วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษตรฯยันน้ำประปาคนกรุงไม่เค็ม

นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยกรมชลประทานได้สั่งให้ตรวจวัดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันจุดตรวจวัดน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สำแล จ.ปทุมธานี มีค่าความเค็มเฉลี่ยประมาณ 0.15 กรัมต่อลิตร ต่ำกว่าค่ามาตรฐานใช้ในการผลิตประปาที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.25 กรัมต่อลิตร ไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำดิบผลิตประปาของการประปานครหลวง รวมทั้งในลุ่มน้ำท่าจีน ค่าความเค็มยังอยู่ในเกณฑ์ปกติคือ โดยที่ปากคลองจินดา จ.นครปฐม มีค่าความเค็มอยู่ที่ 0.30 กรัมต่อลิตร ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กล้วยไม้รับได้คือ 0.75 กรัมต่อลิตร จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสวนกล้วยไม้ในคลองจินดาแต่อย่างใด

“กรมชลประทานได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ โดยจากการติดตามเพิ่มเติมพบว่า จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดปทุมธานี ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมว่า ถ้าหากน้ำเค็มไหลบ่าเข้ามาสู่พืชสวนไร่นา จะรีบประชาสัมพันธ์ให้เกษตรปิดทำนบต่างๆ เพื่อไม่ให้น้ำเข้าสวน และเตรียมแผนที่จะขนน้ำเพื่อเข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรและประชาชน”

นอกจากนี้ต้องขอความร่วมมือโดยเฉพาะเกษตรกรที่มีพื้นที่การเกษตรอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายหลัก ให้งดสูบน้ำเพื่อการทำนาปรัง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่ผลผลิตจะเสียหายจากภาวะขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงปริมาณน้ำต้น ทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ อาจจะไม่เพียงพอใช้ในอนาคต ซึ่งขณะนี้ การเพาะปลูกข้าวนาปรังลุ่มน้ำเจ้าพระยา พบว่ามีการทำนาปรังไปแล้วกว่า 1,960,000 ไร่ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 240,000 ไร่ และยังคงเหลือพื้นที่ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีกประมาณ 1,720,000 ไร่ น้อยกว่าปี 2557/58 ที่ผ่านมา

“ปัจจุบันน้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯ มีการใช้น้ำไปแล้ว 3,068 ล้าน ลบ.ม. คงเหลือน้ำใช้การได้จนถึงเดือน มิ.ย. โดยจะระบายน้ำวันละ 18 ล้าน ลบ.ม.”