'ไพบูลย์' ลั่นทำตาม ก.ม. วอนอย่าห่วงประเด็นรถหรู 'สมเด็จช่วง' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'ไพบูลย์' ลั่นทำตาม ก.ม. วอนอย่าห่วงประเด็นรถหรู 'สมเด็จช่วง'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 16:06
831 ครั้ง


รมว.ยธ. เผย การตรวจสอบคดีรถเบนซ์ "สมเด็จช่วง" ให้อธิบดีดีเอสไอนัดเข้าพบ หลังจากส่งหนังสือถึง กำชับทำอย่าง "เคารพ-ให้เกียรติ" แต่คดีต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ชี้ ยังไม่พอใจผลสอบคดีทุจริตคดีราชภักดิ์ สั่ง ศอตช. สอบเพิ่ม 2-3 ประเด็น ...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (24 ก.พ.59) ชั้น 2 ห้องรับรอง กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบรถเบนซ์โบราณ หมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ว่า อย่าเป็นห่วงเพราะได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยตนบอก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ทำเหมือนคดีทั่วไป แต่ถ้าช้าสื่ออาจจะมีข้อซักถามและหน่วยงานอาจโดนเพ่งเล็ง

“ผมขอยืนยันว่าให้อิสระในการทำหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน และขอให้รายงานเข้ามาเป็นระยะแต่ไม่ใช่ก้าวก่ายการทำงาน ขอให้ทำตามนโยบายของรัฐบาล คือ การบังคับใช้กฎหมายและไม่เลือกปฎิบัติ” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า โดยขั้นตอนแรกของการตรวจสอบรถโบราณนั้นก็มีการทำหนังสือไปถึง สมเด็จช่วง รวมทั้งได้บอกอธิบดีดีเอสไอไว้แล้วว่า ให้ไปกราบท่านที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรืออาจจะเชิญมาที่ กระทรวงยุติธรรม ก็ได้ โดยเรื่องนี้ต้องให้ความเคารพนับถือและให้เกียรติกัน ซึ่งท่านอาจกำหนดว่าไปตรงไหนเพื่อความเหมาะสม และอธิบดีดีเอสไอควรชี้แจงขั้นตอนมีอะไรบ้าง แต่คดีความต้องว่าไปตามกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะทำหนังสือไปถึงวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อสอบถามว่าสะดวกเมื่อไหร่ก็จะกำหนดเดินทางเข้าพบอีกครั้ง แต่ต้องขึ้นอยู่กับทางวัดด้วยว่ามีภารกิจสงฆ์หรือไม่ หากทำหนังสือกำหนดวันไปวัดชัดเจนแล้วก็จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า ส่วนทางวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หากมีการเปลี่ยนตัวทนายความจะดำเนินงานอย่างไรนั้น ทาง ดีเอสไอ ดูตามหลักฐานข้อเท็จจริงซึ่งได้มีอยู่ส่วนหนึ่งแล้วแต่ก็ต้องสอบถาม สมเด็จช่วง อีกครั้งว่า ท่านรับรถโบราณคันดังกล่าวมาจากไหน เรื่องลายมือเป็นชื่อท่านจริงหรือไม่ ต้องสอบถามกับตัวท่านโดยตรง

“สำหรับประเด็นการสอบถามก็มีหลายประเด็นซึ่งพนักงานสอบสวนเตรียมไว้แล้ว อาจจะเกี่ยวข้องการครอบครองรถและการได้มา หลักฐานเอกสารต่างๆ และลายมือชื่อสมเด็จช่วงว่าตรงหรือไม่ แต่อาจมีในประเด็นอื่นที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติมบางส่วนก็ได้ นอกจากการสอบถาม สมเด็จช่วง แล้ว อาจสอบถามไปยังพระรูปอื่น ก็ต้องขึ้นอยู่ท่านก่อนว่ามีอ้างอิงพระรูปอื่นอีกหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบมี หลวงพี่แป๊ะ รูปเดียวที่เคยให้การมาก่อนหน้านี้” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์ ยังกล่าวถึงกรณี ศอตช.ตรวจสอบการทุจริตโครงการสร้างอุทยานราชภักดิ์ฯ ว่า ได้รับรายงานในคดีดังกล่าวจาก ศอตช.ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เป็นที่พอใจ เนื่องจากข้อมูลที่ได้มายังไม่พอตอบคำถามของสื่อและสังคมได้ทั้งหมดทุกแง่มุม และหากตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดหน่วยงานใดอยากจะแถลงข่าวก็เป็นสิทธิของหน่วยงานนั้น ตนไปบังคับและก้าวก่ายใครไม่ได้ แต่ถ้าให้แถลงข่าวจะต้องตอบคำถามที่ถามไปทั้งหมด เพราะยังมีประเด็นที่สื่อและสังคมสงสัยอยู่ประมาณ 2-3 ประเด็น จึงสั่งให้ ศอตช. ไปตรวจสอบประเด็นที่เหลือให้เสร็จก่อน ตนถามไป 2-3 ประเด็น เพื่อให้ได้รายละเอียดเพียงพอก่อน แต่ความจริงแล้วอาจจะมีมากกว่านั้นที่ระบบครอบคลุมตรวจสอบก็เป็นได้ แต่ยังไม่ขอพูดลงรายละเอียด ขอพูดเท่านี้คงพอจะเข้าใจ และหาก ศอตช.ทำเสร็จแล้วจะแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด แต่ถ้าหน่วยงานต่างๆ ไม่ตอบคำถาม ตนก็ไม่มีสิทธิจะไปจี้ใครได้ ยืนยันในคำพูดทุกคำที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ว่า ที่มาที่ไปเป็นไปอย่างไร และต้องดำเนินการกับคนทุจริตคดีราชภักดิ์ ซึ่งยังยืนยันตามนั้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนความคิด

"ทั้งนี้ ศอตช.เป็นหน่วยงานที่เขาตรวจสอบทุจริตทั้งระบบ ตนจึงไม่ทราบว่าจุดไหนบ้างที่ควรจะตรวจสอบ เพราะมันเป็นเทคนิคการตรวจสอบในกระบวนการตรวจสอบงบประมาณแผ่นดิน ต้องใช้เทคนิค และตนไม่ใช่เจ้าหน้าที่เทคนิคที่มีความชำนาญในการตรวจสอบ จึงไม่รู้ว่าตอนนี้ตรวจสอบไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นรอให้ ศอตช.ตรวจสอบเสร็จก่อน แต่ตนก็เป็นห่วงว่ามันจะไม่ตอบสังคมในบางเรื่อง อย่างไรก็ตามตนยังไม่เคยตอบว่ามีการทุจริตในคดีดังกล่าวจริงหรือไม่ และในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุม ศอตช. จะไปถามที่ประชุมเพื่อให้เร่งรัดคดีดังกล่าว" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    50.0%
  • ไม่ชอบ
    5.6%
  • สนุก
    22.2%
  • ประหลาดใจ
    11.1%
  • เสียใจ
    5.6%
  • ให้กำลังใจ
    5.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement