ป.รวบกรรมการบริษัทฯ ตุ๋นซื้อเหล็กเส้น เสียหายเฉียด 100 ล้าน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ป.รวบกรรมการบริษัทฯ ตุ๋นซื้อเหล็กเส้น เสียหายเฉียด 100 ล้าน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.พ. 2559 03:40
8,190 ครั้ง


เครดิตภาพ: เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม

กองปราบฯ จับกรรมการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ติดต่อสั่งซื้อเหล็กเส้น โดยใช้หนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ปลอมของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งเป็นหลักประกัน 2 ฉบับ รวมมูลค่า 100 ล้านบาท ขณะเจ้าตัวให้การภาคเสธ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ชยเดช ไคยฤทธิ์ สว.กก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ศตวรรษ บุญมี สว.กก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.5 บก.ป.แถลงข่าวจับกุม น.ส.ชัชชกร เจริญธนาดล อายุ 35 ปี กรรมการผู้มีอำนาจบริษัท มานา เอ็ม แอนด์ จี จำกัด อยู่บ้านเลขที่ 1/82 ซอยสุคนธสวัสดิ์ 16 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ผู้ต้องหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันฉ้อโกงตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.252/2558 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2558 จับได้ที่บ้านเลขที่ 40/477 หมู่ 10 ซอยนวลจันทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.

พ.ต.อ.พันธนะ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากผู้แทนบริษัทเอกชนค้าเหล็กแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.คอกกระบือ อ.เมืองสมุทรสาคร ได้แจ้งความกับ พงส. กก.5 บก.ป.ว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ได้มีนายมนต์ชัย อำนวยกิจวณิชย์ ผู้บริหารบริษัท มานา เอ็ม แอนด์ จี จำกัด และ น.ส.ชัชชกร กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทแห่งนี้ ติดต่อสั่งซื้อเหล็กเส้นจากบริษัทของผู้เสียหาย โดยขอซื้อในระบบสินเชื่อ มีการทำหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ของธนาคาร หรือแบงก์การันตี มาเป็นหลักประกันการชำระค่าสินค้า ต่อมาในวันที่ 8 กันยายน 2557 นายมนต์ชัย ได้นำหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ของธนาคารแห่งหนึ่งย่านอโศก จำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับแรก เป็นหลักประกันชำระหนี้ รวม 50 ล้านบาทเศษ ส่วนฉบับที่ 2 เป็นหลักประกันชำระหนี้ 50 ล้านบาทถ้วน ไปมอบให้กับทางบริษัทผู้เสียหาย

พ.ต.อ.พันธนะ กล่าวต่อว่า จากนั้นบริษัทผู้เสียหายได้นำหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ดังกล่าวไปตรวจสอบกับทางธนาคารที่ออกหนังสือค้ำประกันดังกล่าว พบว่ามี น.ส.ปัญจพักตร คุณานันท์ศักดิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารแห่งนี้เป็นผู้ออกให้กับบริษัท มานา เอ็ม แอนด์ จี จำกัด จริง ทำให้บริษัทผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมขายเหล็กเส้นให้รวมมูลค่ากว่า 99 ล้านบาท และมีหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้เป็นหลักประกัน แต่ภายหลังกลับพบว่าหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ทั้ง 2 ฉบับ เป็นการออกโดยมิชอบ โดยตรวจสอบไปยังสำนักงานใหญ่ธนาคารนี้ พบว่าเป็นเอกสารปลอม ไม่ใช่หนังสือที่ออกโดยทางธนาคารแต่อย่างใด เมื่อทราบเรื่องแล้ว บริษัทผู้เสียหายจึงรุดนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันที

รอง ผบก.ป.กล่าวอีกว่า หลังจากรับเรื่องและมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ แล้ว ได้มีการขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เอาไว้ด้วยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายมนต์ชัย ไว้ได้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 เบื้องต้นพบว่านายมนต์ชัย เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง มีหมายจับติดตัวอยู่หลายคดี ขณะที่ น.ส.ปัญจพักตร รองผู้อำนวยการธนาคาร ที่พัวพันกับการกระทำผิดด้วย ได้เข้ามอบตัวสู้คดีกับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป.ไปก่อนหน้านี้แล้ว คงเหลือเพียง น.ส.ชัชชกร ที่ยังหลบหนีคดีอยู่ ต่อมาชุดสืบสวนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักย่านบึงกุ่ม กทม. จึงขอหมายศาลอาญา ที่ 98/2559 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ในที่สุด

สอบสวน น.ส.ชัชชกร ให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา เพียงแต่ก่อนหน้านี้ได้ทำธุรกิจกับแฟนหนุ่ม แล้วไปรู้จักกับนายมนต์ชัย ซึ่งทำธุรกิจค้าเหล็ก ก่อนจะได้รับการชักชวนให้มาร่วมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท มานา เอ็ม แอนด์ จี จำกัด โดยนายมนต์ อ้อนวอนขอให้ช่วยเหลือเนื่องจากถูกผู้ร่วมหุ้นของบริษัทฉ้อโกงไป ตนคิดว่าแค่เพียงนำชื่อไปใช้คงไม่มีปัญหาอะไรจึงให้ชื่อไปเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าว ที่ผ่านมา ไม่ทราบว่าบริษัทแห่งนี้ประกอบกิจการอะไรอย่างแน่ชัด แต่นายมนต์ชัยเคยขอให้ช่วยให้นำเอกสารไปติดต่อขอซื้อเหล็กเส้นกับบริษัท ห้างร้านต่างๆ แล้วจะได้รับเหล็กเส้นมูลค่า 2 ล้านบาท เป็นผลตอบแทน

น.ส.ชัชชกร ให้การต่อว่า ครั้งแรกตนตั้งใจว่าจะช่วยเหลือนายมนต์ชัยประมาณ 2 ปี จากนั้นจะขอถอนชื่อออกจากกรรมการบริษัท เพื่อไปช่วยทำธุรกิจกับแฟนหนุ่ม แต่มาถูกจับกุมดำเนินคดีเสียก่อน ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำหนังสือค้ำประกันการชำระเงินของธนาคาร หรือแบงก์การันตี รวมทั้งเซ็นชื่อในเอกสารใดๆ ทั้งนี้อาจจะมีการปลอมแปลงลายเซ็นของตนไปใช้เอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากพบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้ต้องหาโดยตรง และมีการรับผลประโยชน์จากบริษัทแห่งนี้ ขณะนี้ทาง กก.5 บก.ป.อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลการจับกุมต่อไป

อย่างไรก็ดี ทางชุดจับกุมได้ฝากไปยังบริษัทผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มผู้ต้องหานี้หลอกลวง สามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ และหากมีการกระทำลักษณะดังกล่าวโดยเฉพาะการทำหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ของธนาคาร ขอให้ตรวจสอบไปที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารนั้นๆ ให้แน่ชัดว่ามีการปลอมเอกสารหรือไม่ เนื่องจากความเสียหายมีมูลค่าสูง สำหรับกรณีที่พบพนักงานธนาคารกระทำความผิดนั้น ตำรวจจะประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารต่างๆ ด้วย เชื่อว่าธนาคารแต่ละแห่งล้วนมีมาตรการจัดการส่วนนี้อยู่แล้ว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    92.9%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    7.1%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement