ดีเอสไอนัด สมเด็จช่วง สอบเบนซ์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ดีเอสไอนัด สมเด็จช่วง สอบเบนซ์

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.พ. 2559 08:15
2,828 ครั้ง


อยากถาม ที่มา-ที่ไป สุวพันธุ์ยํ้า ยังต้องคุย พระอื่นอีก

“สุวพันธุ์” แจงการเอ่ยถึง 1 ล้านเสียงค้านตั้ง “สมเด็จช่วง” เป็นสังฆราชวุ่นแน่ แค่ยกตัวอย่าง ร่วมหาทางออก ไม่เชื่อปล่อยข่าวหวังผลทำรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ ยืนยันยังเคารพมติ มส.-คณะสงฆ์ พร้อมรับมีนัดหมายพูดคุยรองสมเด็จพระราชาคณะแก้ปมขัดแย้ง “วิษณุ” แจงรัฐบาลไม่ได้เกียร์ว่างปม ตั้งสังฆราช ส่วนคดีรถเบนซ์ รมว.ยุติธรรมเผยทำตามขั้นตอนกฎหมายไม่ต้องห่วง

ความคืบหน้าคดี “รถเบนซ์” ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้ง “สมเด็จช่วง” เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่นั้น ที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 24 ก.พ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เผยว่า อย่าเป็นห่วง เพราะได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายได้บอก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทำเหมือนคดีทั่วไปแต่ถ้าช้าสื่อมวลชนอาจจะมีข้อซักถามและหน่วยงานอาจโดนเพ่งเล็ง ขอยืนยันว่าให้อิสระในการทำหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานและขอให้รายงานเข้ามาเป็นระยะแต่ไม่ใช่ก้าวก่ายการทำงาน ขอให้ทำตามนโยบายของรัฐบาล คือ การบังคับใช้กฎหมายและไม่เลือกปฏิบัติ

“ขั้นตอนแรกของการตรวจสอบรถโบราณนั้น ก็มีการทำหนังสือไปถึงสมเด็จช่วง รวมทั้งได้บอก อธิบดีดีเอสไอแล้วว่าให้ไปกราบท่านที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรืออาจจะเชิญมาที่กระทรวงยุติธรรม เรื่องนี้ต้องให้ความเคารพนับถือและให้เกียรติกัน ท่านอาจกำหนดว่าไปตรงไหนเพื่อความเหมาะสมและอธิบดีดีเอสไอควรชี้แจงขั้นตอนมีอะไรบ้าง แต่คดีความต้องว่าไปตามกฎหมาย” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะทำหนังสือไปถึงวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อสอบถามว่าสะดวกเมื่อไหร่ก็จะกำหนดเดินทางเข้าพบอีกครั้ง แต่ต้องขึ้นอยู่กับทางวัดด้วยว่ามีภารกิจสงฆ์หรือไม่ หากทำหนังสือกำหนดวันไปวัดชัดเจนแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ส่วนวัดปากน้ำ หากมีการเปลี่ยนตัวทนายความจะดำเนินงานอย่างไรนั้น ดีเอสไอดูตามหลักฐานข้อเท็จจริง ซึ่งได้มีอยู่ส่วนหนึ่งแล้วแต่ก็ต้องสอบถามสมเด็จช่วงอีกครั้งว่าท่านรับรถโบราณคันดังกล่าวมาจากไหน เรื่องลายมือเป็นชื่อท่านจริงหรือไม่ ต้องสอบถามกับตัวท่านโดยตรง

“สำหรับประเด็นการสอบถามก็มีหลายประเด็น ซึ่งพนักงานสอบสวนเตรียมไว้แล้ว อาจจะเกี่ยวข้องการครอบครองรถและการได้มา หลักฐานเอกสารต่างๆ ลายมือชื่อสมเด็จช่วงว่าตรงหรือไม่ แต่อาจมีในประเด็นอื่นที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติมบางส่วนก็ได้ นอกจากการสอบถามสมเด็จช่วงแล้วอาจสอบถามไปยังพระรูปอื่นก็ต้องขึ้นอยู่กับท่านก่อนว่ามีอ้างอิงพระรูปอื่น อีกหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบมีหลวงพี่แป๊ะรูปเดียวที่เคยให้การมาก่อนหน้านี้” อธิบดีดีเอสไอกล่าว

ส่วนปัญหาการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพูดคุยกลุ่มนักวิชาการเปรียญธรรม 9 ประโยครวม 9 คน กับปัญหาสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชว่า คนที่นั่งพูดคุยกับตนอาจไม่เข้าใจ เช่นข่าวว่าตนชี้แจงระหว่างประชุมว่าฝ่ายผู้ใหญ่และสังคมบางฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยตั้งสังฆราชร่วม 1 ล้านเสียง จะเกิดอะไรขึ้น จะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ไม่ได้มีเจตนาจะบอกว่ามีคนจำนวนเท่าไหร่ที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย เรื่องตัวเลขไม่ได้เกี่ยวเลย เสียใจที่ข่าวออกไปแบบนี้ ตนเคารพคณะสงฆ์ เคารพมติ มส. รัฐบาลไม่ได้คิดร้ายและไม่ได้มองว่าเป็นการปล่อยข่าวเพื่อให้รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ แต่เป็นการให้สัมภาษณ์ที่ไม่มีความเข้าใจ อยากให้หยุดดูว่ารัฐบาล ตน เดินหน้าอย่างไรกับเรื่องนี้ ไม่อยากเห็นเสนอข่าวในเชิงลบ ไม่อยากให้กระทบต่อคณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน เพราะที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็มีจำนวนมาก จะทำให้เสียกำลังใจ

นายสุวพันธุ์กล่าวว่า สำหรับแรงกดดันจากฝ่ายต่างๆ ตนทนได้ เพราะเมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้ว มีหน้าที่ต้องรับแรงกดดัน แต่สังคมก็ต้องช่วยด้วย ซึ่งสังคมโตแล้วคงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ทั้งนี้ข้อมูลข่าวสารที่ออกมาต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เมื่อถามว่า จะหยุดความขัดแย้งอย่างไร เพราะคดีรถหรูก็ยังเดินหน้า กลุ่มพระสงฆ์ก็ขู่ชุมนุม นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เรื่องกฎหมายก็คือเรื่องของกฎหมาย และรัฐบาลไม่เคยใช้กฎหมายในการข่มขู่ใคร ว่าไปตามข้อเท็จจริง ส่วนที่จะชุมนุมกันอีกก็เป็นดุลพินิจของแต่ละฝ่าย แต่ยังเชื่อว่าการพูดคุยหารือกันจะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น แต่ต้องตระหนักว่าการพูดคุยอะไรเป็นเรื่องภายใน

เมื่อถามว่า มีการยื่นหนังสือโดยยอมยุติการชุมนุม แต่รัฐบาลก็ดำเนินคดี เหมือนเป็นการหักหลังหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ต้องดูว่ารัฐบาลทำอะไร ซึ่ง 5 ข้อที่ยื่นข้อเสนอมา ห้ามไม่ให้รัฐบาลก้าวก่ายวงการสงฆ์ ก็ต้องดูว่ารัฐบาลก้าวก่ายหรือไม่ เคยมีข่าวหรือไม่ แต่รัฐบาลให้ความเคารพ มติคณะสงฆ์รัฐบาลก็ให้ความเคารพมาตลอด พูดคุยกับคณะสงฆ์มาอย่างต่อเนื่อง ถ้าติดใจสงสัยอะไร ยินดีไปพบและพูดคุย แต่เรื่องของกฎหมายต้องว่าไปตามกฎหมาย ปล่อยเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเสนอให้นำ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 มาใช้ก่อน นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เรื่อง พ.ร.บ.คณะสงฆ์เป็นเรื่องสำคัญ อาจต้องเข้าไปสู่กระบวนการปฏิรูป โดยรัฐบาลทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ ขณะนี้ เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชทั้งหมดยังอยู่กับตน ยังไม่ได้เสนอความเห็นไปยังนายกรัฐมนตรี อยากให้ทุกอย่างเดินไปได้ด้วยความราบรื่น ต้องการยกย่องเชิดชูพุทธศาสนา ไม่มีจิตใจก้าวก่าย แทรกแซง หรือกระทำสิ่งใดที่ไม่เคารพต่อพระสงฆ์ โดยเฉพาะพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ ตนมีนัดหมายพูดคุยรองสมเด็จพระราชาคณะ เมื่อได้ข้อมูลและเวลาที่สมควรจะแจ้งให้ทราบ

ขณะที่นายบรรจบ บรรณรุจิ นักวิชาการเปรียญธรรม (ป.ธ.) 9 ประโยค กล่าวว่า คณะนักวิชาการ ป.ธ.9 ได้เสนอต่อฝ่ายรัฐบาลไปแล้วว่า กรณีการทูลเกล้าฯ รายชื่อสมเด็จพระราชาคณะ เพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ได้ให้หลักการไปว่า ตามจารีตประเพณีที่มีอยู่ ต้องเคารพมติมหาเถรสมาคม ฉะนั้น เมื่อมหาเถรฯมีมติอะไรออกไป รัฐบาลต้องรับฟัง จะท้วงติงอะไรก็ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ปัญหาที่รัฐบาลยังไม่นำนามสมเด็จพระราชาคณะขึ้นทูลเกล้าฯนั้น นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ บอกว่าอยากให้เรื่องสงบก่อน ไม่อยากให้มีเสียงคัดค้าน ตนและคณะได้เสนอแนะฝ่ายรัฐบาลไปว่า การคัดค้านเป็นเพียงกลุ่มบุคคล พระสงฆ์ออกมาคัดค้านเพียงรูปเดียว ต่อมาก็มีกลุ่มบุคคล โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นตัวหลักออกมาคัดค้าน นายสุวพันธุ์ได้เชื่อมโยงข้อมูลว่า อาจจะมีเสียงคัดค้านเป็นล้านได้

นายบรรจบกล่าวอีกว่า เรื่องการทำประชาพิจารณ์ หากรัฐบาลทำประชาพิจารณ์ หรือประชามติ เสียงผู้สนับสนุนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชต้องชนะแน่นอน แต่ส่วนตัวแล้วไม่อยากให้ใช้วิธีนี้ สำหรับทางออกที่จะทำให้เรื่องนี้คลี่คลาย รัฐบาลต้องคุยกับคณะสงฆ์แบบเปิดใจ

ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กระแสข่าวเกี่ยวกับเรื่องการทำประชาพิจารณ์ หรือประชามติเกี่ยวกับคณะสงฆ์ในขณะนี้ มีการพูดถึงมากขึ้น ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะทำในเรื่องใด แต่หากทำในเรื่องการเสนอชื่อทูลเกล้าฯ สมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเป็นตำแหน่งสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย ไม่ใช่ตำแหน่งที่จะต้องมาทำประชาพิจารณ์กัน ไม่มีประเทศใด ศาสนาใดในโลกทำกัน ข้อเสนอใดๆของรัฐบาลที่มีต่อคณะสงฆ์ ส่วนใหญ่จะเป็นข้อเสนอที่ไม่ให้เกียรติคณะสงฆ์แทบทั้งสิ้น

พระเมธีธรรมาจารย์กล่าวด้วยว่า กรณีที่พระสงฆ์ส่วนใหญ่แสดงเจตจำนงว่า หากตำรวจมีหมายเรียกมาวันไหน จะไปรวมตัวกันที่ สภ.พุทธ– มณฑล เพื่อให้ดำเนินคดีด้วยกัน เมื่อข่าวนี้ออกไป มีบางคนกล่าวหาว่าเป็นการข่มขู่ ปลุกระดม สำหรับญาติโยมที่ติดตามพระสงฆ์ไปด้วยความเป็นห่วง นำอาหารเพลไปถวายในฐานะพุทธศาสนิกชน กลับได้รับผลตอบแทนที่น่าเป็นห่วงยิ่ง เพราะถูกคุกคามในหลายรูปแบบ ตำรวจในหลายท้องที่ก็เริ่มทยอยออกหมายเรียกเป็นรายคน ที่ผ่านมาคณะสงฆ์เดินตามกรอบ ตามระเบียบแบบแผน ตามกฎหมายบ้านเมืองทุกประการ แต่กลับถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกกล่าวหา ถูกมองด้วยอคติ มองว่าเป็นนักเลงท้าทายอำนาจรัฐ วันนี้เราไม่ได้รับความเป็นธรรมจากทุกฝ่าย จึงต้องแสวงหาความเป็นธรรมในบ้านเมืองนี้ต่อไป

นายเสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สนพ.และองค์กรเครือข่ายกำลังรวบรวมข้อมูลของกลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวจาบจ้วง ดูหมิ่นคณะสงฆ์มหาเถรสมาคม และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อดูว่ามีการกระทำใดบ้างที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 หากพบว่าเข้าข่ายความผิด สนพ.จะใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้แก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ว่า ยังไม่ได้ยินเรื่องดังกล่าว จึงไม่ขอตอบในสิ่งที่ยังไม่ทราบ ส่วนกรณีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุระหว่างหารือกับสมาคมเปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9) ว่าหากมีเสียงคัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ 1 ล้านคนจะทำอย่างไรนั้น เป็นเพียงการปรารภ พูดเผื่อ วันนี้สิ่งที่รัฐบาลคิดไม่ออกคือ วิธีการที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว แต่เดี๋ยวคงรู้ เพราะรับฟังความคิดเห็นจากผู้รู้หลายๆคน นายสุวพันธุ์ก็เดินสายพูดคุย ป.ธ.9 มาแล้ว รัฐบาลไม่ได้ปล่อยเรื่องไว้เฉยๆ

ช่วงบ่าย ที่วัดราชบุรณะ อ.หลังสวน จ.ชุมพร สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จ พระสังฆราช เป็นประธานในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนใต้ มีพระสงฆ์เข้าร่วมพิธี 189 รูป หลังเสร็จพิธี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวให้โอวาทว่า พระสงฆ์ต้องตั้งใจ ประพฤติปฏิบัติดี มีศีลาจริยวัตรให้น่าเลื่อมใส เป็นที่ศรัทธาของสาธุชน เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ด้วยกัน อยากให้ดำเนินโครงการหมู่บ้านศีล 5 อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการที่จะทำให้เกิดความสามัคคีขึ้นในชาติได้ ที่สำคัญแม้จะได้เลื่อนสมณศักดิ์แล้ว ซึ่งมาจากผลของการทำคุณงามความดีก็ควรทำความดีต่อไป อย่าหยุด

ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภาค7 อ.เมืองนครปฐม พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.7 เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทำคดีจากเหตุการณ์การชุมนุมของพระที่พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นคร– ปฐม เมื่อวันที่ 15 ก.พ. จนมีการแจ้งความดำเนินคดีพระสงฆ์ทั้งสองฝ่าย ติดตามความคืบหน้าการสอบสวนดำเนินคดี จากนั้น พล.ต.ท.ชาญเทพเผยว่า ยังไม่มีการออกหมายเรียกใครทั้งสิ้น เมื่อวันที่ 23 ก.พ. พนักงานสอบสวน สภ.พุทธมณฑลไปสอบปากคำพระพุทธะอิสระ ที่วัดอ้อน้อย เรื่องที่มีข่าวระบุว่าจะสรุปสำนวนภายในวันที่ 27 ก.พ.ขอยืนยันว่าไม่จริง ยังไม่มีการกำหนดว่าต้องเสร็จเมื่อไหร่ แต่ต้องให้เสร็จภายในกำหนดของระยะการสอบสวนตามกฎหมาย

ค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีหนังสือลงวันที่ 24 ก.พ.59 เรื่อง ให้นำรถยนต์ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม คือรถยนต์แพนเธอร์ รุ่นปี 1977 สีดำ หมายเลขเครื่องยนต์ 8L66240-L หมายเลขตัวรถ 731 ซึ่งมีชื่อหลวงพี่น้ำฝนเป็นผู้ครอบครองและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไปตรวจสอบที่อาคารจอดรถไปรษณีย์ ชั้น 8 บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ถนนแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 2 มี.ค. เวลา 10.00 น.

ขณะที่พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าของผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว เปิดเผยว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ แต่ขอให้มาตรวจที่วัด ยืนยันว่ารถคันนี้เคยผ่านการตรวจสอบมาแล้วหลายครั้ง สงสัยว่าทำไมดีเอสไอจึงจงใจตรวจแต่รถที่มีพระเป็นเจ้าของครอบครอง รถหรูคันอื่นๆ ที่อยู่ในบัญชีทำไมไม่รีบตรวจสอบ ดีเอสไอต้องชี้แจงเรื่องนี้กับสังคม ในเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ก.พ. จะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนที่วัดไผ่ล้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้พระพุทธะอิสระ ร้องให้ดีเอสไอให้ตรวจสอบรถเบนซ์โบราณ สีไข่ไก่ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบรถโบราณจากัวร์ แพนเธอร์ ของหลวงพี่น้ำฝนในคราวเดียวกันด้วย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    23.9%
  • ไม่ชอบ
    61.4%
  • สนุก
    7.1%
  • ประหลาดใจ
    0.5%
  • เสียใจ
    6.1%
  • ให้กำลังใจ
    1.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement