เศรษฐกิจเกษตรอาสาเสริมแกร่ง..สู้แล้ง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เศรษฐกิจเกษตรอาสาเสริมแกร่ง..สู้แล้ง

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ก.พ. 2559 05:01
2,000 ครั้ง


“ภัยแล้ง”...ปีนี้ดูท่าจะเรื้อรังลากยาว “เกษตรกร” ต้องวางแผนการเพาะปลูกรับมืออย่างรอบคอบ ไม่อย่างนั้นคงผ่านพ้นไปได้ยาก

ไหนจะ...“ภัยธรรมชาติ” ไหนจะ...“ภัยเศรษฐกิจ” เกษตรกรไทยจะต้องฝ่าวิกฤติเหล่านี้ไปให้ได้อย่างมั่นคง สุรพงษ์ เจียสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) บอกว่า สืบเนื่องมาจาก ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก. นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนงาน ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยทำงานตามบทบาทภารกิจ

“สศก.มีบทบาทหน้าที่ในการให้ข้อมูลข่าวสาร เศรษฐกิจเกษตร มีข้อมูลเรื่องนโยบายการประเมินผล ก็จะเข้าไปร่วมดำเนินการที่ศูนย์ฯทั้ง 882 แห่งใน 882 อำเภอ...เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ไม่เพียงพอ ก็เลย ใช้อาสาสมัครที่เรียกว่า...เศรษฐกิจการเกษตรอาสา เข้ามาเป็นตัวช่วยกระจายเครือข่าย”

“เศรษฐกิจการเกษตรอาสา” หรือ “ศกอ.” พิจารณา เชิญชวน คัดเลือกจากเกษตรกรที่เสียสละ แล้วก็สามารถช่วยงานได้มาร่วมทำงานกับ สศก. ในช่วงนี้จะได้รับการฝึกอบรม ติดอาวุธในพื้นที่ภาคเหนือ 1 รอบ...ภาคกลาง 1 รอบ...ภาคใต้ 1 รอบ...ภาคอีสานจัด 2 รอบ เพราะพื้นที่เยอะคนเยอะ

สุรพงษ์ ย้ำว่า เราจะให้ความรู้ในสิ่งที่ควรจะต้องรู้ เพื่อที่จะเป็นตัวแทนในการไปช่วยสื่อสารข้อมูลคำแนะนำ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลผลผลิต ต้นทุนการผลิต ข้อมูลราคา รวมไปถึงแหล่งรับซื้ออยู่ที่ไหนบ้าง

ทั้งหมดที่ถูกถ่ายทอดส่งต่อลงไปก็จะเป็นข้อมูลเชิงเศรษฐกิจการเกษตร แต่จะนำไปสู่พี่น้องเกษตรกรใกล้มือมากขึ้น ผ่าน “เศรษฐกิจการเกษตรอาสา” ...ผ่าน “ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร” เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย

เข้าใจง่ายๆ เศรษฐกิจการเกษตรอาสาจะไปทำงานร่วมกับศูนย์ฯ เป็นงานที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุนการทำงานของศูนย์ที่จะทำงานร่วมกับกรมอื่นๆ อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดินที่จะร่วมกันทำงานมากขึ้น เป็นการขยายแขนขา สศก. รุกลงไปในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศมากขึ้น

“เข้ามาช่วยเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเกษตรกรไทย จะช่วยให้งานในภาพรวมเชื่อมต่อให้การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ได้มากขึ้น”

อีกส่วนหนึ่งที่เศรษฐกิจการเกษตรอาสาจะต้องทำก็คือ งานของ สศก. บางอย่างจะต้องเก็บข้อมูลในพื้นที่ ถ้าใช้บุคลากรเดิมๆที่มีอยู่จะเก็บได้ไม่ทั่วถึงเพียงพอ ถ้าดึงเศรษฐกิจการเกษตรอาสาเข้ามาช่วย จะเพิ่มศักยภาพในฐานข้อมูลนั้นๆได้มากขึ้น เก็บแล้วก็จะมีค่าใช้จ่ายให้ตามเนื้องานประเด็นสำคัญมีว่า นโยบายหลักต้องการให้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร เป็นศูนย์ที่ทุกส่วนราชการที่มีบทบาทภารกิจอะไรที่จะสนับสนุนการทำงานได้ก็ให้ลงไปร่วมกันทำ บูรณาการกัน

“เศรษฐกิจการเกษตรอาสา” ...เดินหน้าทำงานด้านข้อมูลข่าวสาร สื่อสารถึงตัวเกษตรกร คำถามสำคัญมีว่า...เกษตรกรไทยยุคใหม่ให้ความสำคัญกับข้อมูลมากน้อยแค่ไหน?

“ถ้าอยากประสบความสำเร็จ เกษตรกรยุคใหม่ต้องรู้ข้อมูลสำคัญที่จำเป็น เศรษฐกิจเกษตรอาสาจะเป็นหัวใจสำคัญ นับตั้งแต่เริ่มเข้ามาฝึกอบรมจะชี้ประโยชน์ให้เห็นว่าข้อมูลที่ให้ไปสื่อสารนั้นเกิดประโยชน์กับตัวเกษตรกรแน่ๆ ถ้าใช้ไปประกอบการพิจารณา”

สุรพงษ์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจะลดต้นทุนการผลิต แต่เขาไม่รู้หรอกว่าใช้ไปทุกวัน ทำไปทุกวัน จะลดอะไร...เราก็จะไปแนะนำ ต้นทุนการผลิต... หลักๆมีอะไรบ้าง ถ้ารู้แล้วพอลดได้ เช่น ต้นทุนการผลิตมาจากเมล็ดพันธุ์สักเท่าไหร่ ถ้าลดได้...จะลดได้ยังไง เช่น ใช้มากเกินก็ปรับใช้ตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว...ลดจำนวนกิโลกรัมต่อไร่ได้ จะลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้เท่าไหร่ ชี้ให้เห็นภาพเป็นรายการๆไป

อย่าง “ปุ๋ยเคมี”...ใช้กันยังไงบ้าง จะลดได้ไหม...ใช้ปริมาณให้เหมาะสมบวกกับการไปหาซื้อจากร้านค้าที่ร่วมโครงการกับภาครัฐลดราคาสนับสนุนจากกระทรวงพาณิชย์ ก็จะเห็นรายการข้อมูลมากขึ้น

“พูดถึงเรื่องลดต้นทุน...อาจจะนึกไม่ออก เศรษฐกิจการเกษตรอาสาจะเรียนรู้นำไปสื่อสาร ต่อยอดไปสู่การปฏิบัติในวงกว้างมากขึ้น สื่อสารด้วยหัวใจเกษตรกรด้วยกัน ทำแบบนี้ ทำแล้วจะเห็นภาพ พูดจาภาษาเดียวกัน มีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน”

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน...เกษตรกรไม่รู้ว่าจะต้องดู “ราคาผลผลิต” อย่างไร ก็จะสอนให้เศรษฐกิจการอาสาไปแนะนำ ให้ดูให้รู้...ดูให้เป็น ราคาที่ว่านี้ก็คือราคาที่เกษตรกรจะขายผลผลิตได้ ถ้าขนไปขายที่ตลาดราคาเท่านี้ เพราะต้องมีค่าขนส่ง ถ้าไปขายที่ไหน...ราคาเท่าไหร่

นอกจากนี้แล้ว ราคาแต่ละสินค้าข้อมูลที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจะให้ หรือให้ดูเป็นระยะๆจะเทียบเคียงได้ว่าราคาเหล่านี้...ที่อื่นเขาขายกันยังไง จังหวัดนี้ขายกันเท่าไหร่ ตัวเกษตรกร...ถ้าจะขายควรจะขายสักเท่าไหร่ แล้วตลาดอยากได้ของแบบไหน จะได้สื่อสารข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

หรือแม้แต่เกษตรกรปลูกหรือทำกินอยู่ในหมู่บ้านตัวเอง ข้อมูลจะทำให้รู้ว่าที่อื่น จังหวัดอื่นเขาทำอะไร ข้อมูลที่ สศก.จะให้ไปมีรายละเอียดลงลึกว่าจังหวัดนี้...กลุ่มจังหวัดนี้...ภาคนี้ส่วนมากปลูกอะไร...ทำอะไร แล้วผลผลิตจะออกมาช่วงเดือนไหนเป็นส่วนใหญ่

“ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เกษตรกรรู้แล้วนำไปปรับตัวได้ ขยับผลผลิตที่จะออกมาของตัวเองได้ เพื่อได้ราคาที่ดีกว่า หรือไม่ต้องมีผลผลิตออกมาชนกันกับตลาดส่วนใหญ่ ถ้าทำได้ก็จะเกิดประโยชน์”

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเกษตรกรปรับตัวรับสถานการณ์ได้มากทีเดียว... บอกแล้วไม่ได้ผ่านเลยไป จะมีคู่มือเผื่อเอาไว้กันลืม มีเอกสารชี้แจงแนะนำ ทำเป็นการ์ตูนเข้าใจง่าย เป็นเครื่องมือช่วยในการสื่อสารให้เข้าใจง่ายขึ้น

ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญ สุรพงษ์ เจียสกุล เลขาฯ สศก.มองว่าเป็นความยากที่ต้องให้เกษตรกรปรับทัศนคติ วิธีคิด เช่น อาจจะคุ้นเคยกับการทำอยู่เดิม ทำอะไรแล้วก็จะทำอยู่อย่างนั้น ถ้าจะไปแนะนำที่จะเปลี่ยนอะไร อาจจะต้องใช้เวลาที่จะเกิดความเชื่อมั่นว่า...ถ้าทำแล้วดีจริง

“การให้มาเห็นของจริง ได้คุยกับเกษตรกรด้วยกันที่ศูนย์ฯย่อมดีกว่า จูงใจให้เกษตรกรปรับได้ง่ายกว่า ไม่ใช่เห็นแต่คำอธิบาย...ข้อมูล... องค์ความรู้วิชาการเฉยๆ...ใครที่อยากจะรู้ว่าที่ไหนเป็นศูนย์ฯ ไถ่ถามกันได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้ตัว...ใกล้พื้นที่”

เกษตรกรยุคใหม่ในอนาคตจำเป็นต้องมี 2 ด้านที่สำคัญ...ด้านแรกก็คือ เกษตรกรจะต้องรู้ข้อมูลเยอะ ไม่ใช่รู้แต่ข้อมูลด้านการผลิต ปลูกเป็นอย่างเดียว จะต้องรู้ก่อนว่าจะปลูกอะไร เลี้ยงอะไร...จะเอาไปขายได้ไหม

“ไม่ใช่ทำไปแล้วขายไม่ได้ หรือขายได้แค่ราคาต่ำมาก เพราะไม่ตรงกับที่ตลาดต้องการ อาจจะต้องให้ปรับความคิดกันใหม่ รู้ก่อนว่าทำแล้วจะขายได้เท่าไหร่ ขายได้ที่ไหนถึงจะมีรายได้เข้ามา”

อีกด้านที่สำคัญอยากให้เกษตรกรลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ...ภัยราคาสินค้าเกษตร ด้วยการนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ ในเรื่องการทำเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกหลายอย่าง...ทำหลายอย่าง ก็จะมีรายได้หมุนเวียนไปเรื่อยๆ ไม่ต้องพึ่งพิงการผลิตเพียงชนิดเดียว

นโยบายรัฐบาล “ประชารัฐ” ราชการกับเกษตรกรมาร่วมกันแล้ว แต่ถ้าจะสำเร็จไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะเรื่องการจัดการ การตลาดคงต้องให้เอกชนเข้ามาช่วย เพราะมีศักยภาพมากกว่า ในทางปฏิบัติ... ในแต่ละพื้นที่ จะช่วยให้เกษตรกรดีขึ้นกว่าเดิมได้เร็วขึ้น.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    25.0%
  • ไม่ชอบ
    3.6%
  • สนุก
    14.3%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    57.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement