คาร์บอมบ์เจ็บ12 โจรใต้ปล้นชิงเก๋ง ยัดระเบิด100กิโล - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

คาร์บอมบ์เจ็บ12 โจรใต้ปล้นชิงเก๋ง ยัดระเบิด100กิโล

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ก.พ. 2559 05:48
4,838 ครั้ง


โจรใต้ดักยิงหนุ่มใหญ่เจ้าของร้านจำหน่ายยางรถยนต์กลางเมืองปัตตานีปางตาย ขณะขับรถเก๋งออกจากบ้านมาเปิดร้านตอนเช้าตรู่ ฉวยจังหวะเหยื่อลงจากรถจะเดินไปเปิดประตูหน้าร้าน ปรี่เข้าไปชักปืน 9 มม. จ่อยิง 2 นัด บาดเจ็บ แต่ยังแข็งใจวิ่งหนีตายเข้าไปในหมู่บ้าน ส่วนกลุ่มคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 4 คน กระโดดขึ้นรถเก๋งของคนเจ็บขับเผ่นหนี พอตกบ่ายนำรถที่ปล้นได้ไปประกอบเป็น “คาร์บอมบ์” บรรจุระเบิดแสวงเครื่องหนัก 100 กก. กับน้ำมันเชื้อเพลิงจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร บึมถล่มฐาน นปพ.ปัตตานี ไฟไหม้วอด ร้านค้าใกล้เคียงพังยับ แรงระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บ 12 คน เป็นตำรวจ 7 นาย กับชาวบ้าน 5 คน คาดฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ปฏิบัติการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐที่กดดันหนัก

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นรายวัน เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 ก.พ. พ.ต.อ.กีรติ ยูโซ๊ะ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงบริเวณหน้าร้านเพชรเกษมยานยนต์ เป็นร้านจำหน่ายยางรถยนต์ เลขที่ 1/13 หมู่ 7 ต.ตะลุโบ๊ะ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ นำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวที่พื้นหน้าร้าน โดยมีปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่ 3 ปลอก เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีชาวบ้านช่วยเหลือนำส่ง รพ.ปัตตานี ทราบชื่อนายสมศักดิ์ ดุษฎีพิรียะ อายุ 51 ปี เจ้าของร้าน ถูกยิงด้วยปืน 9 มม.ที่กลางหลังและแขนขวา รวม 2 นัด อาการสาหัส

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสมศักดิ์ คนเจ็บขับรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน ฆฉ 3815 กรุงเทพมหานคร ออกจากบ้านมาจอดริมถนนหน้าร้านเพื่อเปิดร้านตามปกติ ขณะลงจากรถจะไปเปิดประตูร้านได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 4 คนดักซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว ปรี่เข้ามาชักปืนยิงเข้าที่กลางหลังและแขน รวม 2 นัด นายสมศักดิ์ได้รับบาดเจ็บแต่ยังแข็งใจตั้งสติวิ่งหนีตายเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านก่อนจะล้มลงกับพื้น ส่วนคนร้ายพากันขึ้นรถเก๋งของคนเจ็บที่ไม่ได้ดับเครื่องขับหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผบก.ภ.จ.ปัตตานี วิทยุสั่งการให้ตำรวจทุกโรงพักสกัดจับรถคันดังกล่าวตามเส้นทางที่หลบหนี พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยกำลังทหาร และฝ่ายปกครอง ติดตามไล่ล่าอีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ อาจเป็นไปได้ว่าคนร้ายก่อเหตุปล้นรถยนต์เพื่อนำไปประกอบเป็นคาร์บอมบ์

ต่อมาเวลา 12.30 น. พ.ต.อ.กีรติ ยูโซ๊ะ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งมีเหตุระเบิด “คาร์บอมบ์” บริเวณข้างฐานหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ถนนหนองจิก หมู่ 4 ต.รูสะมิแล ประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นำกำลังไปตรวจสอบ พบเพลิงกำลังลุกไหม้ฐานปฏิบัติการ นปพ. เป็นเพิงไม้หลังคามุงจาก มีกระสอบทรายและรั้วลวดหนามล้อมรอบ กลุ่มควันดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นเต็มท้องฟ้า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องทำงานด้วยความระมัดระวังเนื่องจากภายในฐานมีกระสุนปืนและเอ็ม 79 จำนวนมาก เมื่อถูกเปลวไฟเกิดการปะทุอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลานานกว่า 40 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ฐานตำรวจ นปพ.ปัตตานีถูกไฟไหม้วอดเสียหายทั้งหมด

ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์ที่ใช้เป็น “คาร์บอมบ์” เป็นรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส ไม่ทราบสีและทะเบียน สภาพพังเละเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 12 คน ถูกช่วยเหลือนำส่ง รพ.ปัตตานี เป็นตำรวจ 7 นาย ประกอบด้วย ส.ต.ท.สุรศักดิ์ สังข์นวล อาการสาหัส ถูกนำส่งต่อ รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส.ต.ท.ปกป้อง ชุมขำ ส.ต.ท.มงคลชัย นุ่นเกลี้ยง ส.ต.ท.สุรเดช ทรัพย์สมบัติ ส.ต.ท.ธีรพงษ์ เกื้อหล่อ ส.ต.ท.ปิยะพงษ์ ฉุ้นเขา และ ส.ต.ท.อรรถพล นิ่มวุ้น และชาวบ้านอีก 5 คน คือ น.ส.พรชนก อักษรชู นายซอปี สอเฮาะ นายอับดุลรอฮิม สามะอาลี นายอิสมาแอ อาแย และนายกุศล สุวรรณโน นอกจากนี้ แรงระเบิดยังทำให้รถยนต์และร้านค้าใกล้เคียงพังเสียหายไปด้วย

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายขับรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซบรรทุกระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 100 กก.และบรรจุน้ำมันเบนซินจำนวนมากเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดไฟไหม้ เข้ามาจอดบริเวณหน้าร้านอาหารมีตติ้งซึ่งอยู่ติดกับฐาน นปพ. ขณะนั้นมีตำรวจประจำอยู่ในฐาน 3 นาย ส่วนที่เหลือออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่ด่านตรวจหน้าฐาน จากนั้นใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้เพลิงลุกไหม้ในฐานอย่างรุนแรง ตำรวจที่อยู่ในฐานต้องรีบวิ่งหนีออกมา รวมทั้งตำรวจที่จุดตรวจหน้าฐาน และประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย เบื้องต้นคาดว่ารถที่คนร้ายใช้เป็นคาร์บอมบ์เป็นรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน ฆฉ 3815 กรุงเทพมหานคร ของนายสมศักดิ์ ดุษฎีพิรียะ เจ้าของร้านเพชรเกษมยานยนต์ ที่ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บและปล้นเอารถไปเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เนื่องจากมีลักษณะตรงกัน แต่เจ้าหน้าที่ยังต้องรอผลตรวจเลขหมายตัวถังอีกครั้งหนึ่ง

หลังเกิดเหตุ นายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ ผวจ.ปัตตานี พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเป็นการด่วน นอกจากนี้สั่งการไปยังหน่วยกำลังในพื้นที่สนธิกำลังเข้าตรวจสอบและตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทุกจุด รวมทั้งวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ โดย พล.ต.ต.ทนงศักดิ์เผยว่า หลังจากสืบสวนสอบสวนพอรู้ตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐหลังถูกกดดัน
อย่างหนัก

ส่วน จ.ยะลา มีรายงานจากหน่วยงานความ มั่นคงว่า กลุ่มก่อความไม่สงบได้นำรถกระบะบรรจุระเบิดในถังแก๊สประกอบเป็นคาร์บอมบ์เตรียมเข้ามาก่อเหตุในเขตเทศบาลนครยะลาในห้วงสัปดาห์นี้ มีเป้าหมายย่านเศรษฐกิจการค้า อาจใช้รถกระบะสีแดง ยังไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อ แจ้งถึงเครือข่ายภาคประชาชน เครือข่ายตาสับปะรดให้ช่วยกันตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ และช่วยกันสังเกตรถยนต์หรือผู้ขับขี่ยานพาหนะที่นำถังแก๊สมาด้วย นอกจากนี้ยังมียานพาหนะเป้าหมายอีก 8 คัน ประกอบด้วย รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 3 กน 8795 กรุงเทพมหานคร รถกระบะอีซูซุดีแมคซ์ ตอนครึ่ง สีทอง ทะเบียน 1852 กาญจนบุรี ไม่ทราบหมวดอักษร รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ตอนครึ่ง สีบรอนซ์ ทะเบียน บร 7934 สงขลา รถกระบะมิตซูบิชิไทรทัน 4 ประตู สีขาว ทะเบียน ขจ 4301 ชลบุรี รถกระบะมิตซูบิชิไทรทัน ตอนครึ่ง สีดำ ทะเบียน บต 3597 ยะลา รถ จยย.ยามาฮ่าฟีโน่ สีดำเทา ทะเบียน 1 กก 5906 ยะลา รถ จยย. ฮอนด้าเวฟ 110 สีดำแดง ทะเบียน ขคฉ 677 ยะลา รถเก๋งโปรตอน สีฟ้า (และสีอื่นๆ) ไม่ทราบทะเบียน หากพบเห็นให้รีบแจ้งตำรวจ ทหาร หรือฝ่ายปกครองอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบป้องกันเหตุร้ายต่อไป

ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เตือนให้ระวังการเข้ามาสร้างสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกลุ่ม Black Swan ว่า ในสารบบไม่มีชื่อของกลุ่มนี้ แต่ในพื้นที่จะไปเรียกกันเองหรือไม่เป็นอีกเรื่อง อาจใช้เรียกกลุ่มที่อาจจะฝังตัวอยู่ เป็นกลุ่มที่ไม่มีชื่อ อาจเป็นกลุ่มที่มองแล้วเป็นหงส์ ไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่จริงๆ มันคือภัยสีดำหรือภัยเงียบ เป็นศัพท์ทางเทคนิคของฝ่ายก่อการร้ายที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ต้องขอบคุณ พล.อ.ชวลิตที่เตือนให้ระวัง อะไรที่อยู่ใต้เรดาร์ที่จับไม่พบ ท่านอาจมีข้อมูล ที่ผ่านมาก็เฝ้าระวังมาตลอดตั้งแต่มีเหตุการณ์ที่ราชประสงค์มีการคัดกรองคนเพิ่มมากขึ้นทำให้มั่นใจได้ระดับหนึ่ง

แหล่งข่าวความมั่นคงเปิดเผยถึงข่าวเรื่ององค์การ Black Swan หรือหงส์ดำ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า คำว่า Black Swan ไม่ได้เป็นชื่อองค์การหรือกลุ่มก่อการร้ายสากล แต่เป็นคำอุปมาที่นักวิชาการหรือคนทำงานด้านความมั่นคงใช้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย มีผลกระทบรุนแรง เหมือนเคยเรียกการก่อเหตุที่ฝรั่งเศส เบลเยียม เดนมาร์ก ว่าเป็น Black Swan ซึ่งด้านงานข่าวกรองในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการบูรณาการอย่างใกล้ชิดของหน่วยข่าวพลเรือน ตำรวจ ทหาร รวมทั้งประสานงานกับหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ปรากฏการเข้ามาทำกิจกรรมในบ้านเรา แต่การเฝ้าตรวจติดตามได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    22.9%
  • ไม่ชอบ
    1.0%
  • สนุก
    11.7%
  • ประหลาดใจ
    39.0%
  • เสียใจ
    10.2%
  • ให้กำลังใจ
    15.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement