสมัย ที่ให้ความสำคัญกับสถานีตำรวจ และเห็นว่าสถานีตำรวจเป็นจุดแตกหักทางการบริหาร ทางชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทย จึงได้ทำการประชุมระดมความคิดเห็นและมีมติให้ออกแถลงการณ์ ดังนี้คือ

แถลงการณ์ จากชมรมสารวัตรใหญ่แห่งประเทศไทย เตรียมยื่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทางชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทย จึงได้ทำการประชุมระดมความคิดเห็นและมีมติให้ออกแถลงการณ์ดังนี้ 

1. สนับสนุนให้มีการปรับยกสถานีตำรวจขนาดเล็กเหล่านี้ขึ้นเป็นระดับผู้กำกับหัวหน้าสถานีนั้น เพื่อให้

ตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจ มีระดับตำแหน่งเทียบเคียงได้กับ หัวหน้าหน่วยงานอื่นในพื้นที่ เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งจะได้กำลังพลนายตำรวจสัญญาบัตร ไว้คอยบริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเพียงพอ

2. การพิจารณาหลักเกณฑ์ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้กำกับหัวหน้าสถานีดังกล่าว สมควรให้สารวัตรใหญ่ผู้ที่ครองตำแหน่งอยู่เดิม มีโอกาสได้รับการพิจารณาด้วย เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ จากการที่ได้มุ่งมั่นทุ่มเทเสียสละกำลังกาย กำลังใจ ในการพัฒนาสถานีตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนมีความพร้อมใน 5 สายงานหลัก ( สอบสวน สืบสวน ป้องกันปราบปราม อำนวยการ จราจร ) เพื่อการบริการพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

3. การพิจารณาเลื่อนสู่ตำแหน่งสารวัตรใหญ่ (สายงานบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) เมื่อมีตำแหน่งว่างจึงจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขึ้น ส่วนพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ กลับใช้วิธีการประเมินสอบเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกัน โดยการเติบโตในสายงานบริหารงานป้องกันปราบปราม ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าสายงานพนักงานสอบสวน จึงขอให้ท่านผู้มีอำนาจตัดสินใจ ได้พิจารณาให้ความเป็นธรรมด้วย

การแถลงการณ์ ของชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทย ในครั้งนี้ เป็นการให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งกับท่านผู้มีอำนาจตัดสินใจ และให้ข้อมูลกับพี่น้องสื่อมวลชน ประชาชนได้ทราบ ซึ่งในขั้นตอนการประชุมคณะทำงาน ท่าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ทางชมรมฯ ยังไม่มีโอกาสนำเสนอข้อมูลด้านนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.

ทางชมรมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านผู้มีอำนาจจะได้นำข้อมูลของทางชมรมฯ ไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจ อันจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในสายปฏิบัติการอีกเป็นจำนวนมาก ที่รอคอยความหวังที่จะมีความก้าวหน้าในชีวิตราชการ ทางชมรมไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใดแอบแฝง เป็นเพียงการนำข้อมูลในส่วนที่ขาดไป นำเสนอท่านผู้มีอำนาจพิจารณา ส่วนข้อมูลที่เป็นรายละเอียด ทางชมรมจะมอบหมายให้ตัวแทน นำเอกสารเข้าพบท่านผู้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาต่อไป ขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    71.8%
  • ไม่ชอบ
    1.9%
  • สนุก
    9.6%
  • ประหลาดใจ
    1.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    15.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement