โจรบุกเดี่ยว ปืนจ่อเอว รปภ. ชิงเงินแบงก์กรุงไทย ที่ภูเก็ต 4.7 แสน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

โจรบุกเดี่ยว ปืนจ่อเอว รปภ. ชิงเงินแบงก์กรุงไทย ที่ภูเก็ต 4.7 แสน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 18:39
9,389 ครั้ง


คนร้ายสวมหมวกกันน็อก ใช้ปืนจ่อเอว รปภ.แบงก์กรุงไทย สาขาถนนศักดิ์เดชน์ ที่ภูเก็ต ขณะนั่งรอรถอยู่ป้ายรถเมล์เพื่อกลับบ้าน พาเข้าไปในธนาคาร ก่อนบังคับ พนง.ที่เคาน์เตอร์ ส่งเงินสดในลิ้นชักกว่า 4.7 แสนบาทให้ ยิงปืนขึ้นฟ้า ก่อนซิ่ง จยย. หลบหนี ...

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 ก.พ. ร.ต.อ.สมคิด อ่อนจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากพนักงานธนาคารกรุงไทย สาขาถนนศักดิ์เดชน์ ต.วิชิต อ.เมือง ว่า เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้บังคับ พนักงานรักษาความปลอดภัยของธนาคาร แล้วพาเข้ามาชิงเงินสดที่เคาน์เตอร์ภายในธนาคารไปกว่า 4.7 แสนบาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก. พ.ต.ท.พิศิษฐ์ ชื่นเพ็ชร รอง ผกก.สส.สภ.วิชิต พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน รอง ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต นำกำลังชุดสืบสวน-นปพ.ภ.จว.ภูเก็ต และ สพฐ.จ.ภูเก็ต รุดไปตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ



ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 2 คูหา สูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนสายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นเชือกบริเวณโดยรอบพร้อมกับปิดประตูธนาคาร เพื่อตรวจสอบและเก็บหาหลักฐานต่างๆ โดยมีชาวบ้านจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ริมถนน

จากนั้นชุดสืบสวนได้นำตัว นายประสงค์ ฤทธิ์รัตน์ อายุ 54 ปี รปภ.ประจำธนาคาร ไปสอบปากคำอย่างละเอียดที่ สภ.วิชิต โดยนายประสงค์ ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อเอวจี้ ขณะที่กำลังนั่งคุยกับชาวบ้านที่บริเวณป้ายรถโดยสารประจำทางหน้าธนาคาร ก่อนจะบังคับให้พาเข้าไปภายในธนาคาร และใช้อาวุธปืนจี้บังคับพนักงานสาวรับฝากถอนเงินที่เคาน์เตอร์ นำเงินสด จำนวน 470,800 บาท ใส่ถุงผ้าสีขาวที่คนร้ายเตรียมมา ก่อนจะวิ่งออกจากธนาคารไป พร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้าจำนวน 1 นัด เพื่อห้ามไม่ให้ใครติดตาม โดยคนร้ายได้เก็บปลอกกระสุนปืนซึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุไปด้วย ก่อนขึ้นรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน สีแดง แบบผู้หญิง ที่จอดอยู่ภายในซอย ห่างจากธนาคารราว 20 เมตร ขี่หลบหนีเข้าไปในซอย

จากการสอบถาม นายประสงค์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นเวลาที่ธนาคารใกล้ปิดทำการ ตนเองได้เดินออกจากธนาคาร แล้วมานั่งคุยกับชาวบ้านที่บริเวณป้ายรถโดยสาร เยื้องหน้าธนาคารเล็กน้อย จากนั้นได้มีชายรูปร่างสูงราว 170-175 ซม. สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาว กระจกด้านหน้าติดฟิลม์ดำทึบ สวมเสื้อแจ็กเกตแขนยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีขาว สวมกางเกงขายาวสีดำ ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ เดินปรี่เข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อที่เอวพร้อมกับบอกให้อย่างส่งเสียงร้อง และให้เดินเข้าไปภายในธนาคาร โดยพูดภาษากลาง ไม่พูดภาษาใต้ ด้วยความกลัว จึงพาคนร้ายดังกล่าวเข้าไปภายในธนาคาร


จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจ่อไปที่พนักงานที่เป็นหญิงสาวประจำเคาน์เตอร์รับฝาก-ถอนเงิน ช่องที่ 1 และยื่นถุงผ้าสีขาวให้ และสั่งให้พนักงานหยิบเงินสดในลิ้นชักใส่ถุง เมื่อได้เงินแล้วได้ใช้ปืนจี้บังคับตนเองให้เดินมาที่ประตู ก่อนที่คนร้ายได้วิ่งออกจากธนาคารพร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัดและวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดเอาไว้ภายในซอย ห่างจากธนาคารไปเล็กน้อยแล้วขี่หลบหนีไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดตามร้านค้า และแมนชั่นใกล้เคียงแล้ว แม้จะยังไม่เห็นใบหน้าของคนร้ายก็ตาม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ตามร้านเช่ารถใกล้เคียง และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ก่อนที่คนร้ายจะสวมหมวกกันน็อก โดยคนร้ายอาจมานั่งดักรอเวลาที่ธนาคารใกล้ปิดทำการ เนื่องจากจะไม่มีคนเข้ามาใช้บริการก่อนจะก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งจะได้เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    38.6%
  • ไม่ชอบ
    40.9%
  • สนุก
    13.6%
  • ประหลาดใจ
    2.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    4.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement