แฉ2เสธ. 'โต-โจ้' โผล่ ภาพว่อน 'เฟซบุ๊ก' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แฉ2เสธ. 'โต-โจ้' โผล่ ภาพว่อน 'เฟซบุ๊ก'

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ก.พ. 2559 08:26
19,899 ครั้ง


ไปซุกนิวซีแลนด์ ตร.ยืนยัน-รูปเก่า

แชร์ว่อนโซเชียล ภาพเสธ.โต-เสธ.โจ้ 2 อดีตนายทหาร ในคดีหมิ่นเบื้องสูงร่วมหมอหยอง นั่งยิ้มร่าอยู่ด้วยกัน พร้อมข้อความอยู่สุขสบายดีที่นิวซีแลนด์ ขณะที่ “ศรีวราห์” ออกมาโต้ ระบุ ผบช.ก.ยืนยันเป็นภาพเก่า แต่ต้องติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ เผยรายงานจากชุดสืบสวน ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ต่างคนต่างหนี ด้าน “บิ๊กต๊อก” ยังติดใจให้ผู้ว่าการ สตง.สอบเพิ่มเติมคดีราชภักดิ์อีก 2-3 ประเด็น

กรณีศาลทหารออกหมายจับ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ เสธ.โต และ พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือ เสธ.โจ้ อดีตนายทหาร ฝ่ายประจำ เสธ.กองทัพภาคที่ 3 และเป็นอดีตนายทหารคนสนิท พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมว.กลาโหม ในความผิดร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123 ว่าด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทําให้ผู้อื่นเชื่อว่า มีตําแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตําแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หลังทั้งคู่ร่วมกับนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ “หมอหยอง” ผู้ต้องหาคดี ม.112 ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้า ขณะถูกคุมขังในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ใช้ตำแหน่งหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ในกิจกรรมปั่นเพื่อแม่เมื่อปีที่ผ่านมา ต่อมาทั้งคู่ได้ถูกถอดยศ โดยส่วนของนายคชาชาต ปรากฏภาพครั้งสุดท้ายโดยกล้องวงจรปิดด่านศุลกากรแม่สอด จ.ตาก จับภาพได้ขณะหนีเข้าประเทศเมียนมา ด้วยการผ่านด่านพรมแดนไทย-เมียนมา (แม่สอด-เมียวดี) เมื่อวันที่ 31 ต.ค.58

ล่าสุดมีภาพอดีตนายทหารทั้งคู่โผลว่อนเน็ต เฟซบุ๊ก เมื่อเช้าวันที่ 25 ก.พ. มีการแชร์ภาพนายสุชาติ พรมใหม่ หรือ พล.ต.สุชาติ และนายคชาชาต บุญดี หรือ พ.อ.คชาชาต เป็นภาพจากเพจ กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ เป็นภาพของทั้งคู่นั่งอยู่ด้วยกันในโต๊ะอาหารแห่งหนึ่ง มีข้อความบรรยายด้วยว่า โต สุชาติ กับโจ้ คชาชาต สุขสบายดีอยู่ที่นิวซีแลนด์ ทั้งนี้ลูกสาวของโตก็กำลังเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ อยากรู้จังว่า “หนีไปทำไม”ฯลฯ

หลังภาพดังกล่าวถูกแชร์ไปตามช่องทางโซเชี่ยล มีความเคลื่อนไหวจากทางตำรวจทันที โดยช่วงสายวันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก ตร. กล่าวว่า อยู่ระหว่างประสานตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ตรวจสอบข้อมูล หลังปรากฏภาพถ่ายนายสุชาติ พรมใหม่ และนายคชาชาต บุญดี ผู้ต้องหาคดี ม.112 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123 เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต โดยทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน และมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสในโรงแรมแห่งหนึ่งอ้างว่าอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ โดยจะตรวจสอบว่าเป็นภาพถ่ายเก่าหรือใหม่และทั้งสองได้อาศัยอยู่ที่นิวซีแลนด์จริงหรือไม่ เพื่อจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวหลังเป็นประธานประชุมคดีด้านความมั่นคงว่า กรณีที่ปรากฏภาพนายคชาชาต บุญดี และนายสุชาติ พรมใหม่ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ไปอาศัยอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ยืนยันว่าภาพน่าจะไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งคู่ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว ต้องเอาตัวมาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนผู้ที่นำภาพมาเผยแพร่อาจจะเข้าข่ายความผิด ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม อ้างว่าให้เป็นหน้าที่หัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ชี้แจงสื่อมวลชนจะชัดเจนที่สุด

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ภาพอดีตนายทหารทั้งคู่ที่ถูกแชร์ในโลกโซเชี่ยล เป็นภาพเก่าไม่ใช่ภาพปัจจุบัน และจากการสืบสวนทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันหลบหนี ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

บ่ายวันเดียวกัน ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ครั้งที่ 1/2559 มี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมประชุมโดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง โดย พล.อ.ไพบูลย์กล่าวสั้นๆหลังประชุมว่า เรื่องความคืบหน้า โครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ได้มีการพูดคุยเพียงแค่หนึ่งนาทีสุดท้ายก่อนออกจากห้องประชุมให้ สตง.ไปสอบเพิ่มเติม อย่างที่เคยบอกมาแล้ว และการรายงานของ ศอตช. จะต้องทำเป็นคณะทำงาน และหลายเรื่องผลการประชุม ศอตช.จะดำเนินการต่อไป

ส่วนนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง. เปิดเผยหลังประชุม ศอตช.เช่นกันว่า ในที่ประชุม ศอตช.ไม่ได้พูดคุยกรณีคดีการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ส่วนกรณีการหักหัวคิวการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นั้น พูดกันตั้งแต่เกิดเรื่องแล้ว คำว่า หัวคิวหมายถึงอะไร และมีที่มาของคำถามนี้อย่างไรนั้น สตง.จะพยายามที่จะตรวจสอบเพื่อจะตอบคำถามนี้ และจะไปดูรายละเอียดเพื่อให้กระจ่างขึ้น แต่เท่าที่ สตง.ตรวจสอบมา โดยสภาพข้อเท็จจริงจาก พยานหลักฐานทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่พบข้อสังเกตอะไรที่เป็นเรื่องที่ทุจริตการหักหัวคิวตามที่พูด

นายพิศิษฐ์กล่าวต่อว่า สตง.จะค้นหาว่าหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่จะอธิบายถึงคำว่าหัวคิว ประเด็นที่เรา ตั้งโจทย์ขึ้นมาเพื่อหาคำตอบ แต่หลักฐานข้อเท็จจริงที่จะตอบคำว่าหัวคิว มันไม่มีหลักฐานอะไรที่จะไปบ่งบอกว่าจะเป็นที่ยุติได้ ดังนั้นต้องกลับไปดูประเด็นนี้ เพื่อให้เกิดความกระจ่างว่าจะตอบคำถามนี้ให้กระจ่างได้อย่างไร ต้องขอเวลาอีกเล็กน้อย สตง.มีหน้าที่ตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ประเด็นข้อสงสัยของสังคม สตง.จะกลับไปตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนกรณี พล.อ.ไพบูลย์สั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 2-3 ประเด็น จะต้องคุยรายละเอียดกับท่านก่อนว่ายังมีประเด็นอะไรคาใจ แต่สำหรับตนมีข้อเท็จจริงที่ได้ข้อยุติแล้ว สตง.เป็นหน่วยงานอิสระ ไม่มีใครมาสั่งได้ แต่ที่เราผนึกกำลังเป็น ศอตช. ก็เพื่อจะทำงาน ร่วมกันเพื่อสร้างกระจ่างกับสังคมเท่านั้น

“ส่วนกรณีการจ่ายค่าที่ปรึกษาโรงหล่ออุทยานราชภักดิ์ 5 แห่ง ถือเป็นการจ่ายหัวคิวหรือไม่นั้น ในข้อเท็จจริงคนที่จะตอบปัญหานี้ได้ดีที่สุดคือ โรงหล่ออุทยานราชภักดิ์ 5 แห่ง ที่เป็นผู้จ่ายเงินให้ ในส่วนบัญชีการเงิน ค่าใช้จ่ายที่เป็นที่ปรึกษาสามารถที่จะหักค่าใช้จ่ายได้ตามสภาพข้อเท็จจริง ใครที่ได้รับค่าที่ปรึกษาไป ก็ต้องไปเสียภาษีเป็นรายได้ ใครเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่าย ค่าที่ปรึกษา จะต้องลงหลักฐานเพื่อประกอบการเสียภาษี เป็นเรื่องที่ สตง.จะตรวจสอบได้จากหลักฐานการใช้จ่ายเงินของภาคเอกชนที่ต้องเสียภาษี เรื่องนี้มีการจ่ายเงินค่าที่ปรึกษาแน่นอน แต่เป็นการทยอยจ่ายเงิน รายละเอียดทั้งหมด

ผมอยากให้ได้ข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ใจเย็นๆรอฟัง สตง.จะแถลงข่าวต่อหน้า ศอตช.โดยพร้อมเพียงกัน เพราะเราไม่ได้ตรวจสอบเพียงองค์กรเดียว แต่มี ปปท. ตรวจสอบด้วย แล้วต่างคนต่างตรวจสอบ จากนั้นมาดูว่าข้อเท็จจริงตรงกันหรือไม่ สุดท้ายหลักฐานที่ สตง.ตรวจสอบ ยังสามารถที่จะตรวจสอบต่อไปอีกได้ โดยจะมอบให้ ป.ป.ช. เพราะปัจจุบันคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาขอหลักฐานผลสอบการทุจริตอุทยานราชภักดิ์จาก สตง. แต่ สตง.จะให้พร้อมๆกันในวันที่แถลงต่อหน้า ศอตช.” นายพิศิษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ต้องเรียกมาชี้แจงหรือไม่ นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า ได้พบกับ พล.อ.อุดมเดช และสอบถามข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว อยู่ในส่วนข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ สตง.ได้รวบรวมไว้ และท่านได้ให้ข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ไม่ได้คุยกันแบบคนรู้จักกัน เพราะความจริงก็ไม่รู้จักอยู่แล้ว แต่เรามีหน้าที่ตรวจสอบ และท่านมีหน้าที่ชี้แจง แต่รายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย รอให้แถลงข่าวทั้งหมดพร้อมกัน เพราะฉะนั้นมันจะต่อจิ๊กซอว์ไม่ได้ และอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด ยืนยันว่า สตง.ยังไม่พูดว่าใครถูกใครผิด สตง.มีแต่ข้อเท็จจริงและข้อสังเกต และคาดว่าไม่ใช่ต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานอีกแล้ว เพียงแต่ขอเวลา เพราะขณะนี้ ศอตช.ยังมีภารกิจหลายอย่าง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    62.9%
  • ไม่ชอบ
    13.5%
  • สนุก
    9.0%
  • ประหลาดใจ
    14.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement