ศาลอุทธรณ์ตัดสิน จำคุก‘หมอสุพัฒน์’ 8ปี9ด.คดีค้ามนุษย์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ศาลอุทธรณ์ตัดสิน จำคุก‘หมอสุพัฒน์’ 8ปี9ด.คดีค้ามนุษย์

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ก.พ. 2559 08:30
3,913 ครั้ง


ศาลจังหวัดเพชรบุรี อ่านคำพิพากษาศาล อุทธรณ์ภาค 7 พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ รพ.ตำรวจ ที่ถูกศาลสั่งประหารชีวิตในคดีฆ่าฝังแรงงานชาวพม่าหมกคาไร่ และหลบหนีประกันไม่มาฟังคำพิพากษา โดยเป็นการอ่านลับหลังในความผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ความผิด พ.ร.บ.การทำงาน ของคนต่างด้าว และความผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ยกฟ้องในหลายประเด็นเนื่องจากคดีขาดอายุความคงเหลือจำคุก 8 ปี 9 เดือน

ที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี ช่วงสายวันที่ 25 ก.พ. ศาลได้ขึ้นบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายสรพงษ์ หรือกะลา โจทก์ร่วมที่ 1 นางผ่อน หรือพร โจทก์ร่วมที่ 2 และนายตะแง โจทก์ร่วมที่ 3 เป็นโจทก์ร่วมฟ้อง พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ รพ.ตำรวจ ในความผิดต่อ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ความผิดต่อ พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว และความผิดต่อ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยโจทก์ร่วมอุทธรณ์คำพิพากษาศาลจังหวัดเพชรบุรี

ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานให้ที่พักพิงซ่อนเร้นและช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 24 เดือน ฐานรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงานโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำคุกกระทงละ 6 เดือนรวม 3 กระทง เป็นจำคุก 18 เดือน ฐานค้ามนุษย์ จำคุก 8 ปี รวมจำคุก 8 ปี 42 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพฐานให้ที่พักพิงซ่อนเร้นและช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ตามคำฟ้องข้อ 1.1 ข้อ 1.2 และข้อ 1.4 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 8 ปี 33 เดือน ให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 600,000 บาท ให้แก่โจทก์ร่วมที่ 1 เป็นเงิน 300,000 บาท

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาสำนวนความผิดฐานให้ที่พักพิง ซ่อนเร้นและช่วยเหลือด้วย ประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุมตาม พ.ร.บ.เข้าเมือง มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท มีอายุความ 10 ปี ส่วนความผิดฐานรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว มีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน มีอายุความ 1 ปี เหตุเกิดปี 2536 ถึงปี 2544 และปี 2544 ถึงปี 2545 ตามลำดับ เมื่อโจทก์ฟ้องวันที่ 31 ม.ค.2556 จึงเกินกว่า 10 ปี นับแต่วันกระทำความผิด คดีเป็นอันขาดอายุความ ส่วนฟ้องโจทก์ในความผิดฐานรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดประมาณปี 2545 ถึงปี 2552 ประมาณปี 2547 ถึงปลายปี2551 และประมาณวันที่ 6 หรือ 7 เม.ย. 2554 ตามลำดับ เมื่อโจทก์ฟ้องวันที่ 31 ม.ค.2556 จึงเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันกระทำความผิด คดีนี้เป็นอันขาดอายุความ เมื่อฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ถึงแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องโจทก์ ข้อ 1.4, 1.6 และ 1.7 โทษแต่ละข้อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น รวมจำคุก 8 ปี 9 เดือน ยกฟ้องโจทก์ข้อ 1.1 ถึง 1.3 และ 1.8 และยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วม ข้อ 1.9 ยกคำขอของโจทก์ในส่วนขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันนี้ 1 พ.ค.58 ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้อ่านคำพิพากษาคดีฆ่านายอิต้าร์ แรงงานชาวพม่า โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ เป็นจำเลยที่ 1 นายอัคร เลาหะวัฒนะ เป็นจำเลยที่ 2 และนายเอก เลาหะ-วัฒนะ เป็นจำเลยที่ 3 หลังเลื่อนอ่านคำพิพากษามาแล้วสองครั้ง เนื่องจาก พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์หลบหนี ดังนั้น ในวันนี้จึงเป็นการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยที่ 1 และต่อหน้าจำเลยที่ 2 และที่ 3 คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังอำพรางซ่อนเร้นศพ คือนายอีต้าร์ ที่พนักงานสอบสวนขุดพบภายในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ขณะค้นหาหลักฐานในคดีฆ่าสองสามีภรรยาชาวไร่สับปะรด

โดยก่อนหน้าพนักงานสอบสวนนำตัวนายกะลา แรงงานชาวพม่าที่ทำงานในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ไปดูโครงกระดูกที่ขุดพบ นายกะลาบอกว่าเป็นคนงานพม่าที่ป่วยตาย เมื่อสอบถามเพิ่มเติม นายกะลาบอกว่ามีอีกศพคือนายอีต้าร์ ฝังอยู่ใกล้กัน โดยระบุว่า พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์เป็นคนยิง โดยมีลูกชายทั้งสองร่วมอยู่ด้วยในขณะเกิดเหตุ เพราะหึงหวงที่นายอีต้าร์ไปพัวพันกับนางวีรสา ภรรยาคนที่สาม นายอีต้าร์ถูกยิงเข้าที่ขมับและยิงซ้ำที่ปาก ส่วนนายโย่งหลบหนีไปได้

ศาลได้พิเคราะห์หลักฐานจากคำเบิกความของนายกะลาและนายโย่งแรงงานชาวพม่าที่ทำงาน อยู่ในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ พร้อมด้วยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จากการตรวจดีเอ็นเอ จากโครงกระดูกและดีเอ็นเอของพ่อและแม่ของผู้ตาย และหลักฐานประกอบอื่นซึ่งมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ จึงพิพากษาให้ประหารชีวิต พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์และนายเอก เลาหะวัฒนะ ลูกชายคนโต ส่วนนายอัคร เลาหะวัฒนะ ลูกชายคนเล็ก ขณะเกิดเหตุยังเป็นเยาวชน จึงลดโทษเหลือจำคุก 25 ปี 3 เดือน โดยจำเลยที่ 1 หลบหนี ให้ออกหมายจับมารับการลงโทษ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    83.7%
  • ไม่ชอบ
    7.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    9.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement