เอาจริง! ฝ่ายกม.วัดไผ่ล้อมไล่บี้'ดีเอสไอ' อาจผิด ม.157 ละเว้นปฏิบัติฯ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เอาจริง! ฝ่ายกม.วัดไผ่ล้อมไล่บี้'ดีเอสไอ' อาจผิด ม.157 ละเว้นปฏิบัติฯ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ก.พ. 2559 17:40
19,053 ครั้ง


ฝ่ายกฎหมาย-ไวยาวัจกรวัดไผ่ล้อม ลุยเข้มเอาจริง ดีเอสไอ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ผิดกฏหมายอาญามาตรา 157 รมต.-อธิบดีเลือกปฏิบัติ ทำมึนไม่ตรวจอีก 6,000 คัน...

วันที่ 28 ก.พ.นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ไวยาวัจกรและฝ่ายกฎหมายวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม เปิดเผยว่า ตามที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคดีรถยนต์จดประกอบเลี่ยงภาษีได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าที่ดีเอสไอต้องตรวจสอบซ้ำในรอบนี้ เนื่องจากการตรวจครั้งแรกยังไม่แล้วเสร็จ เป็นการตรวจสอบเพียงทางกายภาพ ว่ามีการถอดออกหรือประกอบใหม่หรือไม่อย่างไร

แต่ครั้งนี้จะเป็นการตรวจสอบตามแนวทางการสืบสวนที่พบข้อมูลเพิ่มเติมนั้น ทางฝ่ายกฎหมาย เห็นว่า การตรวจสอบรถยนต์จดประกอบดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอทางวัดไม่ขัดข้อง ไม่ว่าดีเอสไอจะตรวจสอบรายปีหรือรายเดือนหรือวันนั้น ทางวัดพร้อมยินดี แต่ที่สำคัญดีเอสไอต้องตอบสังคมว่าเหตุใดดีเอสไอจึงเจาะจงตรวจสอบเฉพาะรถยนต์จำนวนเพียง 2 คันในประเทศนี้ คือรถวัดปากน้ำกับรถวัดไผ่ล้อม โดยเฉพาะรถวัดไผ่ล้อมตรวจสอบซ้ำถึง 2 รอบ และไม่มีหลักประกันว่าจะมีการตรวจสอบซ้ำอีกกี่ครั้ง ที่สำคัญมีการตั้งขอสังเกตในการตรวจสอบครั้งแรก เป็นการตรวจสอบรถถึง 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทางคดี หากจะบอกว่าตรวจไม่ละเอียด และตรวจไม่แล้วเสร็จมันฟังไม่ขึ้นแน่นอน

​ส่วนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์ว่าได้เรียกอธิบดีดีเอสไอเข้าพบ และกำชับให้ตรวจสอบรถยนต์จดประกอบ 6,000 คันนั้น นายศุภภัทร์พจน์ ตั้งข้อสังเกตว่าอยากให้สังคมช่วยกันพิจารณาดูว่าทำไมพึ่งกำชับให้ตรวจสอบตอนนี้ ทั้งที่ระยะเวลาผ่านมานานมากแล้ว แสดงให้เห็นว่าในจำนวนรถ 6,000 คันนั้นไม่มีการตรวจสอบมาก่อนเลยแม้แต่คันเดียว คงตรวจสอบแต่รถวัดปากน้ำกับรถวัดไผ่ล้อมเท่านั้น โดยเฉพาะรถวัดไผ่ล้อมตรวจซ้ำซากถึง 2 ครั้ง 2 ครา

“ที่ระบุว่าต้องตรวจสอบ 2 คันนี้ก่อน เพราะมีผู้แจ้งความกล่าวโทษ ถ้าไม่ตรวจสอบอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา เป็นเจ้าพนักงานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 นั้น ขอเรียนว่าคดีรถจดประกอบนั้นเป็นคดีอาญาแผ่นดิน หรือความผิดต่อรัฐไม่จำเป็นต้องมีผู้แจ้งความกล่าวโทษ ดีเอสไอ สามารถตรวจสอบได้เลยทันทีเช่นเดียวกันกับรถยนต์ 2 คันนี้ การที่ไม่แตะต้องรถจำนวน 6,000 คันเลยแม้แต่คันเดียว แต่กลับเจาะจงตรวจรถยนต์แค่ 2 คัน และบางคันตรวจแล้วตรวจอีก ตรงนี้ต่างหากอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157” นายศุภภัทร์พจน์ กล่าว

​นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวย้ำว่า รถยนต์จดประกอบของหลวงพี่น้ำฝนนั้น ลูกศิษย์ที่ต่างประเทศเป็นผู้ถวาย และจัดส่งมาให้เพื่อเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้เยี่ยมชมศึกษา และที่ผ่านมาหลวงพี่น้ำฝนก็ไม่เคยนำมาใช้เป็นการส่วนตัวแม้เพียงครั้งเดียว ส่วนรถยนต์จะยี่ห้อแพนเธอร์ หรือ จากัวร์ พระท่านคงไม่รู้เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิค ส่วนการนำเข้าก็จ่ายภาษีตามที่ศุลกากรประเมินและเรียกเก็บ การจดประกอบก็จ่ายภาษีตามที่กรมสรรพสามิตประเมินและเรียกเก็บ

ฉะนั้น ดีเอสไอจึงต้องไปตรวจสอบกับกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิตว่าประเมินภาษีและเรียกเก็บภาษีกันอย่างไร และกรมการขนส่งทางบกก่อนที่จะจดทะเบียนออกสมุดคู่มือจดทะเบียนให้ มีการตรวจสอบรถกันอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งและเลือกปฏิบัติหรือไม่ นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวว่า คงจะไปกล่าวหาท่านอย่างนั้นไม่ได้ แต่อยากให้สังคมพิจารณาและจับตาดูเรื่องนี้ให้ดี มันแปลกๆ อยู่ รถยนต์ 6,000 คัน คนเขานำเข้ามาใช้เอง ส่วนรถวัด 2 คันพระท่านนำเข้ามาจอดให้คนไว้ดูไว้ศึกษาแต่ปัญหามันเกิดเฉพาะรถ 2 คันนี้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    81.6%
  • ไม่ชอบ
    14.1%
  • สนุก
    1.6%
  • ประหลาดใจ
    1.2%
  • เสียใจ
    0.1%
  • ให้กำลังใจ
    1.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement