รวบ 'ภพ ล้อหมุน’ โคตรโจรลักรถ! รวย2ล.-ลูกน้องเรียกอาจารย์ จนมุมด้วยจีพีเอส - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

รวบ 'ภพ ล้อหมุน’ โคตรโจรลักรถ! รวย2ล.-ลูกน้องเรียกอาจารย์ จนมุมด้วยจีพีเอส

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ก.พ. 2559 17:35
48,931 ครั้ง


ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 ร่วมกับ ศปจร.น.จับ‘ภพ ล้อหมุน’จอมโจรลักรถพร้อมลูกสมุน หลังก่อเหตุย่านจอมทอง แต่พลาดไม่รู้ว่ารถติดจีพีเอส พบประวัติโชกโชนเชี่ยวชาญระดับอาจารย์ พบเรียนวิชาในคุกกับวิศวกรไฟฟ้า ลักจนรวยมีเงินในบัญชี2ล้าน ...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 ก.พ. 59 พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ บช.น. (ผอ.ศปจร.น.) พร้อม พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี ผกก.สส.บก.น.8, พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล ผกก.สน.คลองตัน, พ.ต.ท.วิชัย สนสกุล และ พ.ต.ท.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ รอง ผกก.สส.บก.น.8 ร่วมกันจับกุมตัว นายพณิช หรือ จุ๋ม ศรีเข็มทอง อายุ 37 ปี และ นายวัทธิกร หรือ ภพ ยิ้มศิลป์ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ พร้อมของกลางรถตู้โตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฮค 8289 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน ศค 892 กรุงเทพมหานคร เครื่องตัดสัญญาณรีโมต 1 อัน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง หูฟังไมโครโฟน 1 ชุด ค้อนนิรภัยใช้สำหรับทุบกระจก 1 อัน เลื่อยตัดเหล็ก ไขควง และอุปกรณ์งัดแงะจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมตัว นายพณิช ได้ที่บ้านพักเลขที่ 535 ถนนจอมทอง แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ ก่อนขยายผลไปจับกุม นายวัทธิกร ได้ ขณะหลบหนีไปกบดานที่โรงแรมโรส ถนนเทศบาลดำริ ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

รถตู้ของผู้เสียหาย ลักตามใบสั่ง

พ.ต.อ.ประสงค์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายซึ่งเป็นตัวแทนของ หจก.สถาปนา ทรานสปอร์ต ประกอบกิจการให้เช่ารถตู้รับส่งนักท่องเที่ยว ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.คลองตัน ว่า รถตู้โยโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฮค 8289 กรุงเทพมหานคร ได้ถูกโจรกรรมไปจากจุดจอดในซอยปรีดีพนมยงค์ 26 แยก 1 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ก.พ.ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 26 ก.พ. จากการตรวจสอบสัญญาณจีพีเอส พบว่ารถถูกเคลื่อนย้ายไปจอดอยู่ในบ้านพักของ นายพณิช เลขที่ 535 ถนนจอมทองราษฎร์บูรณะ ชุดจับกุมซึ่งประกอบด้วย กก.สส.บก.น.8 ศปจร.น. และ สน.คลองตัน จึงสนธิกำลังกันรีบไปตรวจค้น พบรถตู้จอดอยู่จริง จึงรวบตัว นายพณิช เอาไว้พร้อมยึดรถและของกลางเป็นเครื่องตัดสัญญาณรีโมตไว้ได้ 1 อัน จากการสืบสวนขยายผล นายพณิช ยอมรับว่า ไปลักรถตู้คันดังกล่าวมาจากที่เกิดเหตุจริง และนำมาจอดพักที่บ้านรอการนำไปส่งให้ลูกค้า โดยร่วมมือกับ นายวัทธิกร หรือ "อาจารย์ภพ ล้อหมุน" ซึ่งไหวตัวทันหลบหนีไปบ้านญาติในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ได้หวุดหวิด

ภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุ

"จากการตรวจสอบประวัติ นายวัทธิกร พบมีหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 841/2558 ลงวันที่ 21 พ.ย. 58 ข้อหาลักรถตู้ในเวลากลางคืน ท้องที่ สน.ท่าข้าม ติดตัวอยู่แล้ว โดยคดีนี้มีหลักฐานเป็นวงจรปิดจับภาพขณะลงมือได้ชัดเจน ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ศุทรา หล่าสกุล สว.กก.สส.บก.น.8 ร.ต.อ.บรรจง ทัพภูมี และ ร.ต.ท.สามารถ วงศ์สายจันทร์ รอง สว.กก.สส.บก.น.8 ซึ่งเป็นชุดเฉพาะกิจ ศปจร.น.บก.น.8 นำกำลังติดตามผู้ต้องหาตัวการสำคัญไปทันที พบ นายวัทธิกร ขับรถเก๋งฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน ศค 892 กรุงเทพมหานคร ไปกบดานอยู่ในห้องพักโรงแรมโรส ห่าง สภ.เมืองปราจีนบุรี ประมาณ 1 กิโลเมตร จึงรวบตัวเอาไว้ได้พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง หูฟังไมโครโฟน 1 ชุด ค้อนนิรภัยใช้สำหรับทุบกระจก และอุปกรณ์งัดแงะจำนวนมากอยู่ท้ายรถ เบื้องต้นได้ควบคุมตัว นายวัทธิกร มาสอบปากคำ จนให้การรับสารภาพในที่สุดไ พ.ต.อ.ประสงค์ กล่าว

จากการสอบสวน นายวัทธิกร ยอมรับว่า ร่วมกับ นายพณิช ก่อเหตุลักรถตู้ผู้เสียหายจากซอยปรีดีพนมยงค์ 26 แยก 1 มาจริง โดยตนทำหน้าที่ขับรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส ไปดูต้นทางให้ นายพณิช ซึ่งเป็นลูกศิษย์ลงไปสะเดาะประตูรถเข้าไปต่อสายตรงสตาร์ทขับหลบหนีออกมา ระหว่างนำรถไปจอดไว้ที่บ้านนายพณิช เพื่อรอส่งให้ลูกค้าก็ดันโดนตำรวจจับ เพราะไม่ทราบว่ารถมีสัญญาณจีพีเอส

ฝืมือลักรถระดับเซียนเรียกพี่

ส่วนคดีที่ตนถูกตำรวจ สน.ท่าข้าม ออกหมายจับนั้น ตนได้ร่วมมือกับ นายอภิวัฒน์ หรือ ต้น ใจคำ อายุ 32 ปี เพิ่งถูกตำรวจ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จับกุมข้อหาค้ายาเสพติดไปเมื่อเดือน ม.ค. 59 ลักรถตู้โตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ ทะเบียน ฮค 6525 กรุงเทพมหานคร มาจากผู้เสียหายบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 9/499 ซอยสะแกงาม 35/2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน ซึ่งรถตู้คันนั้นตนเป็นผู้สะเดาะประตู และทำลายตัวล็อกคลัตช์เอง โดยนำไปส่งให้ลูกค้าที่นัดรับกันบริเวณแคราย ได้ค่าจ้างมา 100,000 บาท แบ่งกับ นายอภิวัฒน์ คนละครึ่งนำเงินไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว

สำหรับฉายา "ภพ ล้อหมุน" ที่ได้มานั้น เนื่องจากเมื่อ พ.ศ. 2546 ตนเคยติดสอยห้อยตามเพื่อนไปลักรถกระบะ แล้วถูกตำรวจ สน.บางนา จับกุมต้องโทษติดคุกนาน 3 ปี ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ ก็ไปรู้จักกับครูสอนสะเดาะประตู กุญแจรถ ชื่อ นายเกรียงไกร อดีตวิศวกรไฟฟ้าดีกรีปริญญาโท ซึ่งเป็นนักโทษรุ่นใหญ่คดีเดียวกัน ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว เป็นผู้สอนวิชาให้ ทั้งวิชาสะเดาะประตูรถทุกระบบ ทำลายกุญแจ และตัดสัญญาณกันขโมย เมื่อพ้นโทษออกมาจึงร่วมมือกับ นายอภิวัฒน์ วัยรุ่นแถวบ้าน ตระเวนก่อเหตุลักรถตู้และรถกระบะ พอ นายอภิวัฒน์ ถูกตำรวจจับคดียาเสพติดก็ขาดลูกมือ ก็มาชักชวน นายพณิช เข้าแก๊งตระเวนก่อเหตุเหมือนเดิม โดยในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ก่อเหตุสำเร็จมาแล้ว 4 คัน ทำตามคำสั่งลูกค้าที่สลับสับเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ติดต่อมาหา นัดแนะจุดรับรถตามริมถนนปริมณฑล ได้ค่าเสี่ยงภัยมาแบ่งกับลูกมือคันละราว 1-2 แสนบาท

"วิธีการเตรียมตัวก่อนออกไปลักรถตามใบสั่งทั้งรถตู้และรถกระบะแต่ละคัน จะไปสั่งทำป้ายทะเบียนรถปลอมตามร้านรับทำป้ายย่านคลองถม มาติดรถฮอนด้า แจ๊ส ก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นเบาะแสในการติดตามได้ง่าย จากนั้นจะเลือกเวลากลางดึกที่ชาวบ้านนอนหลับพักผ่อนแล้ว พาลูกมือขับรถไปตระเวนหารถเป้าหมาย เมื่อพบก็จะวางแผนกันแบ่งหน้าที่ดูต้นทางและสะเดาะประตูรถ พอเข้าไปในรถได้แล้วก็ทำลายเครื่องล็อกต่างๆ ที่เจ้าของติดตั้งไว้ก่อนสตาร์ทขับหลบหนีออกมา ใช้เวลาคันละไม่ถึง 5 นาที ยิ่งเป็นรถรุ่นใหม่ใช้เซ็นทรัลล็อกยิ่งง่ายเพราะเปิดประตูได้ 1 ข้าง ก็เข้าตัวรถได้ทั้งคันแล้ว ทั้งนี้ เลือกที่จะไม่แตะต้องรถคันที่เจ้าของใส่เครื่องห้ามล้อและจอดไว้ในจุดผู้คนพลุกพล่าน เพราะจะเสียเวลาทำงานมากและเสี่ยงถูกจับกุมได้ง่ายเกินไป” นายวัทธิกร กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.ศุทรา กล่าวว่า ยังไม่เชื่อคำให้การของ นายวัทธิกร และ นายพณิช ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มากนัก เนื่องจากยังวกวนและซัดทอดกันไปมาคล้ายมีการวางแผนล่วงหน้าหากโดนจับกุมมาก่อนแล้ว โดยเฉพาะที่อ้างว่าเพิ่งก่อเหตุสำเร็จแค่ 4 คัน เนื่องจากตรวจพบยอดเงินในบัญชีของ นายวัทธิกร มีเงินเดินสะพัดมากถึง 2,000,000 บาท ส่วนที่บ้านพักของ นายพณิช ที่เป็นจุดพักรถก่อนนำส่งให้ลูกค้า ตรวจพบยางอะไหล่ 5 วง ชุดเครื่องเสียงรถยนต์ ราวสแตนเลสติดหลังรถกระบะ บันไดข้างแต่ง และอุปกรณ์ตกแต่งรถกระบะ โดยเฉพาะรถอีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ อีกจำนวนมาก เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นหรือคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ก่อนส่งตัวให้ฝ่ายสอบสวน สน.คลองตัน และ สน.ท่าข้าม ดำเนินการตามกฎหมาย หากผู้ใดสงสัยเคยถูกแก๊งนี้โจรกรรมรถ ขอให้ประสานเข้ามาได้ที่ กก.สส.บก.น.8 ศปจร.น. หรือ สน.คลองตัน เพื่อนำหลักฐานมาอายัดตัวเพิ่มโทษต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    86.0%
  • ไม่ชอบ
    2.7%
  • สนุก
    6.4%
  • ประหลาดใจ
    1.8%
  • เสียใจ
    1.2%
  • ให้กำลังใจ
    1.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement