อยู่ยาวไปเลย เสรียุส่ง รัฐบาล-คสช. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

อยู่ยาวไปเลย เสรียุส่ง รัฐบาล-คสช.

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ก.พ. 2559 05:37
17,731 ครั้ง


โอกาสสวยๆไม่มีอีกแล้วพท.อัดวิษณุอย่าแกล้งโง่

“วิษณุ” พลิ้ว ไม่ได้เสนอให้ กรธ.ผุดองค์กรพิเศษคุมเชิงช่วงเปลี่ยนผ่าน เชื่อถ้าพ้นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อไปได้ทุกอย่างราบรื่น ให้อดใจรอดูร่างสุดท้าย สปท.แนะ กรธ.ถอดบทเรียนจาก คปป. “เสรี” ยุรัฐบาล-คสช.ลากยาวให้สะเด็ดน้ำ ชี้โอกาสแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว กรธ.ยอมรับหนักใจกับบางข้อเสนอ ยันไม่มีสองขยักลดทอน ปชต. สั่งรูดซิบปากขยายปมอ่อนไหว พท.กะซวก “วิษณุ” อย่าแกล้งโง่ เย้ย “เนติบริกร” ช่วยดันเลือกตั้งเร็วหน่อย ดักคออย่าเปลี่ยนผ่านย้อนไปยุคไดโนเสาร์ “ตู่” จับไต๋ ครม.-คสช.-กรธ.ซ่อนเล่ห์ตบตาลากยาว 5 ปีไว้แล้วในร่าง รธน. “นิพิฏฐ์” เชื่อสุดท้าย “มีชัย” ต้องยอมตามนายกฯส่งสัญญาณ สถาปนารัฐข้าราชการขึ้นมาแทน กลุ่ม นศ.เริ่มระดมทุนขับเคลื่อนโหวตโน “บิ๊กต๊อก” จ่อสอบมือแฉจดหมายน้อย

หลังจากคณะรัฐมนตรีทำข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะข้อที่ 16 จนถูกมองว่าอาจสร้างกลไกลากยาวอำนาจให้กับ คสช.และรัฐบาล ล่าสุด นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ออกมาสนับสนุนให้รัฐบาลชุดนี้อยู่บริหารงาน และการปฏิรูปช่วงเปลี่ยนผ่านต่อให้สะเด็ดน้ำ เพราะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว

“วิษณุ” พลิ้วไม่ได้ให้ตั้งองค์กรพิเศษ

เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถึงข้อเสนอต่อร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะข้อ 16 เพื่อหาแนวทางป้องกันวิกฤติในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่า ยืนยันไม่มีกลไกอะไร พอพูดคำว่ากลไกก็ไปนึกถึงว่ามีองค์กรหรือตั้งกรรมการ ไม่มีใครมองอย่างนั้น ข้อเสนอที่ 16 ระบุถึงกระบวนการแต่ไม่ใช่กลไก หากในช่วงแรก กรธ.ไม่สามารถแก้ไขเนื้อหาตามที่เรียกร้องได้ ทำไมไม่ลองเอาสิ่งที่คิดว่าจำเป็นซึ่งเขียนไว้แล้ว และไม่มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ใส่ไว้ในช่วงระยะต้น ส่วนบทถาวรให้เขียนไปตามมาตรฐานประชาธิปไตยสากล ทิ้งเวลาห่างกันพอสมควร อาจจะหลายปีแต่ไม่นานนัก เชื่อว่าจะผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อไปได้

ถ้ายังแก้ไม่ได้ไม่ต้องมีแล้วประเทศ

นายวิษณุกล่าวต่อว่า คำว่าบทเฉพาะกาลมันแปลอยู่ในตัวแล้วว่าใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อ เมื่อพ้นช่วงเวลานี้ไปน่าจะเรียบร้อยได้ มีคนถามว่า คิดหรือว่าจะเรียบร้อย ถ้ามีช่วงเวลานั้นให้แล้ว อยู่ในบรรยากาศของประชาธิปไตยแล้ว กระบวนการต่างๆก็เอื้ออำนวยจนสามารถจัดการกับปัญหาได้เรียบร้อย ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ถ้ายังแก้ไม่ได้อีกก็ไม่ต้องมีแล้วประเทศหรือรัฐธรรมนูญ ทะเลาะกันไปตลอดชาติ คงเป็นไปไม่ได้แน่ ความหมายมีอยู่แค่นั้นไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน คุณอดใจกลั้นใจรอวันที่ 29 มี.ค. ร่างรัฐธรรมนูญออกมาจะเห็น

ไม่มีประโยชน์พูดถึงที่มา รธน.

เมื่อถามว่า ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาดีเพียงใด แต่บางฝ่ายอาจไม่ยอมรับเพราะมีที่มาไม่ถูก นายวิษณุตอบว่า “อันนี้ถูก แล้วคุณจะให้ทำยังไง ผมไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ ต่อให้มีที่มาถูกต้องเหมือนคราวที่แล้ว แล้วจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จะนิรโทษกรรม คนเขาก็ไม่เห็นด้วย จนกระทั่งเกิดเรื่อง ฉะนั้นเมื่อจะค้านมันค้านได้หมดทุกจุด แต่เมื่อเราผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาแล้ว มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะกลับไปบอกว่าที่มาไม่ถูก แล้วจะทำให้ถูกยังไง อย่าลืมว่าเวลานั้นต้องย้อนกลับไปถามก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 ถูกหรือผิด คงไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาพูดกันแล้ว จะพูดก็พูดได้แต่มันไม่มีประโยชน์”

“ปนัดดา” สับการเมืองไร้คุณธรรม

วันเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำบทความปาฐกถาพิเศษ “ความเป็นชาติ” ที่ให้แก่คณะข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน มาโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า มีสุภาษิตไทยที่ว่า “หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก” คือถ้าหัวหน้าองค์กรดำรงความถูกต้อง เที่ยงธรรม สุจริต ผู้เป็นลูกทีมลูกแถวก็เฉกเช่นนั้น ไม่กระทำสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่นอกลู่นอกทาง แต่หากหัวส่าย ทุกอย่างก็เลวร้ายตาม กว่า 10 ปีที่ผ่านมา เล่นกันวุ่นวายไปหมด ระบบไม่เป็นระบบ ทำลายระบบคุณธรรมของแผ่นดิน ลบหลู่ดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่คำนึงธรรมาภิบาล สอนคนให้ทุจริต บอกว่าโกงไม่ผิด ขอเพียงให้ร่ำรวย ไม่รู้ไปเอาคำสอนชีวิตนี้มาจากขั้วโลกไหน

แนะ กรธ.ถอดบทเรียนจาก คปป.

ด้าน พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ข้อเสนอของ ครม.และนายกรัฐมนตรีให้มีประชาธิปไตยระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ตามหลักประชาธิปไตยสากลระยะเปลี่ยนผ่านเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมี ต้องกลับมาดูตัวเราเองว่าพร้อมหรือไม่ ประชาชนมีความเข้มแข็งเป็นพลเมืองของระบอบประชาธิปไตยแล้วหรือยัง นักการเมืองทำเพื่อส่วนรวม เลิกทำเพื่อพวกพ้องแล้วหรือไม่ ข้อเสนอดังกล่าวต้องกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล กรธ.สามารถถอดบทเรียนจาก กมธ.ยกร่างฯที่เคยเสนอให้มี คปป.ได้ว่า มีข้อดีเพื่อรองรับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย แต่ข้อเสียคือมีลักษณะเป็นองค์กร จึงทำให้เกิดความหวาดระแวงจากสังคม หาก กรธ. ไม่ตั้งเป็นองค์กร แต่สร้างเป็นกลไกขึ้นมาแทน พยายามอธิบายทำความเข้าใจต่อสังคม พูดคุยเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มาก ก็อาจหาทางตอบโจทย์นี้ ได้ เพราะการสร้างเป็นกลไกจะมีพลวัต สามารถเปลี่ยนแปลงยืดหยุ่นได้มากกว่าการตั้งเป็นองค์กร

จี้ปฏิรูปต้องรื้อส่วนราชการด้วย

พล.อ.นครกล่าวอีกว่า ส่วนที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ระบุว่า จะปรับแก้ประเด็นปฏิรูปให้เป็นหมวดหนึ่งของร่างรัฐธรรมนูญ ตนไม่ขัดข้อง และเห็นด้วย เพราะการปฏิรูปไม่สามารถทำได้เพียงเรื่องสองเรื่อง แต่จำเป็นต้องทำให้ครอบคลุมทั้ง 11 ด้าน ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้ และต้องลงรายละเอียด เช่น การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องหมายรวมถึง ศาล ผู้พิพากษา อัยการ ด้วย ไม่ใช่มีแค่ตำรวจ และต้องครอบคลุมส่วนราชการ ไม่เฉพาะแต่ฝ่ายการเมือง เพราะทั้ง 2 ส่วนนี้ต่างเกื้อหนุนกันอยู่

“เสรี” ยุลากยาวโอกาสแบบนี้ไม่มีแล้ว

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ข้อเสนอของ ครม.ที่ให้มีกลไกช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ตรงกับที่ กมธ.ชุดตนเสนอไว้ อาทิ การเลือกตั้ง ส.ส.ช่วง 2 ครั้งแรกต่อจากนี้ ให้มีวาระละ 2 ปี มี ส.ส.เขตอย่างเดียว มาทำหน้าที่ควบคุมการ บริหารราชการแผ่นดิน ออกกฎหมาย โดยนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาไม่ได้ และสภาผู้แทนราษฎรเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯไม่ได้ ส่วน ส.ว.ควรใช้การสรรหา มาทำหน้าที่เลือกคนดำรงตำแหน่ง ออกกฎหมาย แต่ไม่มีอำนาจถอดถอนใคร ส่วนงานบริหารต้องให้รัฐบาลนี้รับผิดชอบงานต่อให้สะเด็ดน้ำ หากไม่แก้ช่วงระยะเปลี่ยนผ่านให้ดี ต่อไปไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว อย่าติดหล่มกับคำว่าเลือกตั้ง จนไม่รู้ว่าประเทศจะแก้ได้หรือไม่ ไม่ต้องเอาใจนักการเมืองทุกเรื่อง

กรธ.ยอมรับหนักใจกับบางข้อเสนอ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. กล่าวว่า กรธ.ยังพิจารณาไปไม่ถึงประเด็นข้อเสนอ ครม. เรื่องกลไกยุทธศาสตร์ช่วงเปลี่ยนผ่าน รวมถึงเรื่อง ส.ส. ส.ว. ยังแขวนไว้เช่นกันเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่วันที่ต้องเผยแพร่ร่างสุดท้าย 29 มี.ค. มีคำตอบให้สังคมแน่นอน เท่าที่ดูบางข้อเสนออาจกระทบกรอบ หลักการ เหตุผล เจตนารมณ์ ที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 35 วางไว้ บางเรื่องเป็นข้อเสนอที่ไม่ใช่ไม่ดี แต่ถ้าแก้ให้จะขัดกรอบ เท่ากับ กรธ.ทำผิดกฎหมาย ทำให้เราหนักใจนิดหน่อยแต่ไม่เป็นปัญหามาก

ไม่มีสองขยักลดทอนประชาธิปไตย

นายอมรกล่าวว่า ส่วนข้อเสนอที่ 16 ของ ครม. ชัดเจนตามที่คำแถลงร่วมของนายมีชัยและนายวิษณุ อะไรที่เปลี่ยนผ่านก็ไปอยู่ในบทเฉพาะกาล อะไรจะบังคับใช้ถาวรก็ไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่มีสองขยัก ไม่มีเรื่องการลดทอนความเป็นประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม แม้ช่วงโค้งสุดท้ายจะเข้มข้น แต่ กรธ. ไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อย อันไหนไม่ขัดกรอบหลักการมีเหตุผลก็เพิ่มเติมให้ชัดตามที่เสนอ เดิมทีมีอยู่แล้วถ้าอยากให้เขียนชัดๆเราก็เพิ่มให้ อย่างข้อเสนอเรื่องภาคประชาสังคม สิทธิมนุษยชน กรธ.เขียนจัดเต็มให้เรียบร้อยแล้ว

กรธ.สั่งรูดซิปปากขยายปมอ่อนไหว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กรธ.มีนโยบายกำชับเป็นการภายใน เรื่องการให้สัมภาษณ์ต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ หาก กรธ.คนใดไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่รู้จริงในประเด็นนั้นๆ ให้ตอบไปว่าไม่รู้ ห้ามพูด หรือให้สัมภาษณ์ในประเด็นที่ไม่รู้ เพราะสังคมอาจสับสน โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนให้ระมัด ระวังอย่าโต้เถียงบุคคล ไม่ว่าใครก็ตาม แต่ต้องอธิบายในเชิงหลักการและเหตุผล ถ้ามัวตอบโต้คำพูดที่เป็นข้อเท็จจริงจะหายไปในอากาศ แต่หากอดทนอธิบายให้เข้าใจ กรธ.มองว่าประชาชนจะซึมซับเอง เพราะประชาชนฉลาดคิดเองได้ หรืออาจรับฟัง รับรู้ เห็นชอบด้วยกับ กรธ. ในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

สนช.มั่นใจนายกฯไม่สืบทอดอำนาจ

ที่จังหวัดกระบี่ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการปรับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะ กรธ. หารือเบื้องต้นว่าจะลงพื้นที่ร่วมกับ สนช.เพื่อพบประชาชนชี้แจงรายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวเห็นด้วยกับการมีกลไกระยะเปลี่ยนผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ บางเรื่องต้องใช้เวลาก่อนที่ทุกอย่างจะเข้าสู่ระบบปกติ เช่น ที่มาของ ส.ว. เห็นว่าอย่างน้อยควรยึดโยงกับประชาชน อาจมีการสรรหาและเลือกตั้งผสมกัน ส่วนข้อเสนอ ครม.ที่ทำให้ถูกมองว่าสืบทอดอำนาจนั้น นายกฯยืนยันว่าไม่สืบทอดอำนาจ การเขียนบทเฉพาะกาลคงไม่เขียนให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือคณะใดคณะหนึ่ง แต่เขียนให้เหมาะสมกับบริบทประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน เมื่อถามว่า องค์การสหประชาชาติในประเทศไทยเริ่มกดดันให้มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด นายพีระศักดิ์ตอบว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่เสร็จ อยากถามกลับว่าประชาธิปไตยที่สมบูรณ์คือแบบไหน แต่ละประเทศรัฐธรรมนูญไม่เหมือนกัน

“สุวพันธุ์” โววางยุทธศาสตร์งานไว้เป๊ะ

ทางด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยึดการทำงานตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ เน้นการดำเนินงานตามวาระยุทธศาสตร์ แก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนเฉพาะหน้า ปัญหาเรื้อรัง และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ โดยให้หน่วยงานต่างๆปรับแผนงานโครงการของปีงบประมาณ 2559 และ 2560 ตามวาระยุทธศาสตร์ บูรณาการทั้งแผนงานและแผนเงิน และกำลังขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปประเทศ ร่วมกับ สปท. สนช. ทำให้การประสานในวิป 3 ฝ่าย เป็นไปอย่างราบรื่น จะเห็นได้ว่ายุทธศาสตร์ ระบบงาน แนวทางทำงานร่วมกับแม่น้ำทุกสาย ตลอดจนกรอบเวลามีความเหมาะสมกับการทำให้ประเทศแข็งแกร่ง และรัฐบาลมีเวลาเตรียมการส่งมอบงานและการปฏิรูปที่ยังไม่เสร็จสิ้นให้แก่รัฐบาลชุดใหม่ได้อย่างเหมาะสม

พท.กะซวก “วิษณุ” อย่าทำแกล้งโง่

ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้ออ้างของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ระบุเหตุผลการเสนอให้แบ่งบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ขยัก เพราะห่วงประเทศจะสะดุดกับความขัดแย้งเหมือนช่วงก่อนการรัฐประหารนั้น วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 ไม่ใช่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นจากความจงใจของกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีต่อระบอบประชาธิปไตย ต้องการได้มาซึ่งอำนาจการบริหารประเทศด้วยวิธีการนอกระบบ เป็นการช่วงชิงอำนาจที่จงใจสร้างขึ้น และบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ยอมรับกระบวนการใช้เสียงข้างมากตัดสินปัญหาตามกติการะบอบประชาธิปไตย สภาพที่คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยรับรู้กัน นายวิษณุไม่รู้ไม่เข้าใจ หรือแกล้งโง่ทำเป็นไม่รู้ไม่เข้าใจกันแน่

เย้ย “เนติบริกร” ดันเลือกตั้งเร็วหน่อย

นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า การมาเยือนประเทศไทยของนาย Miroslav Jenca ผู้ช่วยเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติฝ่ายกิจการการเมือง และคณะ พบกับฝ่ายต่างๆรวมทั้งพรรคเพื่อไทย เพื่อติดตามสถานการณ์การเมือง เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่านานาอารยประเทศมีความห่วงใยประเทศไทย อยากเห็นการจัดการเลือกตั้งที่เสรี เที่ยงธรรม เชื่อถือได้ เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเร็วที่สุด ถ้านายวิษณุมุ่งมั่นจะทำหน้าที่เนติบริกร รับใช้คณะผู้มีอำนาจอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง น่าจะช่วยผลักดันให้กระบวนการเลือกตั้งกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วมากกว่ามัวทำหน้าที่อธิบายหาเหตุผลข้ออ้างแก้ต่างให้กลุ่มผู้มีอำนาจอย่างที่ทำอยู่ โดยเฉพาะการอธิบายถึงความจำเป็นที่อยากจะคงอยู่ในอำนาจ พยายามผลักดันให้ประชาธิปไตยของไทยเป็น 2 ขยัก ถือว่าตั้งใจหาเหตุผลมาตอบสนองความต้องการมีอำนาจของฝ่ายตน โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด ซึ่งวิญญูชนไม่ทำกันเพราะมีความละอายพอ

ย้อนเมื่อไหร่ทหารจะเลิกปฏิวัติ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า อดทนฟัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พูดว่าอยากให้ประชาชนเลือกอนาคตตัวเอง โดยการออกมาเลือก ส.ส. ที่จะมาทำงานให้ และเลือกพรรคการเมืองมาบริหารบ้านเมืองแทนนั้น ฟังแล้วดูดี แต่พอชาวบ้านออกมาเลือกแล้วจู่ๆเกิดการปฏิวัติล้มรัฐบาลซํ้าแล้วซํ้าอีก จึงมีคำถามว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์พร่ำบอกให้ประชาชนต้องเลือกอนาคตตนเอง แล้วทหารก็ออกมาปฏิวัติอยู่แบบนี้ จะให้ประชาชนทำอย่างไร เมื่อไหร่ทหารจะเลิกปฏิวัติบ้าง ประเทศชาติจะได้เจริญก้าวหน้าซะที ประชาชนจะได้ไม่ต้องลำบากเดือดร้อน

“ตู่” แฉตบตาซ่อนเล่ห์ลากยาว 5 ปี

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ว่าข้อเสนอของ ครม. ทั้ง 16 ข้อ ต้องการใช้อำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านอีก 5 ปี สิ่งที่ต้องการล้วนถูกบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญครบถ้วนหมดแล้ว โดยซ่อนอยู่ในที่มานายกรัฐมนตรีสามารถเป็นคนนอกได้ วุฒิสภามาจากการสรรหา การไม่เปิดให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ง่าย รวมทั้งกำหนดอำนาจ คสช.ไว้ในบทเฉพาะกาล ส่วนการเสนอเงื่อนไขในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี คงเป็นการรับรู้ระหว่างรัฐบาล คสช. และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. มาก่อน สร้างเรื่องมาหลอกตาประชาชน หากไม่มีใครต่อต้านย่อมถือโอกาสทำเลย ถ้ามีการต่อต้านมากขึ้น กรธ.จะปฏิเสธข้อเสนอของ ครม. และ คสช.ทันที แถมนายมีชัยยังอ้างความชอบธรรมได้ว่า กรธ.ทำงานเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครสั่งการได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเล่ห์ทางการเมืองเพื่อแสดงลีลา ท่วงทำนองของแต่ละฝ่าย มุ่งหวังผลมีแต่ได้กับได้เท่านั้น

อย่าเปลี่ยนผ่านย้อนยุคไดโนเสาร์

ด้านนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดบทเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่าน 5-20 ปี เหมือนย้อนไปสู่ยุคไดโนเสาร์ ขณะที่โลกกำลังขับเคลื่อนไปในระบบดิจิตอล เมื่อเลือกตั้งแล้วมีรัฐบาลใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องจบหมด ต้องคืนอำนาจให้ประชาชนเต็มที่ ส่วนตัวอยากเสนอให้เพิ่มเติมในบทเฉพาะกาลว่าให้ทุกพรรคการเมืองที่มีอยู่ ต้องส่งผู้สมัคร ถ้าบอยคอตหรือไม่ส่งผู้สมัคร ก็ให้ยุบพรรค พร้อมตัดสิทธิสมาชิก 10 ปี และเสนอให้ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกำกับดูแลกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่วางเฉยต่อผู้ที่มาคัดค้านกระบวนการประชาธิปไตย หรือการเลือกตั้ง ปิดถนน ปิดสถานที่ราชการ รวมทั้งจัดการกับหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง หากมีเจตนาหน่วงเหนี่ยว หรือไม่ดำเนินการตามกระบวนการ

โวย พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ฯ คลุมถุงชน

นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ที่ สปท.ส่งให้ ครม.พิจารณาเพื่อเสนอต่อ สนช. ถือเป็นความพยายามของแม่น้ำ 5 สาย ที่จะคลุมถุงชนประเทศไทยให้อยู่ในกรอบระบบราชการ และวิธีคิดแบบเจ้าขุนมูลนายไปอีก 20 ปี แม้จะเกิดจากความปรารถนาดี แต่แฝงไว้ด้วยความเห็นแก่ตัว เอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ที่สำคัญไม่ให้เกียรติ ไม่ไว้วางใจประชาชนว่าจะกำหนดวิถีชีวิตและชะตากรรมตนเองได้ ตั้งตัวเป็นผู้มีตาวิเศษ ดังนั้น ครม.ควรชะลอร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ ชาติไว้ก่อน จนกว่ารัฐธรรมนูญจะประกาศใช้แล้วรีบจัดการเลือกตั้งให้เกิดบรรยากาศประชาธิปไตยที่เป็นสากล และกลมกลืนกับประชาคมโลกโดยเร็ว แล้วให้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มาออกกฎหมายเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ปีต่อปี แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาสืบทอดอำนาจหาทางควบคุมประเทศให้อยู่ในกรอบแคบๆ ถึง 20 ปี

บี้ กรธ.รับผิดหากประชามติไม่ผ่าน

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญล็อกสเปกให้เป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ อาทิ ที่มาของ ส.ว.จากกลุ่มอาชีพ สุดท้ายจะล็อกสเปกให้คณะกรรมการสรรหามาจากส่วนกลาง ทางออกควรกำหนดให้กลุ่มสาขาอาชีพสมัคร ส.ว.ในจังหวัดนั้น และให้ประชาชนในจังหวัดนั้นเลือกตั้งโดยตรง พร้อมห้ามโคตรเหง้าตระกูลของนักการเมืองลงเลือกตั้ง ประเด็นการเลือกตั้ง ส.ส.ก็เช่นกัน ที่กำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าจะให้ ส.ส.มาจากการเลือกตั้งเขตเล็กเบอร์เดียว หรือเขตใหญ่เลือกได้คนเดียว แค่ 2 ประเด็นนี้ หาก กรธ.ไม่ปรับแก้ให้ชัดเจน เชื่อว่าไม่ผ่านประชามติแน่นอน ยังไม่นับรวมองค์กรที่จะเกิดขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจอีก หากประชามติไม่ผ่านต้องมีคนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น อย่าลืมว่าตั้งแต่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ขอให้ส่องกระจกดูตัวเองว่า ทำให้ปากท้องประชาชนและเศรษฐกิจประเทศดีขึ้นแค่ไหน

อัด รบ.เปลี่ยนสูตรคำนวณกลบ ศก.เจ๊ง

ขณะที่ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดลงอย่างรวดเร็ว การส่งออกเดือน ม.ค. ลดลง ถึงร้อยละ 8.91 การลงทุนใน 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนก็ล้มเหลว มีบริษัทขอส่งเสริมลงทุนเพียง 1,300 ล้านบาท แต่มีคนไทยย้ายไปลงทุนต่างประเทศกว่า 4 แสนล้านบาท ขณะที่การลงทุนในประเทศเหลือแค่ 2 แสนล้านบาท แสดงถึงความเสื่อมของเสาหลักทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลพยายามปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณตัวเลขเพื่อกลบเกลื่อน เพราะขัดหลักการของสหประชาชาติ นอกจากนี้โพลยังสะท้อนผลงานของรัฐมนตรีที่คนไม่พอใจ ส่วนใหญ่เป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับปากท้อง น่าจะเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่ขณะนี้ ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขโดยด่วน หากยังปล่อยไปแบบนี้เศรษฐกิจอาจฟุบตัวนานถึง 10 ปี หรืออาจไม่ฟื้นตัวเลย

“นิพิฏฐ์” เชื่อ กรธ.โอนอ่อนตาม ครม.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คิดว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จะปรับแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นการใช้รัฐธรรมนูญ 2 ขยัก และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตามที่นายกฯ ส่งสัญญาณมา ที่ผ่านมาปี 2519 สมัยรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เคยเสนอใช้รัฐธรรมนูญเป็น 3 ช่วง ที่สุดถูกปฏิวัติโดยรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ครั้งนี้จะมีแรงต่อต้าน หาก กรธ.เพิ่ม 2 ประเด็นนี้ แต่ยังมองในแง่ดีว่านายมีชัยจะแก้ไขผ่อนปรนให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญง่ายขึ้น เพราะถ้ายังคุมเข้มทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญได้ยาก และเพิ่มเครื่องมือตามข้อเสนอ ครม. แรงต่อต้านจะทวีสูงขึ้น จะเดินหน้าสู่เดดล็อกเข้าทางตันแน่

สถาปนารัฐข้าราชการขึ้นมาแทน

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า อีกเรื่องคือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หลายฝ่ายมองตรงกันว่า จะเป็นปัญหาในอนาคต จากเดิมยุทธศาสตร์ชาติมีอยู่แล้วในทุกกระทรวง เดินคู่ไปกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติของสภาพัฒน์ แต่ครั้งนี้จะนำมาบัญญัติทั้งในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก หาก กรธ.ระบุให้ละเอียดมากจะกระทบต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำอะไรไม่ได้เลย ฟันธงได้ว่าตั้งใจจะลดบทบาทฝ่ายการเมืองลง และชูบทบาทเป็นรัฐข้าราชการแทน เพราะคนร่างยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการประจำ ขัดกับหลักการประชาธิปไตย เวลานี้ฝ่ายการเมืองพูดอะไรไปก็ผิด สังคมคิดแค่เพียงว่าถ้านักการเมืองไม่ชอบรัฐธรรมนูญนี้ ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีและปราบโกง โดยไม่ดูบริบท ข้อเท็จจริง และสาเหตุว่าเกิดจากอะไร

ฝากให้คิดตั้งโจทย์ผิดคำตอบก็ผิด

นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า น่าแปลกที่ประเทศไทยใช้ตรรกะสวนทางกับหลักรัฐศาสตร์ และปรัชญาการเมืองที่มี คือ ประเทศใดผลิตกฎหมายมาก แสดงถึงความอ่อนแอของรัฐบาลหรือรัฐชาตินั้น แต่ประเทศไทยกลับใช้ตรรกะ ยิ่งมีกฎหมายมากยิ่งแสดงถึงความเข้มแข็ง ต้องยอมรับว่าไทยเป็นชาติที่มีกฎหมายกำหนดบทลงโทษสูงในระดับต้นๆของโลก แต่การบังคับใช้กฎหมายน้อยมาก สะท้อนผ่านคดีความต่างๆ เช่น โทษประหารชีวิต หรือโทษยุบ พรรคหรือตัดสิทธิ์ทางการเมือง ที่ปัจจุบันมีใช้ไม่ถึง 10 ประเทศ แต่ไม่สามารถป้องกันการโกงได้ เมื่อเราตั้งโจทย์ผิดคำตอบที่ได้มันก็ผิด เมื่อใช้อำนาจควบคุมเป็นยาแรงที่สุดโรคจะดื้อยา ให้คิดถึงจุดนี้ด้วย

กลุ่ม นศ.ระดมทุนขับเคลื่อนโหวตโน

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่หอศรีบูรพา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.ชนะสงคราม พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน สน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหาร ตำรวจนับสิบนาย ระดมกำลังเฝ้าสังเกตการณ์การจัดกิจกรรมของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ที่นัดหมายกันในโซเชียลมีเดียเข้าร่วมคอนเสิร์ต “เราคือเพื่อนกัน วันประชา (ซน)” เพื่อระดมทุนเคลื่อนไหวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งไฮไลต์ในงานคือ การฉายภาพยนตร์เรื่อง “No” ที่สร้างจากเรื่องจริงในการรณรงค์โหวต No เพื่อล้มรัฐบาลทหารในชิลี พร้อมแจกหนังสือพิมพ์ “ก้าวข้าม” หน้าปกเป็นข้อความภาษาอังกฤษว่า “no” และภาษาไทยว่า “รับไปก่อนแล้วแก้ทีหลัง” พร้อมการ์ตูนหน้าคล้ายนายมีชัย ถือหนังสือเขียนว่าร่าง รธน.2557 ที่มีโซ่กุญแจคล้องอยู่

ตร.รอรวบตัว 3 นศ.ที่ติดหมายจับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรม ต่อต้าน คสช. ในจำนวนนี้มีสมาชิกเอ็นดีเอ็ม 3 คน ที่ติดหมายจับ สน.รถไฟธนบุรี ในคดีขึ้นรถไฟไปอุยานราชภักดิ์ ได้แก่ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ นายกรกช แสงเย็นพันธุ์ เข้าร่วมงานในฐานะสตาฟฟ์ ตำรวจจึงแจ้งว่าจะขอควบคุมตัวตามหมายจับ โดยรอให้เลิกงานคอนเสิร์ตก่อนค่อยทำการอายัดตัว เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งทาง 3 ผู้ต้องหายืนยันว่าจะไม่ขอประกันตัว ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มเอ็นดีเอ็ม กล่าวว่า ทางกลุ่มมีมติยืนยันไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งการเคลื่อนไหวจะเริ่มหลังได้ร่างสุดท้ายวันที่ 29 มี.ค.

ก่อนยกเลิกหลังมวลชนร่วมงานคับคั่ง

ต่อมาช่วงเย็น บรรยากาศยิ่งคึกคักไปด้วยกลุ่มแนวร่วมที่ทยอยเข้าร่วมงาน อาทิ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายอานนท์ นำภา กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. โดยมี พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 คงเฝ้าสังเกตการณ์ และรอจะควบคุมตัวผู้ที่ถูกหมายจับ แต่ภายหลังได้ยกเลิกโดยมีรายงานข่าวว่า ฝ่ายบริหารของ มธ. ได้เจรจาขอให้ทางตำรวจผ่อนผัน เนื่องจากเป็นกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่ามีมวลชนเข้าร่วมจำนวนมาก จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผน เพื่อไม่ให้มีการนำไปเป็นประเด็นสร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหาทางการเมือง

“บิ๊กต๊อก” จ่อสอบคนแฉจดหมายน้อย

วันเดียวกัน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เกษียนหนังสือถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ขอให้พิจารณาพักการลงโทษ นายเจตน์ มีญาณเยี่ยม ผู้ต้องขังคดีแจ้งความเท็จและฟ้องเท็จ ว่า เป็นการร้องขอตามสิทธิผู้ต้องขัง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่รับโทษมาแล้วตามจำนวนที่กำหนด ร้องขอเองหรือญาติร้องขอได้เหมือนกันทุกคน เมื่อญาติยื่นหนังสือต่อนายวิษณุก็ส่งเรื่องตามขั้นตอน การเรียกร้องสิทธิให้ประชาชนผิดตรงไหน ไม่ได้ไปโกงหรือไปละเมิดสิทธิใคร อย่าเอาเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกับการขอตำแหน่ง คนที่เอาเรื่องนี้มาเผยแพร่หวังดีกับบ้านเมืองหรือไม่ ทำให้ประชาชนที่ไม่รู้เกิดความสับสน ขณะนี้กำลังให้ตรวจสอบว่าคนที่เผยแพร่เป็นใคร อยู่ที่ไหน หากการกระทำนี้ผิดกฎหมายต้องดำเนินการ

พท.ไล่บี้นายกฯสอบปมขอพักโทษ

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจมากกับการทำหน้าที่รองนายกฯซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลกรมราชทัณฑ์ มีการเกษียนหนังสือดังกล่าว เพราะการเขียนข้อความแบบนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งไม่น่าจะถูกต้องนัก อยากเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างในเรื่องนี้ด้วยความเป็นธรรม เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลตามที่ท่านชอบพูดถึงอยู่ตลอดเวลา และควรให้เกิดความเป็นธรรมกับนักโทษทุกคนอย่างเสมอภาค ไม่ควรมีการวิ่งเต้นหรือใช้เส้นสายให้เกิดเป็นที่ครหาได้อีกต่อไป ในช่วงของการปฏิรูปประเทศอยู่ในขณะนี้

ไล่ “วิษณุ” ไขก๊อกแสดงรับผิดชอบ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า แม้นายวิษณุยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย แต่ถือว่าผิดหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ผ่านมาศาลปกครองวางมาตรฐานการเขียนจดหมายน้อยกรณีฝากตำรวจมาแล้วว่า เป็นความผิด ดังนั้นนายวิษณุต้องยึดถือปฏิบัติด้วยเช่นกัน เมื่อเป็นนักกฎหมายต้องเป็นแบบอย่างต่อรัฐบาล เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต้องรับผิดชอบ ต้องลาออก อยู่ไม่ได้แล้ว ถ้าอยู่ต่อแสดงว่าบ้านเมืองนี้แทรกแซงการบริหารราชการแผ่นดินได้ กรณีนายวิษณุเขียนจดหมายน้อยถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ตามขั้นตอนนายวิษณุต้องทำเรื่องเสนอ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม แล้ว รมว.ยุติธรรมควรให้ปลัดกระทรวงพิจารณาระเบียบการปฏิบัติ กระทั่งไปถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์พิจารณา

นายกฯปลื้มทุกฝ่ายร่วมปฏิรูปศึกษา

อีกเรื่อง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝากขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย ที่ผลักดันนโยบายปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบอย่างจริงจัง ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือการปรับลดจำนวนวิชา ในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) จากการตรวจสอบพบว่าช่วยลดความเครียดของนักเรียนลง ทำให้มีเวลาพักผ่อนทำกิจกรรมกับครอบครัวมากขึ้น รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชาลงด้วย นายกฯยังฝากส่งกำลังใจให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั่วประเทศ ที่จะเข้าสอบในสุดสัปดาห์

“เวิลด์ โพลิซีฯ” เชิญ “ทักษิณ” เสวนา

วันเดียวกัน สถาบันนโยบายโลก หรือ “เวิลด์ โพลิซี อินสติติวท์” องค์กรเครือข่ายทางวิชาการ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เผยแพร่กำหนดการจัดเสวนาแบบปิดในวันที่ 9 มี.ค.2559 พร้อมระบุว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย จะร่วมเป็นวิทยากรด้วย และผู้เข้าฟังต้องเป็น ผู้ที่มีบัตรเชิญเท่านั้น ขณะที่เว็บไซต์ของสถาบันเวิลด์โพลิซีระบุว่า นายทักษิณเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีไทยที่มีผลงานโดดเด่นด้านเศรษฐกิจ เพราะเข้ารับตำแหน่งหลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้เมื่อปี 2540 แต่สามารถทำให้ไทยชำระหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ก่อนกำหนด และในช่วงที่นายทักษิณดำรงตำแหน่งยังได้ออกนโยบายประชานิยมออกมามากมาย ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้น และสถิติผู้ยากจนลดลง จนกระทั่งปี 2549 นายทักษิณถูกยึดอำนาจโดยคณะรัฐประหาร และปัจจุบันอยู่ระหว่างลี้ภัยการเมืองนอกประเทศ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    26.0%
  • ไม่ชอบ
    45.1%
  • สนุก
    25.4%
  • ประหลาดใจ
    1.6%
  • เสียใจ
    1.3%
  • ให้กำลังใจ
    0.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement