กลุ่มอนุรักษ์ฯ ยื่น นส. "บิ๊กตู่" ใช้ ม.44 ยึดคืนป่าชายเลนทุ่งคา - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กลุ่มอนุรักษ์ฯ ยื่น นส. "บิ๊กตู่" ใช้ ม.44 ยึดคืนป่าชายเลนทุ่งคา

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.พ. 2559 08:29
479 ครั้ง


จากกรณีกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านบ้านบางใหญ่ หมู่ 4 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนถูกนายทุนอ้างเอกสารสิทธิ (นส.3) ในป่าชายเลนอ่าวทุ่งคา-สวี เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรฟ้องขับไล่ที่และเข้าไปรื้อทุบทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยของสาธารณชนทั่วไปที่มีที่ดิน นส.3 ไปโผล่อยู่กลางป่าชายเลน ขณะเดียวกัน กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้รวมตัวจัดตั้งเป็นกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบางใหญ่อ่าวทุ่งคา-สวี เพื่อทวงคืนผืนป่าอนุรักษ์ ล่าสุด พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจสอบข้อ เท็จจริง ขณะที่นายทุนยืนยันได้ นส.3 ในป่าชายเลนมาอย่างถูกต้องนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาค “ไทยรัฐ” รายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 ก.พ. นายจรัส กำเนิดโทน ประธานอนุรักษ์ป่าชายเลนบางใหญ่อ่าวทุ่งคา-สวี นายวิษณุ เซียงเจ็น รองประธานฯ พร้อมด้วยสมาชิกและชาวกลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านบางใหญ่ หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ประมาณ 50 คน ได้เดินทางเข้าพบนายไมตรี ไตรติลานันท์ รอง ผวจ.ชุมพร เพื่อยื่นหนังสือ 2 ฉบับ ฉบับแรกส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และฉบับที่ 2 ส่งถึงนายสมดี คชายั่งยืน ผวจ.ชุมพร

นายวิษณุเปิดเผยว่า หนังสือฉบับแรกที่ยื่นถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อต้องการให้นายกรัฐมนตรีใช้ มาตรา 44 จัดการกับนายทุนที่อ้าง นส.3 ฮุบป่าชายเลน และสั่งยึดพื้นที่ป่ากลับคืนมาเป็นสมบัติของชาติ ส่วนฉบับที่สองยื่นถึง ผวจ.ชุมพร เพื่อให้เร่งรัดตรวจสอบการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ นส.3 ของนายทุนรายนี้ เพราะหวั่นเกรงว่าหลักฐานต่างๆจะถูกทำลาย เช่น คูบางตะบูนที่ถูกขยับสับเปลี่ยนชื่ออาจจะถูกถมทำลายก็เป็นได้ ขณะนี้ชาวบ้านทั้งหมดต่างอยู่กันไม่เป็นสุขและไม่เป็นอันทำมาหากิน เพราะถูกคุกคามปล่อยข่าวจากฝ่ายนายทุนทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดระแวงและเป็นการสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน

จากนั้นนายไมตรี ไตรติลานันท์ รอง ผวจ.ชุมพร ได้เรียกแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนฯ และตัวแทนชาวประมงพื้นบ้าน เข้าประชุมปรึกษาหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายรักพงษ์ บุญย่อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร และนายยอดชาย ศศิธร เจ้าหน้าที่กลุ่มงานความมั่นคง ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชุมพร หลังการประชุม นายไมตรีรับปากกับชาวบ้านว่าขอให้ไว้วางใจทางจังหวัดจะไม่ทอดทิ้งชาวบ้าน หากมีใครถูกข่มขู่รังแกก็ขอให้มาแจ้งกับทางจังหวัดได้ ซึ่งจะสั่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูแลให้ ส่วนการติดตามตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น ขณะนี้การอ่านแปลแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของกรมอุทยานฯได้ทำเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงส่งมาให้ทางจังหวัดรับทราบและดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่งทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากกลุ่มอนุรักษ์และชาวประมงพื้นบ้านได้รับฟังคำชี้แจงจนเป็นที่พอใจ จากนั้นทั้งหมดได้แยกย้ายเดินทางกลับ เพื่อรอฟังผลความคืบหน้าและเตรียมหามาตรการเคลื่อนไหวต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    93.9%
  • ไม่ชอบ
    6.1%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement