หวั่นถูกแบล็กลิสต์ยาว 5 ปี! กพท.รับหากไม่พร้อมไม่เรียกไอเคโอมาตรวจ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

หวั่นถูกแบล็กลิสต์ยาว 5 ปี! กพท.รับหากไม่พร้อมไม่เรียกไอเคโอมาตรวจ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 06:01
957 ครั้ง


ครม.รับทราบแผนแก้ไขปัญหาการบิน พร้อมปลดล็อกธงแดงสิ้นปี59 นี้ กพท.รับหากไม่พร้อมจะไม่เรียกไอเคโอมาตรวจ เพราะถ้าไม่ผ่านรอบนี้ถูกแบล็กลิสต์ยาว 5 ปี ขณะที่ “อาคม” รับนักบิน–ช่างซ่อมไทยขาดแคลนสั่ง สบพ.เร่งผลิตด่วน เผย กพท.สั่ง 50 สายการบินในไทย ต้องส่งงบการเงินให้ตรวจภายใน มี.ค.นี้ ใครไม่ส่งถูกยึดใบอนุญาตทันที ด้าน “พาที” มั่นใจ 1 มี.ค.สู่ภาวะปกติ ส่วนผลสอบนักบินป่วนไล่ออกอีก 2 กัปตัน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้รายงานความคืบหน้าแผนแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ว่า ครม.รับทราบการแก้ไขปัญหาของสายการบินนกแอร์ ซึ่งนอกจากเรียกผู้บริหารสายการบินนกแอร์มาเตือนเรื่องการให้บริการที่ต้องไม่มีการหยุดบินกระทบผู้โดยสารแล้ว ล่าสุด กพท.ได้ตรวจสอบชั่วโมงบินนักบินนกแอร์ทุกคน คาดว่าจะรายงานผลการตรวจสอบให้กระทรวงรับทราบสัปดาห์นี้ ส่วนประเด็นที่สายการบินนกแอร์จะยกเลิกเที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 20 เที่ยวบินต่อสัปดาห์จนถึงสิ้นเดือน ก.พ.หรือไม่นั้น ล่าสุดนกแอร์ไม่ได้ยกเลิกเที่ยวบินมาที่ กพท.แต่อย่างใด

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้แจ้งให้ ครม.ทราบว่าการเรียก 14 สายการบินมาหารือครั้งที่ผ่านมาได้เน้นย้ำให้ทุกแห่งจัดทำแผนเผชิญเหตุให้ชัดเจนและรายงานให้ กพท.ทราบ ซึ่งแผนนี้ต้องครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงขององค์กร เช่น กรณีนักบินหยุดบิน ปัญหาภัยธรรมชาติ ปัญหาระบบไอทีและคอมพิวเตอร์ เนื่องจากธุรกิจการบินมีความสำคัญต่อระบบสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร ส่วนปัญหานักบินขาดแคลนนั้น ได้สั่งการให้ สบพ.กลับไปจัดทำแผนพัฒนาและผลิตบุคลากรทางด้านการบินให้เพียงพอกับความต้องการ ทั้งนักบิน ช่างซ่อมเครื่องบิน และพนักงานให้บริการบนเครื่องบินหรือลูกเรือ โดยให้เสนอแผนกลับมาให้กระทรวงพิจารณาภายใน 1 เดือน

นายอาคมกล่าวต่อ ถึงแนวทางการกำกับดูแล 4 สายการบินซึ่งมีปัญหาฐานะทางการเงิน คือสายการบิน เอเชียน แอร์, ซิตี้ แอร์เวย์, กานต์แอร์ และเจ็ท เอเซีย ว่า ทั้ง 4 สายการบินไม่ใช่สายการบินหลักของไทย จึงไม่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารคนไทยที่เดินทางภายในประเทศมากนัก ส่วนใหญ่เป็นสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำที่บินไปต่างประเทศ ยืนยันทั้ง 4 สายการบินอยู่ในสถานะเฝ้าระวัง ยังไม่ยกเลิกใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม ทุกสายการบินที่ทำการบินในประเทศไทยกว่า 50 สายการบิน จะต้องส่งงบการเงินมาให้ กพท.พิจารณา หากไม่ส่งจะถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการบินทันที เพื่อป้องกันปัญหาสายการบินมีปัญหาการเงิน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีบางสายการบินไม่ได้ทำการบินเลยแม้จะมีการขอใบอนุญาตทำการบิน ในอนาคตจะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจสายการบินให้มากขึ้น โดยขณะนี้คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) เตรียมทบทวนหลักเกณฑ์การดำเนินธุรกิจการบินใหม่ให้รัดกุมมากขึ้น โดยจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ (AOL) ก่อนจึงจะสามารถมายื่นขอใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Aoc) ได้

ด้านนายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และผู้อำนวยการ กพท.กล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหาการบินเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (Re-Aoc) ทั้ง 28 สายการบินที่ทำการบินระหว่างประเทศก่อน และแนวทางการแก้ไขมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยทางการบิน (SSC) คาดว่ากระทรวงคมนาคมจะเชิญให้องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) มาตรวจเพื่อขอปลดล็อกธงแดงได้ปลายปี 59 นี้หรือต้นปีหน้า แต่หากพิจารณาแล้วไทยยังไม่พร้อมก็จะเลื่อนการตรวจออกไป เพราะหากตรวจครั้งนี้ไม่ผ่านมาตรฐานจะถูกแบล็กลิสต์ ไม่สามารถตรวจได้อีก 5 ปีทันที

ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาว ที่ไม่ได้อยู่ในแผนเร่งด่วน เดือน พ.ค.59 นี้ กพท.จะว่าจ้างสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป (EASA) หรือเอียซ่า เข้ามาทำงานร่วมกับ กพท. แก้ไขปัญหาการบินร่วมกัน ส่วนกรมการบินพลเรือนแห่งประเทศญี่ปุ่น (jcab) หรือเจแคปจะเข้ามาช่วยเหลือแบบวิชาการร่วมกับ กพท. ในการวางแผนตรวจสอบ ส่งผู้เชี่ยวชาญดูเรื่องศูนย์ซ่อมเครื่องบิน และมาตรฐานการบินต่างๆ หลังจากนั้นจะรายงานให้ ไอเคโอรับทราบเป็นระยะว่า กพท.มีความจริงใจและเข้มแข็งในการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ SSC จำนวน 33 ข้อ

นายจุฬากล่าวถึงการยกเลิกเที่ยวบินของนกแอร์ ว่า 20 เที่ยวบินที่ยกเลิกวันที่ 23 ก.พ.มีการแจ้งล่วงหน้ามากว่า 3 วันถือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ส่วนการแจ้งล่วงหน้าวันต่อวันหลังจากนี้หากนกแอร์ไม่ทำตามหลักเกณฑ์ 3 ข้อ คือ ไม่คืนเงินผู้โดยสาร เปลี่ยนเที่ยวบินหรือทำการเลื่อนเที่ยวบินตามที่ผู้โดยสารต้องการ มีเกณฑ์ชัดเจนว่าจะเสียค่าปรับให้ผู้โดยสารรายละ 1,200 บาท

ด้านนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ ปฏิเสธข่าวที่ว่าสายการบินมีปัญหานักบินทยอยลาออกจนส่งผลกระทบต่อตารางการบินว่าไม่เป็นความจริง ยืนยันว่านักบินยังไม่มีใครลาออก แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. ทำให้ต้องมีการปรับระบบการบริหารจัดการ ทำให้ตั้งแต่นี้จนถึงสิ้นเดือน ก.พ.ยังคงใช้สายการบินพันธมิตรมาทำการบินร่วม 10 เที่ยวต่อวันหรือ 20 เที่ยวต่อวันรวมเที่ยวบินไปกลับ มั่นใจว่าตั้งแต่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป ทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ จำนวนนักบินของนกแอร์ปัจจุบันมีทั้งหมด 192 คน ตั้งแต่ มี.ค.เป็นต้นไป จะมีนักบินเข้าร่วมเพิ่มอีก 20-30 คน เพียงพอกับจำนวนเครื่องบินและตารางการบินทั้งหมด ส่วนผลการสอบสวนนักบินที่เหลืออีก 5 คนนั้น มีการไล่ออกนักบิน 2 คน ส่วนรายชื่อไม่ขอเปิดเผยเกรงจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของ 2 นักบิน

“เป็นปัญหาเรื่องชั่วโมงบินของนักบินที่รวนมาตั้งแต่ 14 ก.พ.ไม่ใช่ปัญหานักบินไม่พอ มีการพิจารณาชั่วโมงบินของนักบินซึ่งพบว่า การนำนักบินมาบินทดแทนในบางเส้นทาง ทำให้กระทบต่อจำนวนชั่วโมงการบินของนักบินเหล่านี้ จึงต้องปรับการบริหารจัดการ”.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    18.2%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    22.7%
  • เสียใจ
    13.6%
  • ให้กำลังใจ
    45.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement