ซูเปอร์ฮีโร่ของเด็ก! เปิดใจ 'ป๋อง' หนุ่มจิตสาธารณะช่วยมูลนิธิตามหาเด็กหาย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ซูเปอร์ฮีโร่ของเด็ก! เปิดใจ 'ป๋อง' หนุ่มจิตสาธารณะช่วยมูลนิธิตามหาเด็กหาย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 14:24
2,399 ครั้ง


เรื่องราวสุดประทับใจในโลกโซเชียล ที่ชาวเน็ตแห่ชื่นชมและแชร์กันมากในขณะนี้ เป็นภาพชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีจิตสาธารณะต่อสังคม ยืนเล่นกีต้าร์เปิดหมวกช่วยเหลือมูลนิธิกระจกเงาและมูลนิธิต่างๆ รวมถึงสร้างโครงการตามหาเด็กหายขึ้นจอแอลซีดีในห้างสรรพสินค้า และตามสี่แยกไฟแดง ซึ่งเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ผ่าน แฟนเพจเฟซบุ๊กของ มูลนิธิกระจกเงา เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ระบุข้อความว่า

หลายปีก่อนคุณป๋องโทรมาหาผม แนะนำตัวว่าเขาทำงานในบริษัทด้านมีเดีย มีจอทีวีแอลซีดีในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง อยากจะช่วยเอาภาพเด็กหายไปลงประกาศ ภาพเด็กหายถูกประกาศในจอแอลซีดี ในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง เป็นครั้งแรก จากนั้นคุณป๋องย้ายที่ทำงานใหม่ ภาพเด็กหายในห้างสรรพสินค้า ปิดฉากไปพร้อมตัวบุคคลที่ย้ายไป นั่นแสดงให้เห็นว่า ภาพเด็กหายในห้างสรรพสินค้า เกิดจากแรงผลักดันของชายคนนี้ จากนั้นไม่นานคุณป๋องโทรหาผมอีกครั้ง บอกว่าย้ายมาทำงานที่ใหม่แล้ว ที่นี่มีจอดิจิตอลบิลบอร์ดตามสี่แยกไฟแดงนับร้อยจอ คุณป๋องยังหอบความหวังของครอบครัวเด็กหายตามมาด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่ภาพเด็กหาย ปรากฏอยู่ตามจอขนาดใหญ่ใจกลางเมือง คุณป๋องยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น มีโปรเจคมาเสนอผมตลอด ล่าสุดเราจะระดมทุนทำรถเมล์ที่ติดประกาศเด็กหายรอบคัน คุณป๋องก็จัดการประสานบริษัทและหาราคาต้นทุนที่ถูกที่สุด สำหรับเป็นค่าจัดทำสติ๊กเกอร์รอบคันรถเมล์ ส่วนพื้นที่รอบรถเมล์คุณป๋องประสานขอให้ใช้พื้นที่ได้ฟรีๆ เดือนที่ผ่านมา คุณป๋องรู้ว่าพวกเรายังมีเงินไม่พอค่าสติ๊กเกอร์ เขาออกตะเวนเล่นดนตรีเปิดหมวกหลายแห่ง เพื่อระดมทุนมาช่วยจัดทำรถเมล์รณรงค์ตามหาเด็กหาย และแบ่งรายได้จากการเปิดหมวก มอบให้มูลนิธิเกี่ยวกับเด็กพิการอีกด้วย


หลังจากที่เรื่องนี้ได้เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมและยกย่องว่า คุณป๋อง เป็นซูเปอร์ฮีโร่ขวัญใจเด็กๆ และถือเป็นเน็ตไอดอลตัวจริง ด้านสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ก็ไม่รอช้า ได้ติดต่อไปยัง คุณป๋อง หรือ นายฐณณ ธนกรประภา ถึงจุดเริ่มต้นของจิตสาธารณะช่วยเหลือสังคมมีที่มาอย่างไร?

-แนะนำตัว ชื่อ-นามสกุล และอาชีพ
ชื่อ ป๋อง-นายฐณณ ธนกรประภา ปัจจุบันทำงานอยู่ในตำแหน่ง Marketing Manager บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)


-จุดเริ่มต้นที่เข้าไปช่วยเหลือมูลนิธิกระจกเงาตามหาเด็กหาย มาจากไหน?

เริ่มต้นเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ผมไปเดินสวนจตุจักร และได้เจอกับเด็กคนหนึ่งยืนร้องไห้อยู่ แต่มีป้าคนหนึ่งมาบอกว่า ไม่ต้องสนใจหรอก เป็นเด็กออทิสติก แต่พอกลับมาบ้านก็ยังค้างคาใจอยู่ตลอดว่าเด็กคนนี้อาจจะเป็นเด็กหายหรือหลงทางก็ได้ และตอนนั้นผมทำงานในบริษัทมีเดียแห่งหนึ่ง ที่มีจออยู่ในห้าง จึงตั้งใจจะทำ CSR ให้กับบริษัทโดยการนำภาพเด็กหาย มาขึ้นจอในห้าง เพราะอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตามหาเด็กหาย หลังจากนั้นก็ได้ย้ายบริษัทมีเดียอีกแห่งหนึ่ง และก็ได้นำโปรเจคนี้ไปเสนอผู้บริหาร และก็ได้อนุมัติให้นำภาพเด็กหายขึ้นจอตามสี่แยกไฟแดงทั่วประเทศ กว่า 200 จุด


-โปรเจคทำป้ายตามหาเด็กหายติดรถเมล์ เริ่มมาจากไหน?

โปรเจคทำประกาศหาเด็กหายที่รถเมล์ ได้มีการพูดคุยขอความอนุเคราะห์กับบริษัทแพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตโฆษณาให้รถเมล์อยู่แล้ว ก็จะเสียแค่ค่ามีเดียที่ผลิตป้ายประกาศ ซึ่งต้นทุนต่อ 1 คัน ประมาณ 1 แสนบาท แต่ไม่สามารถขอสปอนเซอร์จากเอกชนได้ ทางมูลนิธิกระจกเงาจึงได้นำโครงการนี้ไปลงในเว็บไซต์เทใจ เพื่อรับบริจาคเงิน ล่าสุดได้ยอดเงินบริจาคประมาณ 9 หมื่นบาทแล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมบริจาคเงินโครงการรถเมล์ตามเด็กหายกลับบ้าน สามารถเข้าไปบริจาคได้ที่ เว็บไซต์เทใจ


-เห็นว่า มีเล่นดนตรีเปิดหมวก นำเงินไปช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ ด้วย?

เรื่องนี้เป็นโปรเจคส่วนตัวของผม ที่ไปเล่นดนตรีช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ ของประเทศไทย ผมคิดว่าเราไม่ได้เดือดร้อนอะไร ปกติก็เล่นดนตรีอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว ก็เลยอยากนำเงินไปช่วยทำบุญช่วยเหลือมูลนิธิ ปัจจุบันก็จะเล่นเปิดหมวกสวนจัตุจักรครับ


-หลังจากที่ติดตั้งจอแอลซีดีตามหาเด็กหาย มีตามหาเด็กเจอบ้างไหม?

มีอยู่กรณีหนึ่ง คุณครูที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ซึ่งเป็นบ้านเด็กกำพร้า ได้ไปพบเด็กคนหนึ่งนั่งขอทานอยู่ จึงได้รับมาดูแลที่บ้านนกขมิ้น ตอนนั้นถามเด็กก็ไม่ตอบและไม่พูดอะไร จนวันหนึ่งคุณครูขับรถอยู่ก็ได้พบกับจอประกาศเด็กหาย และเห็นว่ามีหน้าตาเหมือนเด็กที่รับไปดูแล จึงได้โทรติดต่อประสานกับทางมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งก็เป็นเด็กคนเดียวกับที่หายครับ


-อยากฝากบอกอะไรถึงชาวเน็ตที่ชื่นชมและยกให้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ขวัญใจของเด็กๆ

ขอบคุณทุกคำชมและคำอวยพร ผมก็ดีใจ ผมเป็นแค่คนธรรมดา เป็นมนุษย์เงินเดือนหนึ่งคน เรื่องที่ผมทำควรจะเป็นหน้าที่พื้นฐานของทุกคนอยู่แล้ว ถ้าชีวิตคุณไม่เดือดร้อนอะไร ก็อยากให้เสียสละเวลาว่างไปทำเพื่อสังคมบ้าง ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ โลกก็น่าจะน่าอยู่มากขึ้น

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี