กรมส่งเสริมสหกรณ์ขานรับนโยบาย ประกาศปี 59 สร้างธรรมาภิบาล-ป้องทุจริต - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กรมส่งเสริมสหกรณ์ขานรับนโยบาย ประกาศปี 59 สร้างธรรมาภิบาล-ป้องทุจริต

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.พ. 2559 18:16
513 ครั้ง


กรมส่งเสริมสหกรณ์ขานรับนโยบายนายกฯ รุกขับเคลื่อนแผนพัฒนาความเข้มแข็งสหกรณ์ระยะเร่งด่วนหวังดันขบวนการสหกรณ์เป็นที่พึ่งประชาชนและสมาชิกสหกรณ์ พร้อมประกาศให้ปี 59 เป็นปีแห่งการสร้างธรรมาภิบาล วางเป้าปี 60 เพิ่มสหกรณ์ชั้น 1 จำนวน 4,629 แห่ง...

เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 59 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึง นโยบายนายกรัฐมนตรีที่ต้องการพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในบทบาทหน้าที่ในการช่วยเหลือเกษตรกร มาตรการหนึ่งที่จะช่วยให้สหกรณ์ในทุกประเภทสหกรณ์มีการพัฒนาตัวเองไปสู่ระดับมาตรฐาน คือ การจัดระดับสหกรณ์และประเมินสถานภาพสหกรณ์ เพื่อจัดทำแผนพัฒนาสหกรณ์ตามสถานภาพ ซึ่งขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์อยู่ระหว่างเร่งจัดทำแผนพัฒนาความเข้มแข็งสหกรณ์ระหว่างปี 2559–2560 ขึ้นมา เพื่อขับเคลื่อนขบวนการสหกรณ์ไทยให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นรองรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือการผลักดันให้กลไกลของสหกรณ์เป็นที่พึ่งของสมาชิกอย่างแท้จริง รวมทั้งเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนไปถึงเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืน   

ทั้งนี้กรมฯ ได้วางแผนพัฒนาความเข้มแข็งสหกรณไว้ 5 มาตรการหลัก คือ 1.การสร้างความเข้มแข็งของสมาชิกให้เป็นฐานรากที่มั่นคงของสหกรณ์ 2.เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจแบบสหกรณ์ 3.พัฒนาการบริหารจัดการและเสริมสร้างธรรมาภิบาล 4.มาตรการในการกำกับ และตรวจสอบ และ 5.มาตรการสนับสนุน เช่น การพัฒนาบุคลากร การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูล

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังได้วางเป้าหมายการยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์ เมื่อสิ้นสุดปี 2560 ไว้ดังนี้ สหกรณ์ชั้นที่ 1 ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2,252 แห่ง คิดเป็น 27% จะต้องพัฒนาในปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 3,083 แห่ง หรือคิดเป็น 41% และจำนวน 4,629 แห่ง คิดเป็น 65% ในปี 2560 สหกรณ์ชั้นที่ 2 ปัจจุบันมีอยู่ 4,201 แห่ง 50% จะต้องลดลงเหลือ 3,428 แห่ง หรือคิดเป็น 46% ในปี 59 และเหลือ 2,173 แห่ง คิดเป็น 30% ส่วนปี 60 สหกรณ์ชั้นที่ 3 ปัจจุบันมีอยู่ 788 แห่ง หรือ 10% จะต้องลดลงเหลือ 631 แห่ง หรือ 8% ในปี 59 และเหลือ 340 แห่ง หรือ 5% ในปี 60 และชั้นที่ 4 ที่มีอยู่  1,088 แห่ง คิดเป็น 13% จะลดเหลือเพียง 291 แห่ง หรือ 4% และต้องชำระบัญชีเสร็จสิ้นทั้งหมดภายในปี 2560

“การตรวจสอบ จะให้สหกรณ์รายงานธุรกรรมทางการเงินทุกเดือน รวมถึงตั้งทีมตรวจสอบระดับจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบสหกรณ์ทุกแห่งอย่างเข้มงวด และมีทีมตรวจการสหกรณ์เฉพาะกิจจากส่วนกลางเข้าไปตรวจสอบกรณีที่สหกรณ์ดำเนินการส่อไปในทางทุจริต โดยประสานความร่วมมือกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)”

นอกจากมาตรการดังกล่าว ยังได้มีมาตรการสนับสนุน อย่างการพัฒนาบุคลากรที่อยู่ในขบวนการสหกรณ์ให้มีองค์ความรู้และความเข้าใจอย่างท่องแท้ในหน้าที่ของตนเอง โดยการตั้งสถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์ โรงเรียนผู้ตรวจการสหกรณ์ โรงเรียนผู้ตรวจสอบบัญชี รวมถึงมีเครือข่ายสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรนำของขบวนการสหกรณ์ ได้แก่ สันนิบาตสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ สถาบันการศึกษา สถาบันทางการเงิน หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยยกระดับความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ถ้าสามารถขับเคลื่อนได้ตามแผนที่กำหนดไว้ สหกรณ์จะเป็นระบบที่เข้มแข็งและสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศได้ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างแน่นอน

อย่างก็ตามกรมยังตั้งเป้า จัดตั้งธนาคารสหกรณ์ เพื่อรองรับเงินในระบบของสหกรณ์ทั้ง 7 ประเภท โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกสหกรณ์มีสิทธิ์เข้ามาถือหุ้น ซึ่งคาดว่าจะนำเงินดังกล่าวมาใช้พัฒนาระบบเศรษฐกิจในประเทศ เพียงแต่ขณะนี้ยังติดปัญหาด้าน พ.ร.บ.กฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่นายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ คาดว่าแนวโน้มสามารถจัดตั้งธนาคารดังกล่าวให้แล้วเสร็จไม่เกินปี 2560 ได้อย่างแน่นอน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement