'บิ๊กตู่' เมิน 'แม้ว' ตั้งโต๊ะเจรจา ชี้ ทุกอย่างว่าตาม ก.ม. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'บิ๊กตู่' เมิน 'แม้ว' ตั้งโต๊ะเจรจา ชี้ ทุกอย่างว่าตาม ก.ม.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.พ. 2559 18:06
1,414 ครั้ง


นายกฯ แจง ข้อ 16 ครม. ส่งถึง กรธ.แบไต๋ ต้องมีกลไกช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ยัดเงื่อนไข รบ.ใหม่ เดินตามยุทธศาสตร์ชาติ คู่ขนานนโยบายพรรค อ้างเพื่อความมั่นใจ ไม่ถูกด่าไล่หลังทำไม่เสร็จ บอก สถานการณ์ปกติค่อยกลับมาเหมือนเดิม ชี้ จริงใจใส่ในบทเฉพาะกาล เพราะแก้กลับง่ายกว่า เมิน "ทักษิณ" ลั่น ทุกอย่างว่าตาม ก.ม.

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า ตนไม่ได้มองจุดประสงค์อะไร จะมองทำไม ส่วนจะมีการเจรจาต่อรองอะไรกับนายทักษิณหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ก็เขาพูดไปแล้ว ต้องพูดด้วยกฎหมาย

ส่วนข้อเสนอของ ครม. ที่ยื่นให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยเฉพาะข้อ 16 ที่ให้ใช้รัฐธรรมนูญ 2 ช่วงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ 2 ขยัก เป็นการใช้คำพูดผิด รัฐธรรมนูญก็คือรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดมันคือรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ในส่วนนี้ความหมายคือบทเฉพาะกาล ถ้าทุกคนคิดว่าควรมีการปฏิรูปในช่วงเวลาแรกที่เปลี่ยนผ่านควรมีระยะเวลาว่าบทใดต้องละเว้นเป็นการชั่วคราวได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดการปฏิรูป ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถทำได้ เพราะในรัฐธรรมนูญก็ต้องพูดถึงกระบวนการทั้งหมดเหมือนที่ผ่านมา แต่ก็เกิดปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นช่วงแรกจะสร้างความเข้าใจได้อย่างไรว่า ประเทศชาติจะเกิดความมั่นคงแข็งแรงภายในรัฐบาลหน้า จึงต้องปรับวิธีการบริหารราชการในส่วนหนึ่ง ไม่ได้ปรับทั้งหมด เช่น เรื่อง ส.ว. จำเป็นหรือไม่ เพื่อให้เกิดการค้านอำนาจในช่วงนี้ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน และแผนการปฏิรูป 5 ปี ซึ่งเรามองระยะยาวให้ แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องของรัฐบาล หน้าที่ต้องทำตามนี้ด้วย นอกเหนือจากนโยบายพรรคการเมือง เพราะหากไม่มีไกด์ก็จะเดินไปซ้าย-ขวา ตามสถานการณ์และการต่อสู้ทางการเมือง ทำให้วุ่นกันไปหมด แต่ควรเดินคู่ขนานระหว่างการเดินหน้าประเทศและเส้นของการเมือง จึงต้องมีมาตรการที่ต้องควบคุมให้เดินตามนี้ ซึ่งมันต้องมีหลายอย่าง อาจมีคณะอะไรขึ้นมาใหม่ ส.ว. หรือใครก็แล้วแต่

"ทั้งหมดเป็นกลไกเพื่อประเมินเท่านั้น ถ้าไม่ได้ขึ้นมาทั้ง 2 สภาก็คุยกัน เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปิดอภิปรายว่าจะแก้ไขกันอย่างไร เป็นเรื่องที่จะตกลงกัน หากได้ก็ได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องมีคนตัดสิน มันถึงต้องไปศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ยังไม่รู้ ไม่ใช่สองขยักหรือสามขยัก แต่ในช่วงนี้ควรยกเว้นบางส่วนก่อนได้หรือไม่ เมื่อถึงเวลาสถานการณ์ปกติแล้ว ทั้งหมดก็กลับมาที่เดิม ส.ว. จะเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดก็ได้ เพียงแต่รัฐบาลหน้าต้องสร้างความมั่นใจให้เรา ไม่ใช่เพื่อผม แต่เพื่อทุกคน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าข้อเสนอของข้อที่ 16 จะทำให้รัฐบาลต้องอยู่ต่อจนถึงหลังการเลือกตั้งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งตนจะอยู่ได้อย่างไร เป็นเรื่องที่เขาจะพิจารณามา คิดว่าตนทำให้มากแล้ว ก็ไปคิดกันมาบ้าง

สำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านจะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ภายใน 5 ปี ถ้าทุกปีดีขึ้น ก็มีการผ่อนผัน ลดลงไป และเข้าสู่กลไกปกติ ซึ่งหากเขียนในบทเฉพาะกาลมันง่ายกว่า เมื่อสถานการณ์พร้อม เพื่อให้เข้าสู่กลไกปกติ แต่หากใส่ในรัฐธรรมนูญมันก็ลำบาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของผม"

เมื่อถามว่า ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านที่ระบุไว้ 5 ปีนั้น หมายถึง คสช. จะอยู่ต่อไป 5 ปีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมจะอยู่ไปทำไม ถ้าอยู่ด้วยกลไกปกติก็อยู่ไป ผมจึงบอกมันต้องมีคณะหรือไม่มี จะมีวิธีการไหนก็ไปว่ามา ไม่ใช่ว่าผมจะอยู่หรือไม่อยู่ ไม่ต้องมายุ่ง อย่าสนใจกับผมมากนัก ผมมีหน้าที่ที่จะทำให้บ้านเมืองสงบ เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ท่านก็คิดกันต่อ ว่าจะเอายังไง อย่ามาโทษผม ว่าทำเเล้วไม่เรียบร้อย ไม่สำเร็จ ท่านอยากให้เป็นยังไงก็อยู่ที่ท่านกำหนด"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังการประชุม ครม.ใช้เวลาเพียง 10 นาที และให้สื่อมวลชนได้ถามได้เพียง 4 ข้อ โดยไม่รวมการชี้แจงรายละเอียดการประชุม ครม. ทั้งนี้ระหว่างการตอบข้อซักถาม พล.อ.ประยุทธ์ จะคอยเตือนตลอดว่าผ่านไปกี่คำถามแล้ว และการให้สัมภาษณ์ก็ไม่มีทีท่าผ่อนคลายเหมือนที่ผ่านมา และสถิติในการแถลงข่าวภายหลังการประชุม ครม. ที่ผ่านมาจะใช้เวลาค่อนข้างมากไม่ต่ำกว่า 40 นาที อย่างไรก็ตาม หลัง พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงจบใน 4 คำถาม พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวขอร้องสื่อมวลชนอีกครั้ง โดยย้ำว่าในการตั้งคำถามต่อนายกรัฐมนตรี ขอร้องให้แจ้งชื่อและสังกัดให้ชัดเจนผ่านไมโครโฟน ตามข้อตกลงที่ได้แจ้งไว้ ไม่เช่นนั้นคนที่เป็นโฆษกฯ อย่างตนก็จะถูกหาว่าเยอะ จึงขอให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    30.8%
  • ไม่ชอบ
    59.7%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    3.8%
  • เสียใจ
    5.3%
  • ให้กำลังใจ
    0.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement