การเปลี่ยนแปลง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

การเปลี่ยนแปลง

โดย บี บางปะกง 26 ก.พ. 2559 05:01
1,249 ครั้ง


ช่วงนี้ผมคงต้องหาเวลาไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับที่ทำการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่สนามศุภชลาศัย ปทุมวัน ซึ่งกำลังจะกลายเป็นอดีตและใกล้จะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ หลังการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกขั้วของทีมบริหารสมาคมลูกหนัง

นึกๆไปก็รู้สึกใจหายอยู่เหมือนกันครับ เพราะเกือบ 20 ปีเต็มที่ผมคลุกคลีอยู่กับที่ทำการสมาคมฟุตบอลฯแห่งนี้ในฐานะกระจอกข่าวคนหนึ่ง ซึ่งอาศัยชายคานี้พิมพ์งาน พักผ่อน กิน อยู่ หลับ (แต่ไม่ถึงกับนอน)

ที่สำคัญได้พบปะมิตรสหายเพื่อนฝูงพี่น้องในครอบครัวลูกหนัง สั่งสมประสบการณ์ตัวเองจนมาถึงทุกวันนี้ได้ ก็ที่ออฟฟิศสมาคมฯใต้ถุนสนามศุภฯตรงนี้นี่แหละ

อยู่กันมาตั้งแต่ยุค “นายกวีเจ” วิจิตร เกตุแก้ว เข้ามาสืบตำแหน่งต่อจาก “ป๋าลอ” พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ซึ่งตอนนั้นมี “พี่อ้วน” ประสาทสินธ์ เหรียญศิริ เป็นหัวหน้าสำนักงาน ซึ่งพวกเราชอบแซวแกเล่นว่าเป็น “นายกอ้วน” ที่เปรียบเสมือน “นายกเงา” ตัวจริง กระทั่งมาถึงยุค “นายกยี” วรวีร์ มะกูดี ที่กินเวลามาอีกเกือบทศวรรษ

ดังนั้น นี่คือความผูกพัน! และเชื่อว่านับแต่นี้ไปน้องๆนักข่าวรุ่นหลังจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับชีวิตที่ “คนข่าว” สายฟุตบอลรุ่นพี่ได้เจอะเจอมาอีกต่อไป

เพราะต่อแต่นี้ความสัมพันธ์ระหว่าง นักข่าวกับผู้บริหารสมาคม ที่เมื่อก่อนเคยเป็นลักษณะ “จุลภาค” อยู่กันแบบพี่แบบน้อง ก็จะเปลี่ยนไปเป็น “มหภาค” อยู่กันแบบมีระยะห่างออกไปเรื่อยๆ

แต่ก็อย่างว่าการเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์ครับ เฉกเช่นเดียวกับ บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด หรือ “ทีพีแอล” ที่ก่อตั้งมา 7 ปี มีประธานมา 2 คน คือ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง กับ “บิ๊กเปี๊ยก” ดร.องอาจ ก่อสินค้า ซึ่งทั้งคู่ได้วางรากฐานให้ฟุตบอลลีกไทยยุคใหม่ กลายมาเป็นสินค้าฮอตฮิตติดลมบน เป็น “ฟุตบอลไทยฟีเวอร์” อยู่ในปัจจุบันนี้

ซึ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ “สยามสปอร์ต” โดยบิ๊กบอส ระวิ โหลทอง เจ้าพ่อสื่อกีฬาที่อยู่เบื้องหลังการปลุกปั้นฟุตบอลลีกไทย จากสินค้า “แบกะดิน” อัพเกรดมาเป็นสินค้า “ขึ้นห้าง” ด้วยกลยุทธ์ทั้ง “บุ๋น” ทั้ง “บู๊” ทุกกระบวนท่า

พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า บอลไทย ถ้าไม่ได้พี่วิ ผมเอาหัวเป็นประกันว่ามาไม่ได้ถึงอย่างทุกวันนี้แน่! นี่คือเรื่องจริงที่ผมต้องเล่าให้ฟัง แม้ว่าจะโดนพวกฉวยโอกาสบางกลุ่มด่าทอ หาว่าเชลียร์ผู้หลัก ผู้ใหญ่ยังไงก็ตามเถอะ

จากนี้ไปก็คงต้องเป็นหน้าที่ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่มี “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกป้ายแดง เป็นหัวเรือใหญ่ “ต่อยอด” สิ่งที่สมาคมฟุตบอลฯและคนลูกหนังชุดเดิมเขาเทปูนก่ออิฐสร้างฐานกันมา

โดยเฉพาะบอลไทยลีก ที่เป็นผลงานชิ้นโบแดงของ “ทีพีแอล” และสมาคมลูกหนังยุคที่ผ่านมา

ก็หวังว่าทีมใหม่ที่เข้ามาจัดการ อย่าง บริษัท พรีเมียร์ลีก (ไทยแลนด์) หรือ “พีแอลที” จะรับช่วงงานได้อย่างไม่มีสะดุด และพัฒนาลีกไทยให้ไปโลดยิ่งกว่าเดิมให้ได้

จะทำบอลไทยให้ดี มีคุณภาพ มันไม่ใช่ง่ายเหมือนเปลี่ยนชื่อทัวร์นาเมนต์

นะครับท่าน!!!

บี บางปะกง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    4.0%
  • ไม่ชอบ
    92.0%
  • สนุก
    3.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement