บริการข่าวไทยรัฐ

พท. โดดป้อง 'แม้ว' เตือนรัฐ ศก.ตก อย่าดันทุรังซื้ออาวุธ

"สุรพงษ์" ป้อง "ทักษิณ" บอกเสนอแนวคิด เพราะไม่อยากเห็นประเทศเดินผิดทิศทาง หวังทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน ด้าน "อนุสรณ์" เตือน รบ. ตัวเลขเศรษฐกิจตกทุกด้าน อย่าดันทุรังซื้ออาวุธ

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และ อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกมากล่าวหาว่าคนโกงไม่ควรออกมาร่วมเขียนกฎกติกาในรัฐธรรมนูญ และนำไปเปรียบเทียบกับการแข่งขันฟุตบอลนั้น ต้องถามว่าที่กล่าวหาว่ามีคนโกงในทางการเมืองมีการพิจารณาหาคนผิดที่แท้จริงได้หรือไม่ หรือมีแต่ขบวนการปรักปรำใส่ร้ายป้ายสี และใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน และทำตามใจพวกตัวเอง ที่จะเอาผิดฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับพวกตน แต่ที่น่าเป็นห่วงและเป็นอันตรายต่อบ้านเมือง ก็คือ พวกอีแอบโกงต่างหาก

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า การที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาเสนอแนวคิดให้มีการหันมาพูดคุยกันก่อนที่ประเทศชาติจะก้าวไปผิดทิศผิดทาง เพราะนายทักษิณเห็นว่าปัญหาในบ้านเมืองจะสร้างความเสียหายในอนาคตได้ ถ้าหากไทยเราไม่เป็นประชาธิปไตย และเศรษฐกิจอาจได้รับผลกระทบจนอาจถึงขั้นวิกฤติได้ นายทักษิณเป็นห่วง จึงได้เตือนมาด้วยความหวังดีเพื่อให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน แต่พวกที่อวดเก่งอวดฉลาดก็รีบฉวยโอกาสออกมางาบลูก งาบดอก บอกว่าจะไม่พูดคุยกับนายทักษิณเพราะ นายทักษิณ มีคดีติดตัว ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน และคดีที่นายทักษิณมีอยู่นั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ประชาชนคนส่วนใหญ่และนานาชาติก็รับรู้ว่านายทักษิณถูกการเมืองเล่นงาน ส่วนการวางแผนอนาคตไว้ได้ถึง 20 ปีล่วงหน้า สงสัยเหมือนกันว่าพวกท่านเก่งหรือฉลาดมาจากไหน หรือเป็นอัจฉริยะมาแต่กำเนิดจากดาวดวงไหน ถึงคิดได้ขนาดนั้น

ขณะที่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตลอดจนรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ มีกำหนดเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย และ สาธารณรัฐเบลารุส ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ. 59 พร้อมกระแสข่าวเตรียมซื้อ ฮ.Mi17 และ รถถัง ว่า ข้ออ้างที่คสช. และรัฐบาลใช้เข้ามาในการบริหารประเทศ คือ เข้ามาแก้ความขัดแย้ง สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป กลับไม่เห็นเครื่องมือหรือแนวทางอะไรที่จะนำไปสู่การสร้างความปรองดองได้เลย ตราบใดที่ยึดหลักผู้ชนะต้องเป็นผู้เขียนกติกา ไม่รับฟังเสียงของผู้เห็นต่าง หนทางข้างหน้ายิ่งจะพบแต่ความยากลำบาก รัฐบาลนี้ทำงานมาเกือบ 2 ปี ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญลดลงทุกตัว การส่งออกไทยปี 58 ติดลบหนักสุดในรอบ 6 ปี จนส่งผลถึงปัจจุบัน ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงทุกรายการ ที่เพิ่มขึ้นคือหนี้สินภาคครัวเรือน ตัวเลขการเลิกกิจการที่เพิ่มสูงขึ้น ข้าวยากหมากแพง ประชาชนชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่กลับมีข่าวรัฐบาลกำลังจะไปซื้ออาวุธ ทั้งที่เพื่อนบ้านก็เข้า AEC กันหมดแล้ว ถามว่าจะไปรบกับใคร ซึ่งก็จะตอบว่ามีไว้เพื่อสร้างความเกรงขาม พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ถ้าจะซื้ออาวุธเพื่อให้มีผลด้านจิตใจ ควรนำงบนั้นไปฟื้นฟูสวัสดิการนายทหารชั้นผู้น้อย สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันจะส่งผลถึงขวัญกำลังใจของกำลังพลชั้นผู้น้อยดีกว่านำไปจัดซื้ออาวุธ ซึ่งหลายครั้งก็ตามมาด้วยคำถามว่า อาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านั้นได้คุณภาพมาตรฐาน และจำเป็นต่อกองทัพหรือไม่ ซึ่งไม่อยากให้เกิดกรณีซ้ำรอยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นจากกรณี GT 200 บอลลูนเหาะ