นักวิชาการ ชี้ ร่าง รธน.ต้องปกป้องเสรีภาพสื่อ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

นักวิชาการ ชี้ ร่าง รธน.ต้องปกป้องเสรีภาพสื่อ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.พ. 2559 01:26
710 ครั้ง


"ทีดีอาร์ไอ" แนะปฏิรูปสื่อต้องแก้ พ.ร.บ.กสทช.-รธน. ให้คุ้มครองเสรีภาพสื่อ พร้อมตั้งข้อสังเกตการปฏิรูปสื่อในรัฐธรรมนูญ ชี้ หากเพิ่มข้อจำกัดสิทธิ-เสรีภาพ ต้องไม่กระทบความมั่นคงรัฐ ด้าน อดีต สปช. ยันต้องมี ก.ม.รองรับองค์กรวิชาชีพสื่อ ติงร่างฯ ไร้จิตวิญญาณ

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 59 ที่โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดเสวนาหัวข้อ "ทางเลือกในการปฏิรูปสื่อกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" โดย นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวเปิดงานและนำเสนอผลงานวิจัย "การกำกับดูแลในยุคหลอมหลวม" ว่า การหลอมหลวมสื่อทำให้เส้นแบ่งระหว่างการแพร่ภาพกระจายเสียงและโทรคมนาคมเลือนลาง ปัจจุบันเนื้อหาของสื่อมีลักษณะเดียวกัน แต่มีการเผยแพร่หลายช่องทางและมีความแตกต่างกัน ทำให้การกำกับดูแลมีความเข้มงวดน้อยกว่าการแพร่กระจายเสียง เมื่ออินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาท ทำให้การกำกับเนื้อหายากมากขึ้น หลุดรอดได้ตลอดเวลา ดังนั้น เป้าหมายและแนวทางการปฏิรูปสื่อ คือ 1. ปรับเปลี่ยนผู้กำกับดูแล แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และรัฐธรรมนูญต้องรับประกันสิทธิเสรีภาพการสื่อสารมวลชน องค์กรกำกับดูแลมีความเป็นอิสระ 2. การลดต้นทุนตลาดและความเสี่ยงต่อผู้ประกอบกิจการ อยากให้แก้ไขกฎหมายการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อสร้างตลาดรองสำหรับเปลี่ยนมือคลื่น มีกลไกในการประเมินผลกระทบต่อกฎระเบียบ 3. สร้างกฎกติกาอย่างเป็นธรรม และ 4. กำหนดกรอบเวลาคลื่นความถี่จัดสรรใหม่ มีความหลากหลายของสื่อ คุ้มครองผู้บริโภค ส่วนเนื้อหาในระยะเปลี่ยนผ่านต้องทำให้เกิดการกำกับดูแลร่วม

ด้าน นายบุญเลิศ คชายุทธเดช ที่ปรึกษากรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า เทคโนโลยีการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่มีความสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใส่หมวกในหมวดสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย ตนเห็นว่าไม่น่าจะเป็นตัวอักษรสร้างหลักประกันให้กับประชาชนในการได้รับการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามที่พึงปรารถนา ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 ที่ระบุถึงการใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกที่ไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐนั้น ว่าจะต้องตรากฎหมายว่ากระทบกระเทือนและได้รับอันตรายหมายถึงอะไร ขณะที่สิ่งที่ผิดสังเกตคือในมาตรา 34 ที่วางเงื่อนไขจำกัดสิทธิเสรีภาพโดยความมั่นคงของรัฐ โดยนำเอาเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า

"เพื่อป้องกันมิให้เกิดความแตกแยก หรือเกลียดชังในสังคม" ซึ่งตนเห็นว่าจะต้องไปอยู่ในส่วนของจริยธรรมของสื่อมวลชน ไม่ควรจะมาเปิดช่องให้นำไปสู่การตรากฎหมาย และไม่ทราบว่าต้องไปเขียนกฎหมายอย่างไร เพราะจะทำให้ยุ่งยาก และเรามีกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงจำนวนมากอยู่แล้ว เช่น กฎอัยการศึก เป็นต้น รวมถึงมีประกาศคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

นายบุญเลิศ กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรา 35 (5) ที่ห้ามรัฐให้เงินคนทำสื่อเอกชน ตนไม่เห็นด้วยที่ต้องมาบัญญัติเฉพาะเจาะจงกับสื่อสารมวลชนที่ต้องแจกแจงการใช้จ่ายเงินของรัฐเพื่อการประชาสัมพันธ์ ซึ่งการใช้งบประมาณของภาครัฐไปให้กิจการอื่นก็น่าจะทำเช่นเดียวกัน มิฉะนั้น จะกลายเป็นว่ารัฐธรรมนูญมีอคติต่อผู้ประกอบธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน นอกจากนี้ ในยุคหลอมหลวมมีการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลง การกำกับดูแลเนื้อหาและจริยธรรม จะต้องมีกฎหมายมารองรับ ซึ่งเป็นที่มาของการร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน โดยจะมีคณะกรรมการวิชาชีพสื่อมวลชน กำกับด้านจริยธรรม ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ดูแลสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อยกระดับและพัฒนาวิชาชีพของนักข่าวให้ดีขึ้น สำหรับร่างรัฐธรรมนูญนั้น กระบวนการการร่างต้องทำให้มีจิตวิญญาณ แต่สิ่งที่ทำอยู่มันไม่ใช่ การสร้างการรับรู้การยอมรับไม่เกิดขึ้น การร่างรัฐธรรมนูญต้องมีองค์กรนิติบัญญัติ แต่ไม่มีหลักเกณฑ์ในการเสนอความเห็นจากประชาชน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    52.4%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    47.6%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement