วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บรรเจิด' ชี้ร่างฯ ขาดดุลยภาพ มุ่งเน้นอำนาจรัฐมากเกินไป

“บรรเจิด” ชี้ร่างฯ กรธ.ขาดดุลยภาพ เน้นอำนาจภาครัฐ ตัดทอนอำนาจประชาชน ภาคการเมืองถูกกำกับ หวั่นเกิดวิกฤติศาล รธน.ซ้ำรอย ปี 49 ระบุรัฐธรรมนูญ ควรให้น้ำหนักการปฏิรูปที่รากฐานปัญหาอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 59 ที่โรงแรมเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ นายบรรเจิด สิงคะเนติ อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญกับภาครัฐและองค์กรต่างๆ มาก อาจจะดูปัญหาเฉพาะแต่ไม่ได้ดูดุลยภาพแบบระยะยาว จนทำให้ไม่มีดุลยภาพ คือ 1. ขาดดุลยภาพระหว่างประชาชนกับรัฐ เพราะไม่ให้ความสำคัญในมติอำนาจของประชาชนเลย 2. ไม่มีดุลยภาพระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เพราะไม่มีกลไกให้ฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานรัฐบาล ทำให้ระบบรัฐสภาไม่มีดุลยภาพ เพราะไปให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญแก้ปัญหาประเทศ แต่ไม่ทำกลไกในรัฐสภาในการถ่วงดุล ตรวจสอบ เพื่อแก้ปัญหา

และ 3. ไม่มีดุลยภาพระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ไม่มีความก้าวหน้าในเรื่องการกระจายอำนาจ และเมื่อเกิดปัญหาก็จะกลับมาสู่ส่วนกลางเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น เรามองดุลยภาพของทุกฝ่ายไม่ให้อำนาจไปอยู่ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงเป็นข้อพิจารณาของ กรธ.ในการสร้างดุลยภาพทั้งหมด หากเป็นอย่างนี้อยู่ก็จะส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก ทำให้ภาคประชาชนไม่มีอำนาจ ภาครัฐไปให้อำนาจองค์กรตรวจสอบและภาคการเมืองถูกกำกับ จนทำให้เสียศูนย์ เหมือนรถยนต์ที่เสียศูนย์

นายบรรเจิด กล่าวต่อว่า การที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการเพิ่มอำนาจให้กับศาลรัฐธรรมนูญอย่างมากนั้น ไม่เห็นคอนเซปต์ว่าเพิ่มขึ้นมาเพื่ออะไร เพราะไม่พยายามสร้างกลไกในทางการเมืองหรือกลไกทางรัฐสภามาแก้ปัญหา ซึ่งสุดท้ายผลที่จะตามมา คือ ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็จะไปที่ศาล ทั้งที่เรื่องการเมืองควรให้ฝ่ายการเมืองเป็นผู้ตรวจสอบถ่วงดุลหรือให้อำนาจองค์กรอื่น รวมทั้งให้อำนาจประชาชน ไม่ใช่อะไรก็โยนไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะหากวันหนึ่งศาลนี้ถูกเจาะ ก็จะเกิดเป็นวิกฤติอีก ถ้าเอาปัญหาทุกอย่างของบ้านเมืองไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ซึ่งตนคิดว่าในอนาคตจะเกิดปัญหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือเกิดวิกฤติศาลรัฐธรรมนูญเหมือนในปี 2549 ซึ่งจะกลายเป็นการย้อนรอยประวัติศาสตร์

เมื่อถามว่า คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะผ่านการทำประชามติหรือไม่ นายบรรเจิด กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ ต้องรอดูวันที่ 29 มี.ค. ที่จะถึงนี้ก่อนว่า ข้อกังวลในหลายๆ เรื่องนั้น กรธ. จะแก้ไขมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ตนมองว่าร่างรัฐธรรมนูญควรให้น้ำหนักไปที่การปฏิรูปประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่รากฐานของปัญหาอย่างแท้จริง โดยรัฐบาลสามารถทำการปฏิรูปวางแนวทางได้เลย โดยไม่ต้องรอรัฐธรรมนูญ เพราะผ่านมาแล้ว 2 ปี ยังไม่ไปไหนมีแต่การวางแผน แต่กลับไม่มีการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรมเลย

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า รัฐธรรมนูญจะต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี นายบรรเจิด กล่าวว่า ก็ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์.