'หงส์' ปะทะ 'เรือ' ! เจาะลึกชิงดำ 'แคปิตอลวัน คัพ' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'หงส์' ปะทะ 'เรือ' ! เจาะลึกชิงดำ 'แคปิตอลวัน คัพ'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ก.พ. 2559 07:35
17,355 ครั้ง


สนามเวมบลีย์เตรียมระอุ! กับศึกแคปิตอลวันคัพรอบชิงชนะเลิศระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่จะลงดวลกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ (27 ก.พ.) เวลา 23.30 น. เป็นต้นไป...  

การแข่งขันฟุตบอลแคปิตอลวันคัพ หรือฟุตบอลถ้วยเล็กที่สุดของอังกฤษก็เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศโดยฤดูกาลนี้ถือเป็นการโคจรมาพบกันของ 2 ทีมแกร่งในพรีเมียร์ลีกระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์รายการนี้มากที่สุด 8 สมัย พบกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์ 3 สมัย

วันนี้ ทีมข่าวกีฬา ไทยรัฐออนไลน์ จะมาวิเคราะห์เจาะลึกความน่าจะเป็นของรอบชิงดำลีกคัพปีนี้ ว่าทีมใดมีภาษีดีกว่ากันที่จะผงาดซิวแชมป์ไปครอง อย่ารอช้า มาดูกัน!

ศึกฟุตบอลแคปิตอลวันคัพ รอบชิงชนะเลิศ

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พบ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แข่งที่สนาม : เวมบลีย์ สเตเดียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เวลา : 23.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย

สถิติการพบกันนัดล่าสุด

- พรีเมียร์ลีก : 21/11/15 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ ลิเวอร์พูล 1-4

สนามเวมบลีย์ พร้อมแล้วสำหรับรอบชิงดำ แคปิตอลวันคัพ

เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของ ลิเวอร์พูล

- รอบรองชนะเลิศ : ชนะ สโต๊ก จุดโทษ 6-5 (หลังสกอร์รวม 2 นัดเสมอ 1-1)

- รอบ 8 ทีมสุดท้าย : ชนะ เซาแธมป์ตัน (เยือน) 6-1

- รอบสี่ : ชนะ บอร์นมัธ (เหย้า) 1-0

- รอบสาม : ชนะ คาร์สไลน์ (เหย้า) จุดโทษ 3-2 (หลังเสมอในเวลา 1-1)

เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

- รอบรองชนะเลิศ : ชนะ เอฟเวอร์ตัน สกอร์รวม 2 นัด 4-3 

- รอบ 8 ทีมสุดท้าย : ชนะ ฮัลล์ (เหย้า) 4-1

- รอบสี่ : ชนะ คริสตัล พาเลซ (เหย้า) 5-1

- รอบสาม : ชนะ ซันเดอร์แลนด์ (เยือน) 4-1

เช็กความพร้อมของ "หงส์แดง" 

ทัพหงส์แดง จะซิวแชมป์ลีกคัพเป็นสมัยที่ 9 ได้หรือไม่

หงส์แดง ในเวลานี้กำลังเผชิญกับปัญหาคู่เซ็นเตอร์ตัวจริงเจ็บทั้ง มาร์ติน สเกอร์เทล และ เดยัน ลอฟเรน ทำให้ เยอร์เกน คลอปป์ นายใหญ่ของทีมไม่มีทางเลือกต้องส่ง ลูคัส เลวา มิดฟิลด์ตัวตัดเกมถอยร่นลงไปเล่นเซ็นเตอร์จำเป็นจับคู่กับ มามาดู ซาโก ในเกมล่าสุดที่เฉือนเอาชนะ เอาก์สบวร์กมา 1-0 แต่ถึงอย่างไร คาดว่าเกมวันนี้ซึ่งเป็นแมตช์สำคัญที่สุดของฤดูกาล ณ ตอนนี้ อาจต้องจำเป็นใช้ โคโล ตูเร เซ็นเตอร์จอมฮา มาจับคู่กับ ซาโก อีกครั้งเนื่องจาก เลวา ยังมีปัญหาเรื่องเข้าใจเกมและเป็นจุดอ่อนของทีมให้แผงรุกของฝั่งตรงข้ามโจมตีอยู่บ่อยครั้ง

ส่วนแผงแนวรุกต้องบอกว่าอยู่ในชุดแทบจะฟูลทีมที่สุดอาจจะขาดก็แค่ อดัม ลัลลานา ปีกตัวเก่งแต่แข้งคนสำคัญคนอื่นไม่ว่าจะเป็น ดาเนียล สเตอร์ริดจ์,โรแบร์โต เฟอร์มิโน และ ฟิลิปเป คูตินโญ พร้อมเต็มสูบสำหรับเกมนี้

คีย์แมนของทีม

ฟิลิปเป คูตินโญ และ โรแบร์โต เฟอร์มิโน 2 คีย์แมนของหงส์แดง

ฟิลิปเป คูตินโญ & โรแบร์โต เฟอร์มิโน

2 ดูโอ้แซมบ้าถือเป็นแข้งตัวหลักที่หงส์แดงจะขาดไม่ได้ในชั่วโมงนี้ ทั้งการบุกทะลุทะลวง และการเจาะตาข่ายต่างเริ่มจาก 2 แข้งรายนี้ทั้งสิ้น โดย คูตินโญ กำลังกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งหลังได้รับบาดเจ็บไป ส่วน เฟอร์มิโน ตั้งแต่ย้ายมาจากฮอฟเฟนไฮม์ก็เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ จนผงาดคว้านักเตะยอดเยี่ยมของทีมเมื่อเดือนมกราคม และเกมวันนี้ถ้าเกมรับของเรือใบประกบ 2 แข้งรายนี้ไม่อยู่อาจจะต้องพบกับฝันร้ายเหมือนเกมแรกก็ได้

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือป้ายแดงขวัญใจเดอะค็อป

กุนซือหงส์แดง : เยอร์เกน คลอปป์

การเข้ามาคุมบังเหียนหงส์แดงต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ ของยอดเทรนเนอร์ชาวเยอรมันรายนี้กำลังไปได้สวย จากสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากกุนซือคนเก่าสิ้นเชิงบวกกับความกระหายชัยชนะที่ปลูกฝังไปในนักเตะของทีม มันส่งผลต่อสภาพจิตใจของนักเตะ รวมไปถึงแฟนบอลที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ และการเข้าชิงชนะเลิศครั้งนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 5 ติดต่อกันที่คลอปป์สามารถพาทีมที่เขาคุมนั้นผ่านเข้ามาเล่นในรอบชิงชนะเลิศ และเชื่อได้เลยว่าเกมนี้ประสบการณ์ของเขาจะช่วยหงส์แดงได้อย่างมากมายกว่าเดิมแน่นอน

เช็คความพร้อมของ "เรือใบสีฟ้า"

การมาของ แวงซองต์ กอมปานี (ขวา) ทำให้เรือใบสีฟ้าแกร่งกว่าเดิม

เรือใบสีฟ้า ยังมีปัญหาที่แผงกลางที่แข้งตัวหลักได้รับบาดเจ็บหลายคนไม่ว่าจะเป็น เควิน เดอบรุน, ซาเมียร์ นาสรี หรือแม้แต่ ฟาเบียน เดล์ฟ แต่ถึงอย่างไรขุมกำลังของเรือใบชุดนี้ยังสามารถทดแทนกันได้ดีทีเดียวโดยแผงกลางภายใต้การคุมทีมของ มานูเอล เปเยกรินี ยังนำทัพโดย ยายา ตูเร ห้องเครื่องชาวไอวอรีโคสต์ที่จะผนึกกำลังร่วมกับ เฟอร์นันโด และ แฟร์นันดินโญ ส่วนเกมรุกคาดว่า ดาบิด ซิลบา,ราฮีม สเตอร์ลิง และ เซร์คิโอ อเกวโร ยังเป็น 3 ผสานทีเด็ดที่จะทะลวงตาข่ายคู่แข่งเหมือนเดิม

ด้านเกมรับของเรือใบสีฟ้า ต้องบอกว่าโชคดีเป็นอย่างมากที่ แวงซองต์ กอมปานี ปราการหลังกัปตันทีมคัมแบ็กจากอาการบาดเจ็บกลับมาได้ถูกเวลาพอสมควรซึ่งจะทำให้แผงแบ็กโฟร์ของซิตี้ที่มี กอมปานี,นิโคลัส โอตาเมนดี,อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ และปาโบล ซาบาเลตา แกร่งก็เดิมมาก

คีย์แมนของทีม

ยายา ตูเร กับ เซร์คิโอ อเกวโร 2 คีย์แมนของเรือใบสีฟ้า

ยายา ตูเร & เซร์คิโอ อเกวโร 

ทั้งยายา ตูเร และ เซร์คิโอ อเกวโร ถือเป็น 2 แข้งที่ทรงอิทธิพลกับเกมรุกของเรือใบสีฟ้ามากที่สุด และถ้าหากขาด 2 แข้งรายนี้เชื่อได้เลยว่ายักษ์ใหญ่สีฟ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์อาจต้องเผชิญกับความยากลำบากที่จะฉีกเกมรับคู่ต่อสู้

โดย ยายา จะเป็นคนคุมจังหวะเกมช้าหรือเร็วให้กับเรือใบสีฟ้าอีกทั้งยังมีทีเด็ดที่ลูกยิงที่สามารถพังประตูคู่แข่งได้บ่อย ส่วน อเกวโร ถือเป็นตัวจบสกอร์ระดับโลกที่พร้อมจะพังตาข่ายคู่แข่งได้ทุกเมื่อที่มีโอกาส และเกมวันนี้จะเอนไปทางไหนก็คงขึ้นอยู่กับฟอร์มของสองแข้งรายนี้

กุนซือเรือใบสีฟ้า : มานูเอล เปเยกรินี

มานูเอล เปเยกรินี ยอดกุนซือของเรือใบสีฟ้า

ยอดกุนซือชาวชิลี ที่จะหมดสัญญากับเรือใบสีฟ้าหลังจบฤดูกาลนี้ ต้องการทิ้งทวนด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ติดไม้ติดมือ ทำให้เกมนี้เขาจะต้องวางแท็กติกอย่างเต็มที่เพื่อหักด่านหงส์แดงคว้าแชมป์ให้ได้ โดยประสบการณ์คว้าแชมป์ต่างๆ ของกุนซือรายนี้ถึงแม้จะเป็นรอง เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือของลิเวอร์พูล แต่การวางหมากและการแก้เกมของกุนซือรายนี้ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครอย่างแน่นอน

เรือใบสีฟ้า ในวันนี้มีภาษีดีกว่า ทัพหงส์แดง

วิเคราะห์เกมในวันนี้ : คาดได้เลยว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่เปิดหน้าแลกกันอย่างเมามันตามสไตล์การเล่นเกมรุกของทั้งสองทีมอย่างแน่นอน เนื่องจากสถิติที่พบกันมาของคู่นี้ 8 นัดหลังสุด ทั้งสองทีมยิงได้ตลอด และมีประตูเกิดขึ้นถึง 32 ประตู 

โดยเรือใบสีฟ้าได้บทเรียนจากเกมล่าสุดที่พ่ายคาบ้านต่อหงส์แดงมา 1-4 ทำให้ มานูเอล เปเยกรินีกุนซือของทีมจะเตรียมแท็กติกรับมือหงส์แดงที่แตกต่างจากนัดก่อน และจากการได้แวงซองต์ กอมปานี ปราการหลังกัปตันทีมกลับมาหลังนัดพ่ายยับไม่ได้ลงเล่น จะคือจุดเปลี่ยนสำคัญในเกมวันนี้เป็นแน่

จุดชี้ขาดของเกมนี้น่าจะอยู่ที่เกมรุกซึ่ง "เรือใบสีฟ้า" ที่นำทัพโดย เซร์คิโอ อเกวโร,ยายา ตูเร และ ดาบิด ซิลบา ดูจะมีภาษีดีกว่า 3 แข้งตัวเก่งของหงส์แดงอย่าง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์,โรแบร์โต เฟอร์มิโน และ ฟิลิปเป คูตินโญ และการได้ กอมปานี กลับมาทำให้แผงหลังแน่นปึ๊กกว่าเดิม ผิดจากคู่เซ็นเตอร์ของหงส์แดงที่เหลือเพียง มามาดู ซาโก คนเดียวที่พอไว้ใจได้เท่านั้น และนั่นอาจทำให้แนวรุกของเรือใบสีฟ้า คึกคักขึงเกมรุกจนซัดประตูคว้าแชมป์ไปครองในที่สุด 

ผลที่คาด : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถอนแค้น ลิเวอร์พูล 3-1

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    56.5%
  • ไม่ชอบ
    31.2%
  • สนุก
    6.0%
  • ประหลาดใจ
    2.1%
  • เสียใจ
    1.1%
  • ให้กำลังใจ
    3.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement