ไฟไหม้กุฏิวัดอุบลฯ กลางดึก 7 เณรช่วยกันดับไม่เป็นผล เสียหายกว่า 90% - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ไฟไหม้กุฏิวัดอุบลฯ กลางดึก 7 เณรช่วยกันดับไม่เป็นผล เสียหายกว่า 90%

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.พ. 2559 02:30
1,312 ครั้ง


(ภาพจาก นายสุธน ประกอบพร)

เกิดเพลิงไหม้กุฏิเขียว วัดวารินทราราม จ.อุบลราชธานี สามเณร 7 รูป เห็นรีบช่วยกันดับแต่ไม่เป็นผล ด้าน ตร. ทหาร ดับเพลิง รุดนำรถน้ำเข้าฉีดสกัด หลังเพลิงสงบพบเสียหายกว่า 90% ประสาน พฐ. เข้าตรวจสอบสาเหตุอีกครั้ง

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 26 ก.พ. 59 ร.ต.อ.วิโรจน์ แดงวงษ์ พงส.สภ.วารินชำราบ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 อุบลราชธานี มีเหตุเพลิงไหม้กุฏิ วัดวารินทราราม เลขที่ 17 ถ.ทหาร ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วย พ.ต.อ.อดิเทพ พิชาดุลย์ ผกก.สภ.วารินชำราบ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ แสนทวีสุข ผกก.สส.สภ.วารินชำราบ ออกตรวจสอบ และเร่งประสานรถน้ำจากเทศบาลเมืองวารินชำราบ มณฑลทหารบกที่ 22 เทศบาลนครอุบลราชธานี เทศบาลตำบลแสนสุข จำนวน 10 คัน เข้าระงับเหตุ

จนท.เร่งดับเพลิงกุฏิเขียว

ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิครึ่งปูนครึ่งไม้เก่า 2 ชั้น 2 หลังเชื่อมต่อกัน เรียกกันว่ากุฏิเขียว เพลิงกำลังโหมไหม้อย่างหนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดให้อยู่ในวงจำกัด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทั้งหมด ความเสียหายประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์

ผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุมีเพียงสามเณร 7 รูป อยู่ด้านล่างของกุฏิ จากนั้นได้ยินเสียงคล้ายประทัดอยู่ด้านบนของกุฏิซึ่งเป็นไม้ โดยไม่มีพระรูปใดอยู่ เมื่อสามเณรขึ้นไปตรวจสอบพบว่าไฟกำลังลุกไหม้ ช่วยกันดับแต่ก็ไม่เป็นผล จึงโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือ

พ.ต.อ.อดิเทพ เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้ง เข้าอำนวยความสะดวกทันที เนื่องจากอยู่ห่าง สภ.วารินชำราบ ประมาณ 200 เมตร และห่างจากค่ายสรรพสิทธิประสงค์ 700 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจ พระ เณร และทหารจากมณฑลทหารบกที่ 22 ต่างวิ่งเข้ามาช่วยเหลือนำสิ่งของออกมาจากกุฏิ จากการสอบถามพยานเบื้องต้นยังไม่มีใครสามารถให้การได้อย่างชัดเจน ทราบเพียงว่าขณะที่เกิดเหตุมีเณรจำวัดอยู่ 7 รูป ส่วนสาเหตุยังไม่แน่ชัด เพราะมีพยานบางคนแจ้งว่าเกิดจากการจุดเทียน ส่วนบางรายแจ้งว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

ทั้งนี้ พยานทั้งหมดยังอยู่ในอาการตกใจ คำให้การอาจจะคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานทางพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะสรุปสาเหตุอย่างแน่ชัด.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    18.8%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    6.3%
  • เสียใจ
    62.5%
  • ให้กำลังใจ
    12.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement