คลัง เผย ภาวะ ศก.เดือน ม.ค. ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ทรุดรอบ 4 เดือน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คลัง เผย ภาวะ ศก.เดือน ม.ค. ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ทรุดรอบ 4 เดือน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 15:36
462 ครั้ง


สศค. เผย ภาวะ ศก.เดือน ม.ค. 59 ได้รับปัจจัยหนุนใช้จ่ายภาครัฐ การท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี แนะ จับตาใช้จ่ายเอกชนมีสัญญาณชะลอตัว ภาคส่งออกหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงรอบ 4 เดือน เหตุ กังวล ศก.ไทยฟื้นตัวช้า...

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 59 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ม.ค. 59 ว่า เศรษฐกิจไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายรัฐบาลและภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวได้ดี แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การใช้จ่ายภาคเอกชนที่มีสัญญาณชะลอลง และการส่งออกสินค้าของไทยที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง

สำหรับการบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอลง สะท้อนจากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ หดตัว -1.2% ต่อปี จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง ในขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากฐานการใช้จ่ายภายในประเทศ ขยายตัวเล็กน้อย

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลงในรอบ 4 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 64.4 เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า และได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน บวกกับราคาสินค้าเกษตรที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

การลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัว -5.6% ต่อปี ปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์กลับมาหดตัวในรอบ 2 เดือน ที่ -0.3% ต่อปี ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่หดตัวเช่นกันที่ -6.2% ต่อปี ตามการลดลงของราคาวัสดุก่อสร้างในหมวดเหล็ก และผลิตภัณฑ์เหล็กที่ปรับตัวลดลงตามราคาตลาดโลก

สถานการณ์ด้านการคลัง สะท้อนบทบาทนโยบายการคลังในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนของรัฐบาลที่ยังคงขยายตัวได้ในระดับสูง โดยการเบิกจ่ายงบประมาณรวม สามารถเบิกจ่ายได้จำนวน 259.9 พันล้านบาท ขยายตัว 20.5% ต่อปี 

ด้านอุปสงค์จากต่างประเทศผ่านการส่งออกสินค้าหดตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐ หดตัว -8.9% ต่อปี ซึ่งเป็นการหดตัวในเกือบทุกกลุ่มสินค้าส่งออก โดยเฉพาะน้ำมันและเชื้อเพลิง และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนภาพรวมการส่งออกรายตลาด หดตัวเกือบทุกประเทศ โดยเฉพาะคู่ค้าหลัก ได้แก่ อาเซียน+5 ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เป็นสำคัญ แต่ตลาดส่งออกไปกลุ่มประเทศออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และ CLMV ยังขยายตัวเป็นบวก

ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปทาน ได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวในภาคการท่องเที่ยว สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยมีจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.0 ล้านคน ขยายตัวในระดับสูงที่ 15.0% ต่อปี 

นอกจากนี้ ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ขยายตัว 2.8% ต่อปี จากข้าวเปลือกที่มีปริมาณผลผลิตออกมามาก จากการเลื่อนการทำนาช่วงกลางปี 58 และผลผลิตในกลุ่มไม้ผลที่ขยายตัวได้ดีในเกือบทุกหมวด รวมถึงดัชนีในหมวดปศุสัตว์และประมงที่ยังขยายตัวได้ดี

ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) ปรับลดลงในรอบ 5 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 86.3 เนื่องจากความกังวลต่อการชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศจากการเร่งใช้จ่ายในเดือนก่อนหน้า ปัญหาภัยแล้งรวมถึงปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.9% ของกำลังแรงงานรวม หรือคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 3.46 แสนคน เงินเฟ้อทั่วไปยังคงหดตัวที่ -0.5% ต่อปี และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 0.6% ต่อปี ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นเดือน ธ.ค.58 อยู่ที่ระดับ 44.4% ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ตั้งไว้ไม่เกิน 60.0%

สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับมั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ม.ค. 59 อยู่ที่ระดับ 160.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นประมาณ 3.0 เท่า.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    25.0%
  • ไม่ชอบ
    37.5%
  • สนุก
    36.1%
  • ประหลาดใจ
    1.4%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement