NEW CAR OF THE MONTH - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

NEW CAR OF THE MONTH

โดย อาคม รวมสุวรรณ 26 ก.พ. 2559 10:25
6,876 ครั้ง


ตลาดรถยนต์ภายในประเทศยังคงซบเซาต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยมีโอกาสในการขยายตัวประมาณ 3.5-4.5% สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดรถใหม่ไม่สดใสเท่าที่ควรเกิดจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงหดตัว ทำให้อัตราการเจริญเติบโตหรือค่า GDP ของการขยายตัวในภาคธุรกิจอยู่ที่ 3.0 โดยประมาณ ปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบ เช่น ปัญหาภัยแล้ง พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ หนี้สินในภาคครัวเรือน การอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นมีผลต่อตัวเลขยอดขายรถยนต์ภายในประเทศแทบทั้งสิ้น และนี่คือรถใหม่ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559

HONDA CIVIC 1.5 TURBO DUAL VTC
ตามคาด Civic เครื่องเทอร์โบ 1.5 ลิตร สร้างกระแสความฮอตฮิตได้พอสมควรสำหรับแฟนคลับ Honda ที่ตั้งตารอรถซีดานสายพันธุ์สปอร์ตอย่าง Civic FC 2016 จากที่เคยสงสัยในรูปทรงพอเจอเข้ากับรถคันจริงในวันทดสอบระยะสั้นที่สนามช้างใน จ.บุรีรัมย์ ถึงกับออกอาการอึ้งทึ่งเสียว Honda จัดเต็มสูบสำหรับ Civic 2016 รหัส FC ด้วยเรือนร่างที่ใหญ่โตราวกับ Honda Accord ทั้งความยาวและความกว้างของตัวถังที่เพิ่มเข้ามา สัดส่วนความสูงถูกหั่นลงไปอีก 20 มิลลิเมตร เพื่อทำให้มันดูกว้างและแบนมากกว่ารุ่นที่แล้ว ความยาวเพิ่มขึ้นอีก 72 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างขยับออกไปถึง 48 มิลลิเมตร ความยาวดุมล้อหน้าถึงหลัง 2,700 มิลลิเมตร ตัวถังยาว 4,630 มิลลิเมตร กว้าง 1,798 มิลลิเมตร และสูง 1,414 มิลลิเมตร หนัก 1,247 กิโลกรัม - 1,270 กิโลกรัม (แล้วแต่รุ่น) โดยรุ่นที่จะขายในประเทศไทยเป็น Civic รุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ และรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบ พร้อมระบบ Dual VTC ห้องโดยสารออกแบบใหม่หมดโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบและการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว คอนโซลหน้าเล็กลงโดยหันมาใช้ชุดมาตรวัดแบบชั้นเดียวเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการอ่านข้อมูล ระบบปรับอากาศแบบแยกโซน แผงมาตรวัดใช้จอ TFT thin film transistor พวงมาลัยแบบสามก้านพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ (Civic RS รุ่น 1.5 ลิตร เทอร์โบ) เบาะแบบสปอร์ต ห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายมีปริมาตรที่เพิ่มขึ้นเป็น 165 ลิตร

ขุมกำลังที่หลายท่านตั้งตารอเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า ขนาด 1.5 ลิตร 1,496 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบ เครื่อง 1.5 ลิตร แบบ Dual VTC เป็นเครื่องยนต์ทวินแคม 16 วาล์ว DOHC หล่อขึ้นรูปด้วยอัลลอยทั้งบล็อก ความกว้างกระบอกสูบ 73.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 89.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.6:1 ระบบจ่ายเชื้อเพลิงยิงตรงไดเรคอินเจคชั่นพร้อมสมองกลไฟฟ้าควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิง PGM-F1 เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ใช้ชุดเพลาราวลิ้นที่มาพร้อมกับระบบ Dual VTC เพียงแค่ระบบเดียว โดยแปรผันวาล์วทั้งสองฝั่ง (วาล์วไอดีและไอเสีย) เนื่องจากไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบ VTEC จากการออกแบบให้เครื่องยนต์มีกลไกการป้อนอากาศ Low-inertia Mono Scroll Turbo เป็นเทอร์โบเดี่ยวไซส์กะทัดรัดที่ติดตั้งชุดเวสเกตไฟฟ้า เพื่อระบายแรงดันอากาศส่วนเกินที่ว่องไวมากยิ่งขึ้น ระบบอัดอากาศแบบ Low-inertia Mono Scroll Turbo ทำงานร่วมกับระบบวาล์วแปรผัน Dual VTC ให้กำลัง 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์แบบสายพานพูเลย์ CVT โดยสามารถแปรผันอัตราทดได้ถึง 7 สปีด อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยในและนอกเมืองที่ 13.8 กิโลเมตรต่อลิตร มาตรฐานมลพิษในระดับ EURO-6 โดย Honda จะทำการเปิดตัวพร้อมราคาในวันที่ 11 มีนาคมที่จะถึงนี้

AUDI A4 ALL-ROAD QUATTRO
ยนตรกรรมแนวสเตชั่นแวกอนที่ขายดิบขายดีของ Audi ยังทยอยออกสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง รูปลักษณ์ที่มีทั้งความหรูหราและดุดันของ Audi A4 All-Road Quattro ไหลลื่นพร้อมส่วนหน้ากระจังสไตล์ Audi ที่เน้นความโหด ไฟหน้าแบบใหม่พร้อมไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights กระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยม พร้อมสปอยเลอร์หน้าทรงสปอร์ตที่โดนใจจากการออกแบบที่ลงตัว มิติตัวถังของ Audi A4 All-Road Quattro มีความยาวรวม 4,750 มิลลิเมตร กว้าง 1,842 มิลลิเมตรและสูง 1,493 มิลลิเมตร ความยาวดุมล้อหน้า-หลัง 2,818 มิลลิเมตร แนวสันหลังคามีชิ้นงานอัลลอยไว้ยึดติดกับแรคหลังคาเหมือนเดิม ล้ออัลลอยขอบ 17-18 นิ้ว โดยมีล้อขอบ 19 นิ้ว เป็นออฟชั่นเสริม ห้องโดยสารประกอบด้วยคอนโซลที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีรูปแบบที่ทันสมัยน่าใช้งาน พวงมาลัยทรงสปอร์ต 3 ก้านทำจากวัสดุพวกหนังและอลูมินั่มอัลลอย ติดตั้งสวิทช์มัลติฟังก์ชั่นคอยสั่งงานระบบต่างๆ มาตรวัดแบบดิจิตอลที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของมาตรวัดได้อย่างหลากหลาย หน้าจอแสดงผลกลางแบบ MMI มีขนาดความกว้าง 8.3 - 12.3 นิ้ว มีการเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง รวมถึงเชื่อมต่อระบบต่างๆ ผ่าน Audi Smartphone interface รองรับระบบปฏิบัติการณ์ Android และ iOS ชุดเครื่องเสียงแบบ Hi-End ของ Bang&Olufsen ผนวกพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างๆ สไตล์สเตชั่นแวกอน เมื่อพับเบาะหลังลงจะมีพื้นที่มากถึง 1,510 ลิตร มากพอที่จะยัดจักรยานเสือหมอบได้ถึง 2 คัน พร้อมกระเป๋าเดินทาง

เครื่องยนต์ของ Audi A4 All-Road Quattro ยังคงความหลากหลายเช่นเดิม โดยมีให้เลือกทั้งเครื่องเบนซิน TFSI และดีเซล TDI เริ่มจากเครื่องเบนซิน 2.0 TFSI กำลัง 252 แรงม้า กับแรงบิด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,600-4,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด S-Tronic โดยมีเกียร์ออโต 8 สปีดรุ่นใหม่เสริมเข้ามาสำหรับพวกที่ชอบจ่ายแพงกว่ารุ่นมาตรฐาน สำหรับ Audi A4 All-Road Quattro รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล เป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่นขนาด 2.0 ลิตร TDI อัดอากาศด้วยเทอร์โบไฟฟ้า โดยมีระดับของแรงม้าให้เลือกในเครื่องดีเซล 2 ระดับคือ 163 แรงม้า และ 190 แรงม้า ในส่วนของเครื่องดีเซลที่ให้กำลัง 163 แรงม้านั้นมีแรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 - 2,750 รอบต่อนาที ส่วนเครื่องดีเซลที่มีกำลัง 190 แรงม้า มีแรงบิดเท่ากันที่ 400 นิวตันเมตร แต่มาในรอบเครื่องที่สูงกว่าในย่าน 1,750-3,000 รอบต่อนาที สำหรับลูกค้าขาโหดที่ชอบของแรงยังมี Audi A4 All-Road Quattro รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลความจุ 3.0 ลิตร กำลัง 272 แรงม้ากับแรงบิดทะลุตับที่ 600 นิวตันเมตร ควบรวมกับระบบขับเคลื่อนทุกล้อ Quattro เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับพวกเท้าหนัก

MERCEDES BENZ SLC43 AMG
โมเดล SLK ซึ่งเป็นโรสเตอร์ 2 ที่นั่งของแบรนด์ตราดาวนั้นถูกปรับเปลี่ยนการเรียกขานใหม่เป็น SLC ในปี 2016 สำหรับในปีนี้ Mercedes Benz เริ่มต้นด้วยการปล่อยของร้อนประจำรุ่นด้วยตัวรถ SLC ที่วางเครื่องยนต์ใหม่หมดจด แต่ยังคงใช้แพลตฟอร์มเดิมจาก SLK R172 โดยมีการปรับปรุงรายละเอียดปลีกย่อย เช่น กระจังหน้าและไฟหน้าแบบใหม่เสริมเข้ามาเพื่อสร้างความแตกต่าง SLC43 AMG วางกระจังหน้าแบบ Diamond ตกแต่งด้วยชิ้นงานโครเมี่ยม พร้อมสีดำเงา High-Gloss Black ยัดล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้วของ AMG กระจกมองข้างสีดำมีเลนไฟเลี้ยวหลอด LED อยู่ในกรอบกระจกมองข้าง สปอยเลอร์หน้า AMG พร้อมการออกแบบช่องรับอากาศใหม่หมด ส่วนสปอยเลอร์หลังที่บริเวณชายล่างติดตั้งครีบรีดอากาศ Diffuser ท่อระบายท้ายพร้อมปลายท่อแบบใหม่ หลังคาแก้วพับด้วยไฟฟ้า Panoramic Vario Roof เป็นหลังคาแก้วที่กระจกหลังคาสามารถปรับความเข้มได้แบบอัตโนมัติ สำหรับการออกแบบภายในยังคงสไตล์ของ R172 ไม่ว่าจะเป็นแดชบอร์ดคอนโซล ซุ้มเกียร์และพวงมาลัย โดยมีการปรับรูปแบบของพวงมาลัยใหม่ ซึ่งใช้หนังกลับและหนังแท้ผิวเรียบมาผสมกันอยู่ในส่วนของรอบวางพวงมาลัยเพื่อการยึดจับที่กระชับมากขึ้น จอแสดงผลส่วนกลางยังมีขนาดเล็กเหมือนเดิม เบาะและพวงมาลัยรวมถึงแผงประตูมีการเพิ่มเติมปรับเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ในการห่อหุ้มแบบหนังกลับ Nappa และผ้า Dinamica Microfiber

ขุมกำลังของโรสเตอร์ตัวกลั่นรุ่น SLC 43 AMG เป็นเครื่องยนต์แบบ V6 กำลัง 367 แรงม้า ที่มีการติดตั้งระบบจ่ายเชื้อเพลิง Spray-Guide ซึ่งมีแรงดันในระบบสูงถึง 200 บาร์ บล็อกเครื่องยนต์หล่อขึ้นรูปจากอลูมินั่มอัลลอยทั้งตัว ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติแบบ 9 สปีด ซึ่งเป็นเกียร์ขับหลังเวอร์ชั่นล่าสุดที่ Mercedes Benz คุยว่าพัฒนาเกียร์ลูกนี้เองทั้งหมด เกียร์แบบทวินคลัตช์ 9 สปีด มีการทำงานที่ว่องไวมากกว่าเกียร์ 7 สปีด 7-G Tronic Plus โดยทำการปรับปรุงซอฟต์แวร์ใหม่เพื่อทำให้เกียร์มีการทำงานที่ว่องไวมากขึ้น ผู้ขับสามารถชิฟเกียร์ด้วยตัวเองผ่านแป้น Paddle หรือชิฟที่คันเกียร์ในตำแหน่ง +/- ที่เชื่อมโยงการทำงานของเกียร์ผนวกเข้ากับโหมดของการขับเคลื่อน 5 รูปแบบ ECO / Comfort / Sport / Sport + / Individual ส่วนระบบรองรับติดตั้งกันสะเทือนแบบใหม่ AMG Ride Control สามารถปรับระดับของช่วงล่างได้ 3 ระดับคือ Comfort / Sport / Sport+ พร้อมเฟืองท้าย AMG limited -Slip Differential ระบบห้ามล้อวางคาร์ลิปเปอร์เบรกของ AMG หน้า 4 พอต หลัง 2 พอต กับจานเบรกเหล็กหล่อพร้อมช่องระบายความร้อน เรือนร่างที่ยังคงยึดติดกับแชสซีของ R172 ทำให้ Mercedes Benz SLC 43 AMG ยังคงมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงน้อยไปนิด และอาจทำให้ยอดขายไม่ขยับเท่าที่ควร

LEXUS LC500
ความเป็นไปได้ของสปอร์ตคูเป้เรือนร่างสุดเพรียวลมคันนี้เกิดขึ้นจากเสียงตอบรับที่ดีของลูกค้าในอเมริกาเหนือ LC500 คือยานยนต์คูเป้ 2 ประตูที่หยิบเอารูปลักษณ์ของรถโชว์อย่าง LF-LC มาปรับปรุง กระจังหน้าขนาดยักษ์และเลนส์ไฟเลี้ยว LED ทรงหัวลูกศรคือแนวทางที่ Lexus พยายามนำเสนอในรถยนต์โมเดลปัจจุบัน การลดมวลของน้ำหนักตัวด้วยวัสดุเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ สปอยเลอร์หน้าที่เฉียบคมผสานกับฝากระโปรงหน้าที่ลาดเท โป่งล้อหลังขนาดใหญ่พร้อมล้ออัลลอยขอบ 21 นิ้ว ที่ซุ้มล้อหลัง ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตสมรรถนะสูง Michelin Pilot Super Sport ไซส์ 275/35RF21 ในส่วนของล้อหน้าทำตัวเป็นสปอร์ตคาร์ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยการยัดล้อหน้าที่มีขนาดเล็กกว่า ล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว ที่ซุ้มล้อหน้า พร้อมยาง Michelin Pilot Super Sport ไซส์ 245/40RF20 ในรถคันต้นแบบทำให้ LC500 มีรูปลักษณ์ที่อยู่เหนือกาลเวลา มาตรฐานของงานประกอบตัวถังระดับสูงเทียบชั้นกับสปอร์ตคูเป้จากทวีปยุโรปได้อย่างไม่เคอะเขิน ชุดไฟหน้าแบบใหม่ Triple LED พร้อมด้วยไฟหรี่กลางวันมีชื่อเรียกว่า DRL Daytime Running Lights ส่วนท้ายมีสปอยเลอร์ทรงประหลาดล้ำกับท่อระบายท้ายที่แหวกแนวสุดๆ แต่ทำให้ดูดีมีระดับสมกับความเป็นยนตรกรรมของ Lexus

ภายในยังคงติดกลิ่นและรูปแบบของรถญี่ปุ่นมากจนเกินไป แนวคิดดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดขายของ Lexus ทุกโมเดลในปัจจุบันไม่สามารถแซงหน้า BMW หรือ Mercedes Benz ได้ ภายในใช้วัสดุคุณภาพสูงเกรด A แดชบอร์ดและแผงมาตรวัดออกแบบได้ดี คอนโซลกลางติดตั้งจอแสดงผลขนาดใหญ่ตามสไตล์ของ Lexus พวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบใหม่ทรงสามก้าน ซุ้มเกียร์ดีไซน์ได้งดงามและลงตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับ RC และ LFA คันเกียร์อวบอ้วนหุ้มหนังแท้จับได้อย่างกระชับ สวิทช์ทรงกลมที่ใช้ควบคุมสั่งงานระบบต่างๆ ผ่านจอภาพส่วนกลางมีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว เบาะแบบสปอร์ตพร้อมแผงกั้นแยกโซนระหว่างคนขับกับผู้โดยสารอย่างชัดเจน การทำตัวเป็นรถสปอร์ต 2 ที่นั่งทำให้ต้องออกแบบตำแหน่งของการวางเครื่องยนต์ใหม่หมด เนื่องจากเน้นไปที่อัตราส่วนของการกระจายน้ำหนักที่มีความสมมาตร เครื่องยนต์จึงถูกร่นเข้าไปจนชิดกับผนังห้องเครื่องเพื่อทำให้น้ำหนักตกอยู่ตรงกลางมากที่สุด ขุมกำลังของ LC500 เป็นเครื่องไซส์โตรหัส 2UR-GSE ความจุมากถึง 5 ลิตร แบบ V8 หายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศคล้ายกับเครื่อง V10 ใน LFA เครื่องยนต์เบนซิน V8 บล็อกเดียวกับที่ประจำการอยู่ใน Lexus RC-F และ Lexus GS-F ให้กำลัง 470 แรงม้า พร้อมแรงบิดสำหรับกระชากลากถูมากถึง 750 นิวตันเมตร LC500 มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ใน 4.5 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ออโตแบบคลัตช์คู่รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีให้สับกันมากถึง 10 สปีด เกียร์ออโต 10 สปีดใช้คลัตช์ 2 ชุด เพื่อความว่องไวในการเปลี่ยนอัตราทด ระบบเบรกด้านหน้ายัดคาร์ลิปเปอร์แบบ 6 พอต พร้อมจานดิสเบรกคาร์บอนเซรามิก ส่วนด้านหลังใช้คาร์ลิปเปอร์ 4 พอต ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถถูกปรับซอฟต์แวร์ใหม่หมด ทำให้สามารถรองรับความดิบของขุมกำลังได้ดี คาดว่า LC500 คันผลิตจริงจะออกมาทำตลาดในปี 2017 เป้าหมายในการเอาชนะคู่แข่งอย่าง BMW Series-6 650i M-Sport หรือ Mercedes Benz S500 Coupe เป็นเรื่องที่ไม่เกินความสามารถของ Lexus แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ค่ายหัวลูกศรจะทำได้ในเร็ววันนี้.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail  chang.arcom@thairath.co.th

Facebook   https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    67.3%
  • ไม่ชอบ
    8.2%
  • สนุก
    10.2%
  • ประหลาดใจ
    2.0%
  • เสียใจ
    6.1%
  • ให้กำลังใจ
    6.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement