ดึง‘จากัวร์’ตรวจรถแพนเธอร์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ดึง‘จากัวร์’ตรวจรถแพนเธอร์

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ก.พ. 2559 05:41
1,826 ครั้ง


ของหลวงพี่นํ้าฝนดีเอสไอยํ้าข้อพิรุธ

สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เตรียมหารือ คณะเลขานุการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชหาทางชี้แจงกับประชาชนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ หวังให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ขณะที่ “เจ้าคุณประสาร” อัดกลับ พวกสั่งทหารเข้าปรามพระถึงวัด-สถานศึกษาของสงฆ์ ห้ามเคลื่อนไหว เป็นพวกล้าหลัง ไม่พัฒนา จี้อย่าใช้วิธีแบบอำนาจนิยมแบบเก่าเพราะโลกก้าวหน้าไปไกลแล้ว ด้านดีเอสไอเตรียมนัดหมายผู้เชี่ยวชาญ บ.จากัวร์ ประเทศไทย ตรวจสอบรถหลวงพี่น้ำฝนถึงวัดไผ่ล้อม วันที่ 2มี.ค.นี้ หลังไม่พบฐานข้อมูลครั้งแรก ยัน “จากัวร์-แพนเธอร์” คนละบริษัท

ความขัดแย้งเรื่องการตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ใหม่ ที่ยังไม่ได้บทสรุปที่ชัดเจน ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลระบุว่าเป็นข้อมูลจากหนังสือที่ทาง พศ.จะตอบกลับไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับกรณีการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะเพื่อทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น ขอชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อสรุปที่ พศ.จะแจ้งไปยังรัฐบาล แต่เป็นเพียงการเตรียมข้อมูลเบื้องต้นเพื่อจะตอบกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล พศ. โดยมีการตั้งโจทย์ว่าหากนายสุวพันธุ์ถามมา จะต้องตอบว่าอย่างไรบ้างเท่านั้น

นายพนมกล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 29 ก.พ.จะหารือกับคณะเลขานุการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ก่อนที่จะประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) โดยจะหารือถึงการตั้งคณะทำงานเพื่อวิเคราะห์ปัญหา ต่างๆที่เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ในขณะนี้ รวมถึงจะหารือถึงแนวทางในการทำความเข้าใจกับประชาชนเมื่อเกิด กรณีต่างๆเกี่ยวกับคณะสงฆ์ โดยอาจจะเป็นในลักษณะของการออกแถลงการณ์จากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เช่น กรณีรถโบราณที่วัด ปากน้ำ ภาษีเจริญ ฝ่ายที่จะต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง ก็ต้องเป็นทางวัดปากน้ำฯ เป็นต้น ทั้งนี้หากคณะเลขานุการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเห็นชอบ อาจจะมีการนำเข้าเสนอที่ประชุม มส.ในวันเดียวกันทันที

ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้รับแจ้งข่าวจากวัด สถานศึกษาของคณะสงฆ์ ทั่วทุกภูมิภาคว่า มีทหารเข้าไปสอบถาม ห้ามปรามเพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวใดๆ จึงอยากบอกผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่า อย่าใช้วิธีการนี้เลย โลกยุคใหม่ โลกแห่งความรู้และข้อมูลข่าวสาร วิธีคิดและการปฏิบัติในระบบอำนาจนิยมแบบเก่าและการใช้กำลังทหารเข้าไปบีบบังคับนั้น เป็นวิธีการที่ล้าหลัง ไม่พัฒนา และไม่สอดรับกับแนวคิดวิถีชีวิตของคนในสังคมยุคใหม่ ในส่วนของพระสงฆ์นั้น ชัดเจนทั้งในแนวคิดและการปฏิบัติ ไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะจุดมุ่งหมายสำคัญที่เข้าใจตรงกันในเวลานี้คือ ร่วมมือร่วมใจกันปกป้องคณะสงฆ์ทั้งสังฆมณฑล การออกไปร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นเพียงบทเริ่มต้นแห่งคณะสงฆ์ที่พร้อมใจกันส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลเป็นเพียงบทเริ่มต้นในการเคลื่อนย้ายครั้งสำคัญในวงการสงฆ์เท่านั้น เพราะเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงจะสงบ และกลับมาปกติได้ก็ด้วยการให้ความเคารพ ให้เกียรติกับสถาบันสงฆ์บ้าง การแก้ปัญหาจากฝ่ายอำนาจรัฐโดยให้ทหารในพื้นที่เข้าไปบีบ ไปบังคับ ไปสอบถาม ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือคลี่คลายอะไรได้เลย ตรงกันข้ามกลับจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ดังนั้น การพูดคุย การเจรจาระหว่างฝ่าย รัฐกับคณะสงฆ์คือการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

ส่วนกรณีการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าตรวจสอบรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แล้วต่อมามีการตรวจสอบรถยนต์โบราณแพนเธอร์ สีดำ ทะเบียน กก 1177 กรุงเทพมหานคร ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม อ.เมืองนครปฐม ด้วยนั้น วันเดียวกัน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคดีรถยนต์จดประกอบเลี่ยงภาษี กล่าวถึงเตรียมตรวจสอบรถยนต์โบราณแพนเธอร์ เปิดประทุน รุ่นปี ค.ศ.1975 สีดำ ทะเบียน กก 1177 กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในการครอบครองของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ โดยดีเอสไอส่งเอกสารเชิญในวันที่ 2 มี.ค.นี้ว่า คณะพนักงานสอบสวนจะประชุมในวันที่ 29 ก.พ.นี้ เพื่อนัดหมายบริษัทจากัวร์ ประเทศไทย ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบรถในวันดังกล่าวและเดินทางไปตรวจที่วัดเพราะทราบว่าไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

“สำหรับการตรวจสอบครั้งแรกในปี 2556 รถคันดังกล่าวจดทะเบียนเป็นรถจากัวร์ อยู่ในกลุ่มรถหรูราคาเกิน 4 ล้านบาท โดยผลตรวจจากบริษัท จากัวร์ ประเทศไทย เบื้องต้นไม่พบเลขตัวถังและเครื่องยนต์ในฐานข้อมูล และได้ขอตรวจสอบกับบริษัทแม่ยืนยันไม่ใช่รถจากัวร์ แต่ขั้นตอนเอกสารนำเข้าแสดงเป็นยี่ห้อจากัวร์ และเมื่อจดประกอบรถเป็นยี่ห้อแพนเธอร์ แต่พอจดทะเบียนเป็นรถจากัวร์ (แพนเธอร์) นอกจากนี้ มีผู้มายื่นเรื่องขอให้ดีเอสไอ ตรวจสอบอีกครั้ง โดยวันที่ 2 มี.ค. จะเป็นการตรวจรายละเอียดว่า รถดังกล่าวเป็นรถยี่ห้อใดกันแน่ ระหว่างจากัวร์ หรือแพนเธอร์ เนื่องจากรถจากัวร์กับ รถแพนเธอร์ เป็นคนละบริษัทกัน ไม่มีรถจากัวร์รุ่นแพนเธอร์” พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    60.7%
  • ไม่ชอบ
    19.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    19.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement