บิ๊กจิ๋วสะกิดคสช. คายอำนาจ บี้จัดเลือกตั้ง59 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บิ๊กจิ๋วสะกิดคสช. คายอำนาจ บี้จัดเลือกตั้ง59

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ก.พ. 2559 08:37
7,091 ครั้ง


จวกไม่ใช่หน้าที่ทหารอยู่ต่อ5ปี ซัดร่างรธน.ถอยหลังเข้าคลอง มีชัยยันเพื่อเปลี่ยนผ่านราบรื่น

“มีชัย” โอดเคราะห์ร้ายที่สุดมาแบกรับงานหิน ติงเข้าใจผิดบังคับใช้ รธน. 2 ขยัก แค่ช่วยถ่ายโอนอำนาจราบรื่น อย่าวิตกซุกองค์กรเหนือรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เคลียร์นายกฯขอห้วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เป็นเรื่องการเขียนกลไกตีกรอบเวลาปฏิรูป อุบไต๋ตั้งแท่น คสช.แต่งตั้ง ส.ว.ชุดแรก “บิ๊กจิ๋ว” ร่อน จ.ม. เปิดผนึกตะเพิด คสช.ถอนตัว จี้จัดเลือกตั้งปี 59 คายอำนาจคืน ปชช. จวกยิ่งอยู่ยิ่งเพิ่มความขัดแย้ง ซัดไม่ใช่หน้าที่ทหารอยู่ยาว 5 ปี ขุดอดีตขู่ระวังมาด้วยดอกไม้ แต่ไปด้วยก้อนอิฐ พท.ฟ้องยูเอ็นกติกาน่าเป็นห่วง ท้าเชิญองค์กรต่างชาติสังเกตการณ์ทำประชามติ สับ “วิษณุ” เอาแต่ได้ อ้างประชาธิปไตยครึ่งใบต่อท่ออำนาจ “โอ๊ค” โวยดีเอสไอป้ายสีเอี่ยวคดีเงินกู้แบงก์กรุงไทย “มาร์ค” ชี้ “ทักษิณ” คืนชีพหลังแกล้งตาย บี้ คสช.พูดให้ชัดหลังเลือกตั้งปล่อยมือหรือยึดต่อ กกต.คาด เม.ย.ส่งเนื้อหา รธน. ถึงมือชาวบ้าน

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการให้มีกรอบระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปีหลังการเลือกตั้ง พร้อมกับมีข้อเสนอข้อที่ 16 จากคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการบัญญัติการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ระยะ ล่าสุด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ทำจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้รัฐบาล คสช.เร่งคืนอำนาจให้ประชาชน โดยจัดการเลือกตั้งภายในปี 2559

“มีชัย” ครวญเคราะห์ร้ายรับงานหิน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ก.พ. ที่โรงเรียน เทพศิรินทร์ นนทบุรี เครือข่ายหน่วยงานราชการและสถานศึกษาพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จัดโครงการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ ปกป้องและเทิดทูนสถาบัน และเสวนา “การรับรู้ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อความผาสุกที่ยั่งยืน” โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวบรรยายตอนหนึ่งว่า ตนเป็นคนที่เคราะห์ร้ายที่สุด เพราะเข้ามาทำหน้าที่ออกแบบกติกาบ้านเมืองในระยะเวลาที่ความคิดเห็นแตกต่าง ยากจะทำให้ทุกฝ่ายพอใจ คิดแต่ว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนและประเทศระยะยาวก็ทำในสิ่งนั้น ทั้งนี้วิธีเลือกตั้งและการได้มาซึ่งตัวแทนในการใช้อำนาจ หากวิธีประเทศหนึ่งไม่เหมือนประเทศหนึ่งไม่ได้แปลว่าความแตกต่างนั้นไม่เป็นประชาธิปไตย ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ มีวิธีเลือกและอ้างว่าเป็นต้นแบบประชาธิปไตย ส่วนประเทศไทยมักจะเหลือบมองประเทศทั้งหลาย สุดแต่ว่าคนร่างไปเรียนที่ไหนมาจะมองและลอกมา ไม่เคยมีใครศึกษาว่าประเพณีวัฒนธรรมวิถีชีวิต ความเชื่อและการปฏิบัติของคนไทยที่ไม่เหมือนใครในโลกควรมีวิธีอย่างไร

โต้วุ่นไม่ได้สร้างหลักพิสดาร

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้เราเขียนหมวดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้กว้างขึ้น เรื่องการขจัดคนทุจริต กรธ.คิดเบื้องต้นว่า หากครั้งหนึ่งของนักการเมืองเคยทุจริต ประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ ไม่ควรกลับมาสู่การเมืองอีก และคนที่เคยทำความผิดเรื่องสำคัญๆ แล้วถูกลงโทษศาลตัดสินว่าทุจริต ทั้งการค้ามนุษย์ การพนัน เท่ากับประวัติไม่ดีอย่าเข้ามาเลย คนโวยวายว่าโหดร้าย เราไม่ได้สร้างหลักพิสดาร การเอาหลักผู้ใหญ่บ้านมาใช้กับนายกฯ ครม. ส.ส. เพื่อป้องกันคนทุจริตไม่ให้เข้ามา ส่วนคนที่เข้ามาแล้วทำความผิดอย่างนั้นต้องออกไปอย่าอยู่ ส่วนปัญหาการกระทำที่คาบเกี่ยวสีเทา กรธ.คิดว่าคนในวงการการเมืองต้องมีมาตรฐานจริยธรรม หากทำผิดต้องออกหากเป็นความผิดร้ายแรง กลไกในรัฐธรรมนูญสร้างเป็นวงกลมทุกหน่วยที่มีอำนาจจะถูกตรวจสอบ ไม่มีใครหลุดรอด ที่บอกว่าให้อำนาจใครมากใครน้อย ไม่ใช่ ทุกคนต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด โดยระหว่างนี้ กรธ.จะพยายามปรับปรุงแก้ไขให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ เชื่อว่าถ้ารัฐธรรมนูญนี้ออกใช้บังคับ บ้านเมืองจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประชาชนจะมีกลุ่มคอยจับตาดูและขจัดการทุจริตให้ค่อยๆ ลดลงไปให้ได้

ใช้ รธน. 2 ระยะแค่ช่วยสานต่อราบรื่น

จากนั้นนายมีชัยให้สัมภาษณ์ถึงการหารือข้อ 16 ของข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ว่า ไม่มีอะไรมากไปกว่าคำแนะนำว่าหากอะไรที่คนเสนอมาจะไปทำให้กฎเกณฑ์ที่เราวางไว้เสียหาย ให้ไปทำในบทเฉพาะกาลได้ แล้วระหว่างการเปลี่ยนถ่ายอำนาจขอให้ทำอย่างราบรื่นขึ้น ความหมายของข้อ 16 ไม่มีอะไรลึกซึ้งมากกว่านั้น คำว่า 2 ขยัก มีความหมายว่าอะไรที่ใช้ชั่วคราวอย่าทำให้หลักใหญ่มันเสีย เขียนไว้ในบทเฉพาะกาล ส่วนที่ตีความว่าจะทำให้มีอำนาจอยู่เหนือรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ยืนยันว่าไม่มี เพราะเมื่อมีรัฐบาลใหม่มาแล้ว ทุกคนไปกันหมด เหลือแต่คนที่ทำหน้าที่กันอยู่คือ พวกที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่ คสช.ก็ไป เรากำลังเข้าใจข้อ 16 ผิดเลยกังวลกันมากไป ยืนยันว่าข้อเสนอของ ครม.ในข้อ 16 ไม่มีอะไร แต่จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านไปโดยไม่ขัดแย้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าจะเขียนอะไร ตอนนี้เราไล่ดูข้อเสนอของภาคส่วนต่างๆ หากแก้ได้จะทำให้ หากสิ่งไหนไม่แก้เพราะเป็นสิ่งที่ กรธ.ยืนยัน แต่ถ้าไม่แก้อะไรเลยจะลำบาก ล่าสุดเกือบจบหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐแล้ว

ขึงยาวช่วงเปลี่ยนผ่านคือบังคับปฏิรูป

เมื่อถามถึงความต้องการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ต้องการมีช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี นายมีชัยกล่าวว่า นั่นคือส่วนที่ว่าด้วยการปฏิรูปที่ต้องการให้ทำให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี ในบทเฉพาะกาลยังไม่ได้เขียนเรื่องการปฏิรูป เขียนจุดๆเอาไว้ แต่ยังไม่ได้บอกว่าต้องทำอย่างไรกับการปฏิรูปที่จำเป็นต้องทำ ยังไม่ได้เขียนกลไกเอาไว้ว่าเรื่องไหนจะบังคับให้ทำภายในกี่ปี เรื่องไหนบังคับให้ทำให้แล้วเสร็จ ตอนนี้กำลังคิดว่า วิธีที่ดีที่สุดคือ จะบอกว่าปฏิรูปเรื่องอะไร เพื่ออะไร จะเป็นตัวบังคับ เช่น ให้ปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เด็กเริ่มเรียนได้ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนภายใน 3 ปี แล้วปีแรกนั้นให้รัฐบาลทำ ส่วน 2 ปีหลังรัฐบาลใหม่มาต้องทำ นั่นคือช่วงเปลี่ยนผ่านที่ว่า แล้วอาจเขียนบทกำหนดโทษเพื่อให้ศักดิ์สิทธิ์ต้องมีการควบคุม สำหรับข้อกังวลของรัฐบาลต่อสถานการณ์ขัดแย้งถูกจัดสรรไว้แล้ว หลายเรื่องถูกเขียนไว้ในตัวแม่บทแล้ว แต่คนยังอ่านไม่เจอเท่านั้น

แทงกั๊กเขียนป้อนลากตั้ง ส.ว.ชุดแรก

เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ยกเว้นบางบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญในบทถาวร เช่น ข้อเสนอให้คสช.ตั้ง ส.ว.ชุดแรก นายมีชัยกล่าวว่า ตรงนี้ยังไป ไม่ถึง ทั้ง สนช.และ สปท.พยายามผลักดันให้แก้วิธีให้ได้มาของ ส.ว. ซึ่งยังพิจารณาไปไม่ถึง และกำลังนั่งคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไร เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายการเมืองวิจารณ์ว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญเกาหลีเหนือ จะส่งผลต่อการทำประชามติหรือไม่ นายมีชัยย้อนถามว่า “ใครพูดว่าไปร่างที่เกาหลีเหนือ” ผู้สื่อข่าวตอบว่า “นายทักษิณ ชินวัตร” นายมีชัยไม่ตอบแล้วเดินออกจากวงให้สัมภาษณ์ทันที

“บิ๊กจิ๋ว” จวก คสช.ยิ่งอยู่ยิ่งเพิ่มขัดแย้ง

ขณะที่เวลา 09.00 น. ที่บ้านซอยปิ่นประภาคม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เปิดแถลงพร้อมทำจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนชาวไทยผู้รักชาติ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 10 คนสังเกตการณ์ แต่ไม่มีทหารมาเฝ้าสังเกตการณ์และบันทึกภาพเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวระบุว่า นับแต่ คสช. อาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาของชาติและความขัดแย้งของบ้านเมือง ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ระงับยับยั้งความขัดแย้งได้ในระดับหนึ่ง แต่จากการบริหารงานมาครบ 2 ปี ปรากฏว่า แนวทางที่รัฐบาล คสช. กำลังดำเนินการกลับมีแนวโน้มนำไปสู่ความขัดแย้งในบ้านเมืองยิ่งขึ้น ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจเข้าสู่ยุคเงินฝืด ประชาชนขาดกำลังซื้อ การส่งออกลดลงอย่างรุนแรง

ฟันธงยากฝ่าด่าน รธน.-ปัญหารุมเร้า

จดหมายเปิดผนึกฯระบุต่อว่า ขณะที่การร่างรัฐธรรมนูญที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการยกร่างฯ ได้รับการต่อต้านจากหลายภาคส่วนมากยิ่งขึ้น โครงสร้างและเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง มิหนำซ้ำยังถอยหลังเข้าคลองหลายสิบปี อยู่ระหว่างการปรับปรุงก่อนไปสู่ขั้นตอนการจัดทำประชามติ มีข่าวว่ารัฐบาลพยายามทุกวิถีทางผลักดันเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติให้ได้ ขณะเดียวกันภาคประชาชนมีเครือข่ายเตรียมการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและไม่ให้ประชามติครั้งนี้ผ่านไปได้ จากประสบการณ์ในชีวิตของตน ที่ได้มีส่วนเข้าไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศช่วงที่ผ่านมา เชื่อได้ว่า ยากที่ คสช.และรัฐบาลจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและรุมเร้าอยู่ได้ และทราบว่าเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้ช่วยเลขาธิการใหญ่องค์กรสหประชาชาติ ฝ่ายการเมืองและคณะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อติดตามสถานการณ์ทางการเมือง โดยหวังให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย

บี้จัดเลือกตั้งในปี 59 คืนอำนาจ ปชช.

“จากปัญหาที่ซับซ้อนดังกล่าว การเสียสละอำนาจของ คสช. ถ้าไม่เกิดขึ้นโดยเร็วก็ยากที่จะขจัดปัญหาให้หมดสิ้น จะตกเป็นภาระแก่ชนรุ่นหลัง ในฐานะนายทหารรุ่นพี่ขอร้อง คสช.ไตร่ตรองปัญหาประเทศ โดยเมื่อท่านได้ทำหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมืองแล้ว ควรจะเสียสละอำนาจส่งต่อภาระหน้าที่ให้กับคณะกรรมการกลางที่จะมาจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันบริหารจัดการให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ภายในปี 2559 เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง”

ไล่ทหารถอนตัวไม่ใช่หน้าที่อยู่ต่อ 5 ปี

จากนั้น พล.อ.ชวลิตให้สัมภาษณ์ถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยจะผ่านประชามติหรือไม่ ว่า ตนกับนายมีชัยและนายวิษณุ เครืองาม เคยทำงานร่วมกันมา ไม่ทราบว่าจะผ่านหรือไม่ แต่ขอให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นฉบับที่ดีที่สุดไม่ถูกฉีกอีก ขอให้นายมีชัยยืนอยู่บนแนวทางที่ถูกต้อง อย่าต้องถึงขั้นต้องรับคำสั่งโดยตรงจาก คสช. เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับคำสั่งจาก คสช.เพื่อให้ประชามติผ่านหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่มองว่าอยากให้ทหารถอนตัว เพราะไม่ใช่หน้าที่ของทหาร เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาล คสช.จะอยู่ต่อช่วงเปลี่ยนผ่านไปอีก 5 ปี พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า จะเป็นไปได้อย่างไร บอกหลายทีแล้วว่า คสช. มีภาระหน้าที่แค่ไหน ท่านเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเท่านั้น มีหน้าที่เท่านี้จะขออยู่ต่ออีก 5 ปีได้อย่างไร แค่ 5 เดือนก็ไม่ไหว เพราะตลอด 2 ปีที่บริหารประเทศเห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร ยิ่งมีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ถ้า คสช.อยู่ต่อแล้วอาจเหมือนอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา ที่เข้ามาได้รับดอกไม้ พอออกไปได้รับก้อนอิฐ

เชื่อ “แม้ว” จ้อสื่อนอกเพราะห่วงประเทศ

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการเคลื่อนไหวและการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงนี้ พล.อ.ชวลิตตอบว่าท่านคงพูดด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า อยากให้คนไทยมีงานทำ เอาของไปขายต่างประเทศ ทำเป็นรถเข็นใช้ชื่อ “รถจันทร์โอชา” ตามเมืองต่างๆที่บริโภคข้าวไทย จะทำให้คนรู้จักประเทศไทยมากขึ้น นำสินค้าโอทอปไปขายด้วย คนไทยจะได้ไม่ตกงาน

พท.ฟ้องยูเอ็นกติกาใหม่น่าเป็นห่วง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีผู้ช่วยเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) และคณะ เข้าพบแกนนำพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่าได้เล่าถึงข้อห่วงใยในการร่างรัฐธรรมนูญ ดูเหมือน กรธ.แสร้งทำเป็นรับฟังข้อเสนอแนะ แต่ที่จริงจะแก้ไขตามที่คนพวกเดียวกันบางกลุ่มชี้แนะมาเท่านั้น หวั่นเกรงเป็นที่สุดคือรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากลและมีแนวโน้มจะปิดกั้นให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลด้านเดียว และ คสช.ยังคงห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง สะท้อนชัดเจนว่ายังมีการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เกรงว่าอาจจะใช้อำนาจรัฐออกมากดดันหรือชักจูงให้ประชาชนต้องยอมรับรัฐธรรมนูญ ในช่วงการทำประชามติ ซึ่งไม่ใช่วิถีทางตามแนวทางประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น ทางคณะยูเอ็นจะนำไปรายงานนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติต่อไป

จี้เชิญองค์กรต่างชาติสังเกตการณ์

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า และการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่าจะยืดเวลาการเปลี่ยนผ่านให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งออกไป 5 ปี เป็นสิ่งที่นายบัน คี มูน ควรจะได้รับทราบด้วย และขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ควรเชิญผู้สังเกตการณ์จากประชาคมโลกทั้งยูเอ็นและอียูเข้ามาดูการที่ท่านจะส่งนักศึกษาวิชาทหารและกำลังพลทหารลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชนในเรื่องรัฐธรรมนูญและให้เขาเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ตอนทำประชามติทั่วประเทศในครั้งนี้ด้วย คณะผู้แทนสหประชาชาติก็พร้อมที่จะมาร่วมได้หากรัฐบาลไทยเชิญ

ค้านขยักใช้ รธน.-ห้ามแปรญัตติงบฯ

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอแนะการร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาล โดยเฉพาะข้อ 16 ว่า ไม่เห็นด้วยกับการเขียนรัฐธรรมนูญให้มีการบังคับใช้แบ่งเป็น 2 ช่วง เนื่องจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2 ช่วง จะสร้างความสับสนให้ประชาชน หากจะบังคับใช้ก็ควรเป็นแบบเดียวเพื่อให้เกิดความชัดเจน รวมถึงวิธีการนี้จะขาดการยอมรับจากนานาชาติ ส่วนการไม่ให้ ส.ส. รัฐมนตรี แปรญัตติงบประมาณนั้น ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเหมือนกับทำอะไรไม่ได้เลย ส.ส.ถูกคนในพื้นที่เลือกมา แต่กลับไม่สามารถทำประโยชน์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ ผิดเจตนารมณ์ของผู้แทนปวงชน ตรรกะแบบนี้ใช้ไม่ได้

“คณิน” ตอก “วิษณุ” พูดเอาแต่ได้

นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯอ้างรัฐธรรมนูญปี 21 อยู่ได้นาน เพราะเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบว่า ความเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบกับอายุการใช้งานนานหรือไม่นานของรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกัน อย่านำมาอ้างเพื่อเขียนบทเฉพาะกาลสืบทอดอำนาจ เพราะพูดเอาแต่ได้ รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยยิ่งอยู่นานยิ่งเป็นภัยต่อประชาชน เพราะในบทเฉพาะกาลกลับไม่เหลือความเป็นประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญปี 2521 เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุดในการใช้รัฐธรรมนูญ 2 ขยัก ที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนั้นถูกปฏิวัติฉีกทิ้ง เพราะมีแต่ทหารกับข้าราชการประจำ รวมทั้งพ่อค้านักธุรกิจเท่านั้นที่ได้ประโยชน์เต็มๆ แบบนี้หรือที่นายวิษณุอยากให้เอาเป็นตัวอย่าง

“เต้น” ฉะเผด็จการผลัดใบไม่ใช่ ปชต.

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า จริงๆแล้วนายมีชัยกับนายวิษณุไม่จำเป็นต้องแสดงฉากปรับความเข้าใจกันเรื่องข้อเสนอที่ 16 เลย สังคมทราบดีว่าทั้ง 2 คนร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญทุกฉบับของ คสช.อยู่แล้ว ข้ออ้างกินน้ำครึ่งแก้ว เรื่องนั้นเกิดขึ้นเมื่อเกือบ 40 ปีมาแล้ว จะยกเอาคำพูดสถานการณ์เมื่อ 40 ปีก่อนมากำหนดอนาคตประเทศใน 20ปีข้างหน้าได้อย่างไร ไม่ได้สนใจน้ำครึ่งแก้วที่ยื่นมา แต่อยากทราบว่าอีกครึ่งแก้วหายไปไหน เราไม่ยอมรับวาทกรรมเรื่องประชาธิปไตยครึ่งใบ ขอเรียกร้องให้เลิกใช้คำนี้ เพราะอำนาจถูกรวบไว้ ณ จุดใดจุดหนึ่ง จะเรียกว่าประชาธิปไตยไม่ได้ รูปธรรมที่น่าจะอธิบายได้ชัดเจนกว่าคือ เผด็จการผลัดใบ ต่อให้แตก ใบใหม่เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่หากรากและลำต้นยังเป็นเครือข่ายรัฐประหาร การปกครองแบบนี้ยังเรียกว่าเผด็จการ

สวดลิ่วล้อมโนโต้ข่าวขาดสติ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการ คสช. ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาให้ข่าวโจมตีรัฐบาลและ กรธ.อาจเกี่ยวข้องกับคดีความหลายคดี และจะนัดสืบพยานคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายพานทองแท้ ชินวัตร เร็วๆนี้ว่า อยากให้ไปศึกษาการให้ข่าวที่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง มีเหตุผล ใช้สติปัญญามากกว่าใช้อารมณ์ อย่าเอามโนเข้าว่า ความจริงคือไม่มีคดีนายพานทองแท้อยู่ในชั้นสืบพยานในศาล พ.อ.ปิยพงศ์จะชื่นชอบหรือเห็นด้วยกับการยึดอำนาจ รัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิ ลองสำรวจมองไปรอบตัว คนกลุ่มใดน่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการรัฐประหาร นายทักษิณไม่เคยเสวยสุขในอำนาจ เพราะเป็นนายกฯที่ประชาชนเลือกเข้ามา สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย

“โอ๊ค” ซัดดีเอสไอตีปี๊บป้ายสี

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีถูกดีเอสไอเรียกสอบคดีเงินกู้แบงก์กรุงไทยว่า ระบบสองมาตรฐานยังคงมีอยู่ โดยหนังสือที่ดีเอสไอส่งเรียกไปสอบถามทุกฉบับ เรียกไปให้ข้อมูลในฐานะพยานเหมือนคนอีกนับร้อยคน มีทั้งนายทหาร นายตำรวจ มูลนิธิฯ สถาบันการเงินและบุคคลทั่วไป ซึ่งทำอย่างเงียบเชียบ ระมัดระวัง ไม่ต้องการให้พยานต้องเสียหาย แต่สำหรับตนกลับตรงกันข้าม ฝ่ายที่อคติใช้ช่องทางผ่านสื่อ ไม่คำนึงถึงความถูกผิดขอให้ใส่ร้ายไว้ก่อน ชี้นำยิ่งกว่าเป็นผู้ทำความผิด ทั้งที่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและยินดีให้ข้อมูลหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความจริงและความบริสุทธิ์ แต่ทำราวกับว่าตนตกเป็นผู้ต้องหา พอทนายทำหนังสือถามว่า ไปในฐานะใดได้รับคำตอบว่า เรียกไปให้ถ้อยคำในฐานะพยาน ดีเอสไอคือหน่วยงานต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม ถ้าเริ่มต้นทำงานแบบมืออาชีพไม่มีอคติเอาใจนาย ใครผิดใครถูกว่าไปตามกฎหมาย บ้านเมืองก็จะกลับสู่ความสงบได้เร็ว จะรอดูว่าพยานที่ชื่อพานทองแท้ กับพยานอื่น ดีเอสไอจะให้ความเป็นธรรมเสมอภาคในมาตรฐานเดียวกันหรือไม่

ขู่ฟ้องหมิ่นฯชี้นำทำเสื่อมเสีย

น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจของนายพานทองแท้ กล่าวว่า จากกรณีดีเอสไอได้สอบสวนคดีอาญาในความผิดฐานฟอกเงิน จากคดีทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้แก่กลุ่มกฤษดามหานคร โดยนายพานทองแท้ ชินวัตร เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับหนังสือของดีเอสไอเชิญมาให้ถ้อยคำในฐานะพยาน แต่มีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวชี้นำสังคมในลักษณะที่ว่า นายพานทองแท้ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีเพื่อผลทางการเมือง ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง การนำเสนอข่าวที่เป็นอคติและใส่ร้ายบิดเบือนเข้าข่ายผิดฐานหมิ่นประมาท หากยังคงมีการนำเสนอข่าวในลักษณะนี้ ทีมทนายฯดำเนินคดีต่อบุคคลนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานหมิ่นประมาทต่อไป

ปัด “แม้ว” จ้างล็อบบี้ยิสต์โปรโมตข่าว

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ปัจจัยที่อาจจะทำให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เลือกจังหวะที่ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ เพราะคดีความที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัว และกล่าวหาว่านายทักษิณมีการจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ล็อบบี้นั้นไม่เป็นความจริง เป็นการมโนไปเองและต่ำกว่ามาตรฐานของคนที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี สื่อต่างประเทศเข้าคิวขอสัมภาษณ์นายทักษิณเป็นจำนวนมากยาวเป็นบัญชีหางว่าว จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์และลอบบี้ยิสต์เพื่อให้มาสัมภาษณ์ และไม่มีการจ้างตามที่กล่าวหา

“มาร์ค” ชี้ “ทักษิณ” คืนชีพหลังแกล้งตาย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างชาติ ว่า 2 ปีหลังรัฐประหารนายทักษิณให้สัมภาษณ์ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับครั้งก่อน แต่เคยมีคำพูดหนึ่งคือแกล้งตาย วันนี้มีหลายปัจจัยอาจทำให้เลือกจังหวะแสดงความเห็น คือ 1.คดีความเกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัวกำลังงวดเข้ามา ทั้งคดีจำนำข้าว คดีกรุงไทย อาจเป็นแรงกดดันให้ออกมาตอบโต้ ที่น่าสนใจคำพูดที่แสดงความมั่นใจว่าจะกลับมาโดยไม่จำเป็นต้องมารับโทษ จึงน่าจะเกี่ยวพันกับคดีความของคนในครอบครัว 2.เป็นจังหวะเรื่องรัฐธรรมนูญและการลงประชามติกำลังจะมาถึง กลุ่มนปช.หรือผู้สนับสนุนเขาเดินหน้าคัดค้านเต็มที่ ไม่เอา นายทักษิณต้องอาศัยสื่อต่างประเทศ เป็นเครื่องมือเคลื่อนไหว ทั้งจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ บริษัทล็อบบี้ ต้องยอมรับความจริงว่าโลกตะวันตก ไม่ชอบการรัฐประหาร เมื่อมีเสียงแสดงท่าทีคัดค้านจะมีโอกาสได้พื้นที่ข่าวสูง จึงไม่มองว่า คสช.ล้มเหลว แต่ถ้ามีการฮั้วกันนั่นจะเป็นความล้มเหลวมากกว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่าไม่ต้องตอบโต้ แต่ให้ย้ำเรื่องกฎหมายที่ต้องบังคับใช้ เป็นการยืนยันให้มั่นใจว่า คสช.ไม่ได้เปลี่ยนแปลงท่าทีจุดยืน

จี้ คสช.พูดให้ชัดปล่อยมือหรือยึดต่อ

เมื่อถามว่า ข้อเสนอของ ครม.ที่เสนอให้กรธ.บัญญัติให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ไปพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายแสดงว่า ผู้ร่างเองยังไม่ทราบชัดเจนว่าคืออะไร เหมือนไม่มั่นใจว่าการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ การเดินเข้าสู่ระยะที่ 3 คสช. หรือ ครม. ยังไม่มั่นใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย จึงพยายามจะบอกว่าต้องมีบางสิ่งบางอย่างในช่วงแรกหรือไม่ จึงอยากให้เกิดความชัดเจน เปิดเผยมาให้ชัดเลย เพราะมีคนกล่าวหาว่าจะสืบทอดอำนาจหรือไม่ สังคมต้องการให้เมื่อ คสช.ออกไปแล้ว ประเทศเดินหน้าได้จริง ไม่มีประโยชน์อะไรกับใครเลย ถ้าบ้านเมืองอยู่ในวังวนความวุ่นวายขัดแย้ง จึงขอความชัดเจนดีกว่าต้องมาถกเถียง และถูกนำไปบิดเบือนโดยกลุ่มฉวยโอกาสไปสู่ความขัดแย้งอีกครั้งในอนาคต พูดกันง่ายๆเลยว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วท่านปล่อยมือหรือไม่ ตอนนี้เขียนไว้จะปล่อยคือเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ โดยคงอำนาจมาตรา 44 เอาไว้จนถึงมีรัฐบาลชุดใหม่ ถ้าคิดว่าอาจมีปัญหาหลังจากนั้น เช่น กลัวคนแพ้เลือกตั้ง ไม่ยอมรับการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งไม่น่าจะใช่ เพราะตั้งรัฐบาลได้แล้ว กลัวรัฐบาลที่มาแล้วใช้อำนาจในทางไม่ชอบหรือไม่ ถ้าใช่ทำไมไม่เขียนในรัฐธรรมนูญว่า จะป้องกันปัญหานี้อย่างไร ควรมีกติกาถาวร ไม่ใช่ช่วงแรกเท่านั้นที่จะมาช่วยตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในทางไม่ถูกต้อง

กกต.คาด เม.ย. เผยแพร่เนื้อหา รธน.

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เชิญ กกต.นำโดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งเข้าพบหารือเตรียมการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ต่อมาเวลา 12.50 น. นายสมชัยเปิดเผยผลการหารือว่า ได้หารือข้อกฎหมายว่าจะเขียนลงในรัฐธรรมนูญ ชั่วคราวอย่างไร เพื่อให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด ข้อความถูกต้องเหมาะสมไม่ต้องมาตีความอีกภายหลัง อย่างที่เคยหารือกันเรื่องเกณฑ์การตัดสินประชามติว่าต้องใช้เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิเป็นเกณฑ์ เรื่องเกณฑ์การส่งร่างรัฐธรรมนูญถึงมือประชาชนอย่างน้อยร้อยละ 80 จึงจะกำหนดวันออกเสียงประชามติได้ จะยกหลักเกณฑ์นี้ออก และใช้ถ้อยคำว่าหลังจากที่ กรธ.ส่งรัฐธรรมนูญให้แก่ ครม. สนช. และสรุปสาระสำคัญให้ กกต. โดยให้ กกต.จัดให้มีการออกเสียงประชามติภายในเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน วันออกเสียงประชามติจะอยู่กำหนดเดิมคือ วันที่ 31 ก.ค. และอาจบวกไปอีก 7 วัน คาดว่าเดือน เม.ย.เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญจะเผยแพร่ไปถึงประชาชน ทุกช่องทางทุกรูปแบบให้กว้างขวางที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และจะเป็นฝ่ายจัดเวทีกลางให้ทุกฝ่ายที่ประสงค์จะรณรงค์ทั้งรับหรือไม่รับ กกต.แสดงเจตนาจัดให้มีการออกเสียงประชามติให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งผลการประชามติและกระบวนการจัดทำ เพื่อให้กราบเรียนนายกฯ

ไม่จำกัดสิทธิรณรงค์โหวตรับหรือคว่ำ

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนหลักเกณฑ์ที่จะทำให้มีผู้ออกเสียงมากขึ้น ได้กำหนดคุณสมบัติผู้ออกเสียงประชามติจะใช้เกณฑ์อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในวันออกเสียงประชามติ จากเดิมใช้วันที่ 1 ม.ค.ของปีที่มีการออกเสียงหรือที่มีการเลือกตั้ง ขอให้แก้ใหม่สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ใช้เกณฑ์ 18 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการรักษาความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ และยืนยันว่าการรณรงค์ทั้งให้รับหรือไม่รับทำได้ไม่มีความผิด หรือรณรงค์คว่ำรัฐธรรมนูญไม่ผิด แต่คว่ำการลงประชามติมีความผิด ยังคงยึดกฎหมายเหมือนควบคุมการเลือกตั้ง อยากให้ประชาชนคลายใจว่าไม่มีกฎหมายใหม่ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ ทุกคนแสดงความเห็นได้เสรี ส่วนกรณีนักศึกษาวิชาทหารรณรงค์ให้ทราบได้ว่าจะมีการลงประชามติ หรือให้ทราบเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ไม่ใช่ไปบอกว่าควรรับ เพราะผิดกฎหมาย

จัดพิมพ์ร่าง รธน. 3 แบบแจก ปชช.

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนร่างรัฐธรรมนูญจะจัดพิมพ์ 3 รูปแบบ 1.จัดพิมพ์รัฐธรรมนูญฉบับเต็ม 1.2 ล้านฉบับ แจกจ่ายตามแหล่งชุมชน เป็นจุดที่ประชาชนเข้าถึงได้ เช่น ที่ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศูนย์เรียนประชาธิปไตย การศึกษานอกโรงเรียน ห้องอ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ตำบล โรงเรียน สามารถขอได้ เป็นต้น 2.สรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ยาวไม่ 20 หน้า 6 ล้านเล่ม แจกจ่ายประชาชนที่ประสงค์จะขอ 3.สรุปย่อสาระสำคัญ 17 ล้านฉบับ ส่งให้ทุกครัวเรือนที่มีผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ทั้ง 3 รูปแบบจะนำเสนอต่อประชาชน เฉพาะการจัดพิมพ์เอกสารลดงบประมาณจาก 800 ล้านบาท เหลือ 200 ล้านบาท ส่วนงบประมาณโดยรวมยังไม่กำหนด แต่ไม่เกิน 3,400 ล้านบาท และอาจปรับ ลดลงเล็กน้อย

ระดมกึ๋นแก้ ก.ม.เลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันมีการเชื่อมโยงกันระหว่างนักการเมืองท้องถิ่น และนักการเมืองระดับประเทศ ทำให้เกิดนโยบายใยแมงมุม คือ นักการเมืองระดับประเทศเข้าไปมีอำนาจต่อนักการเมืองท้องถิ่น มีการชักจูง ซื้อสิทธิขายเสียงในรูปแบบต่างๆ กกต.เห็นปัญหาและส่งเรื่องไปยังศาล แต่ศาลกลับไม่รับเรื่อง จึงต้องมาปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวก่อนจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น หากกระจายอำนาจให้ ส่วนท้องถิ่นดำเนินการเรื่องใบเหลือง-แดงได้หรือไม่

“บิ๊กตู่” นำ ผบ.เหล่าทัพร้องเพลงการกุศล

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 สนามเป้า พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี รองประธานมูลนิธิสายใจไทยในราชูปถัมภ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อม ผบ.เหล่าทัพ ร่วมบันทึกเทปขับร้องเพลงในรายการพิเศษวันสายใจไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขับร้อง 2 เพลง ได้แก่ ดุจบิดรมารดาและเกียรติศักดิ์ทหารเสือ จากนั้นขับร้องร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพ พร้อมนักร้องประสานเสียงจากดุริยางค์ 3 เหล่าทัพและตำรวจในบทเพลง “ทหารของแผ่นดิน” เพื่อหารายได้สมทบมูลนิธิสายใจไทยฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และราษฎรอาสาสมัครผู้เสียสละที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันพิทักษ์รักษาประเทศ ประชาชนที่สนใจร่วมบริจาคและรับชมรายการพิเศษ “เฉลิมราชย์ เฉลิมขวัญ วันสายใจไทย” ทางสถานี วิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในวันศุกร์ที่ 1 เม.ย. เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป

จัดคิวบินตรวจภัยแล้ง จ.อุทัยธานี

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการลงพื้นที่ จ.อุทัยธานี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในวันที่ 26 ก.พ.ว่า นายกฯจะเป็นประธานมอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแก่สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ มอบพื้นที่สวนป่าห้วยระบำ ต.ระบำ อ.ลานสัก เนื้อที่ 3,239 ไร่ ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในลักษณะแปลงรวมไม่ให้กรรมสิทธิ์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกร รวมทั้งติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.อุทัยธานี พร้อมดูการบริหารจัดการน้ำที่โครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาทับเสลา อ.ลานสัก ทั้งนี้ กรมชลประทานยืนยันว่า กทม.จะมีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคไปจนถึง เดือน ส.ค. เชื่อว่าจะมีฝนตกราวเดือน พ.ค. แต่ขอให้ประชาชนช่วยประหยัดน้ำด้วย

“สุวพันธุ์” จี้หน่วยงานรัฐเบิกจ่ายงบฯ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล (กขร.) ว่า ได้เร่งรัดหน่วยงานให้ใช้จ่ายงบประมาณ เพราะสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานว่า การใช้จ่ายภาครัฐจะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2559 ต้องการการเร่งรัด ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้เบิกจ่ายงบฯในโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ผูกพันแล้ว 19,000 ล้านบาท จากงบฯ 36,000 ล้านบาท โครงการรายย่อย 1 ล้านบาท ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 80 โครงการกองทุนหมู่บ้านยื่นมาแล้ว 5 หมื่นล้านบาท อนุมัติแล้ว 4.3 หมื่นล้านบาท ส่วนร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ สปท. ยังไม่ส่งมาถึงรัฐบาล คิดว่าจะส่งมาพร้อมกัน 3 ฉบับ คือ 1.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2. พ.ร.บ.การพัฒนาการท่องเที่ยว และ 3.ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อได้รับมาแล้วจะนำเข้าที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายต่อไป

ผลงานไม่เข้าตา “ดาว์พงษ์” ทำโพลเอง

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงผลสำรวจของนิด้าโพลมีชื่อ รมว.ศึกษาธิการติดอันดับ 4 ที่ประชาชนไม่พอใจการทำงานว่า ตนน่าจะติดอันดับ 1 มากกว่า เพราะส่วนตัวไม่ประทับใจการทำงานของตัวเองที่ยังแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ทันใจ และอยากรู้รายละเอียดว่าประชาชนไม่ประทับใจเรื่องใดบ้าง เพื่อจะนำมาแก้ไขให้ถูกจุด ทั้งนี้ ตนจะทำโพลสำรวจความเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศในนโยบายต่างๆ ว่าเดินมา ถูกทางหรือไม่

ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกผิดหวัง หรือเสียกำลังใจกับผลโพลที่ออกมา เพราะการทำงานส่วนใหญ่เน้นที่การปฏิรูปโครงสร้างฐานรากของประเทศ ที่ต้องใช้เวลา เพราะรัฐบาลนี้น่าจะปรับโครงสร้างประเทศได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่งานแก้ไขเรื่องปากท้องค่าครองชีพชาวบ้านยังทำอยู่ ไม่ได้ทิ้ง แต่บางเรื่องต้องใช้ระยะเวลาในการทำ คงไม่ได้มานั่งเล่าให้ฟังทุกวัน

“ไก่อู” ขออย่าด่วนสรุป รบ.ฟอร์มบู่

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกษิต ภิรมย์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) วิจารณ์รัฐบาลไร้ผลงานว่า รัฐบาลและ คสช.เข้ามาระงับความวุ่นวายของบ้านเมือง นายกษิตอย่าใจร้อน ขอให้นึกว่าต้นตอของปัญหาคืออะไร สิ่งใดทำได้เร่งดำเนินการ บางอย่างจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ จาก สปท. เชื่อว่า สปท.ส่วนใหญ่คงเข้าใจดีขณะนี้รัฐบาลดำเนินการไปแล้วหลายอย่าง ส่วนแผนงานระยะยาวจะกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้รัฐบาลเลือกตั้งได้ดำเนินการต่อโดยไม่ต้องกังวลว่า รัฐบาลและ คสช.จะสืบทอดอำนาจ ไม่อยากให้มองการแก้ไขปัญหาของประเทศแบบแยกส่วนหรือต่างคนต่างทำ นายกฯย้ำเสมอว่าทุกฝ่ายต้องร่วมคิดร่วมทำแบบบูรณาการ รัฐบาลมีโรดแม็ปที่ชัดเจนและแม่น้ำอื่นอีก 4 สายรู้ว่าตนเองต้องทำอะไรที่จะพลิกฟื้นประเทศซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป

คตร.จ่อสอบภาษีเอ็นจีโอรับทุน สสส.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ชาตอุดม ดิตถะสิริ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) กล่าวถึงการสอบเส้นทางการเงินของเอ็นจีโอที่รับเงินจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่พบว่าไม่ชำระภาษีตามที่กรมสรรพากรแจ้งกำหนดว่า ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และหากดำเนินการ แต่ไม่ต้องถึงขั้นให้ดีเอสไอใช้กลไกการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สอบได้ว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือทุจริตหรือไม่ ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้ดูแล้ว ใครรับเงิน มีรายได้ในหลักเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ และถ้าองค์กรใดทำขัดต่อกฎหมาย มีคนรับรู้ต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ

ศาลรับฟ้องเพิ่ม 7 รายร่วมโกงข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานอัยการสูงสุด ถึงความคืบหน้าในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในส่วนคดีที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร กับพวกเป็นจำเลยที่ 1-7 ในคดีสนับสนุนนายบุญทรง เตริยา– ภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกอดีตนักการเมือง ข้าราชการและเอกชน รวม 21 ราย ทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีนี้แล้ว เป็นคดีหมายเลขดำ อม.1/2559 โดยนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การเอกชน จำเลยทั้ง 7 ราย ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลนัดไต่สวนพยานครั้งแรกคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่นายบุญทรงกับพวก 21 รายเป็นจำเลย ซึ่งการฟ้องเอกชนเพิ่ม 7 ราย อัยการยื่นคำร้องขอรวมสำนวนพิจารณาเป็นคดีเดียวกับนายบุญทรงและพวก โดยศาลนัดฟังคำสั่ง ว่าจะให้รวมสำนวนคดีหรือไม่ ในวันที่ 2 มี.ค.เช่นกัน

สืบพยานโจทก์คดี นปช.ก่อการร้าย

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้อง 701 ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช.กับพวก แกนนำ นปช.ร่วมเป็นจำเลยที่ 1-24 ฐานร่วมกันก่อการร้าย ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีร่วมชุมนุมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-20 พ.ค.53 เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นยุบสภา นัดนี้โจทก์มี พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช อดีต ผกก.สน.ดุสิต เบิกความสรุปว่า ได้ทำรายงานการชุมนุมของกลุ่มจำเลยที่หน้ารัฐสภา ส่วนที่นายชุมพล จุลใส ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำปืนเข้าไปในอาคารมาทราบภายหลัง และแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ส่วนนายจักรชลัช คงสุวรรณ อดีตคนขับรถของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง เบิกความว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คุ้มครองให้ตนเป็นพยาน ทราบว่านายสุรชัยหรือหรั่ง เทวรัตน์ นายสมบัติหรือผู้กองแดง มากทอง นายรชตหรือกบ วงค์ยอด และนายเจ็มส์ สิงห์สิทธิ์ จำเลยร่วมในคดีนี้ร่วมก่อเหตุที่คอกวัว ศาลาแดง และยิงเอ็ม 79 ในสถานที่ ต่างๆ พร้อมชี้ยืนยันบุคคลทั้งหมดในห้องพิจารณาคดี จากนั้นศาลนัดสืบพยานครั้งต่อไปวันที่ 17 มี.ค.เวลา 09.00 น.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    25.1%
  • ไม่ชอบ
    26.3%
  • สนุก
    48.3%
  • ประหลาดใจ
    0.1%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement