“เมธ เฮ้งตระกูล” นักธุรกิจมองการณ์ ไกล - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

“เมธ เฮ้งตระกูล” นักธุรกิจมองการณ์ ไกล

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 05:15
389 ครั้ง


จากลูกเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องหนังสู่เจ้าของแบรนด์ลักชัวรี่จากความรู้ที่ได้มาจากธุรกิจของครอบครัว ได้ต่อยอดให้ “เมธ เฮ้งตระกูล” นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ เกิดไอเดียในการสร้างธุรกิจของตัวเอง จนกลายเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องหนังลักชัวรี่ที่มาแรง สู่ระดับโลก

เมธ หรือที่คนในครอบครัวเรียกกันว่า “นิว” เล่าถึงเส้นทางธุรกิจของตัวเองว่า ที่บ้านคุณพ่อ คุณแม่ (สุเทพ-ณัฐรา เฮ้งตระกูล) ทำโรงงานผลิตเครื่องหนัง ให้กับแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ นิว เป็นลูกคนเดียวจึงโตมากับเครื่องหนัง ได้เรียนรู้และรู้จักหนังประเภทต่างๆ แต่ที่บ้านก็ไม่ได้บังคับว่าจะต้องมาทำงานที่บ้าน พอจบโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ก็ไปเรียนต่อไฮสคูล ที่โรงเรียนเชอร์บอร์น ประเทศอังกฤษ และมาจบปริญญาตรี สาขาชีววิทยา ที่ Rollins College ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ด้วยความที่สนใจด้านธุรกิจ พอจบกลับมา ก็มาเรียนต่อที่สถาบันบัณฑิต ศศินทร์บริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ทำงานเป็นแบรนด์เมเนเจอร์ บริษัทไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) ดูแลเรื่องวางนโยบายแบรนดิ้งอยู่ 2 ปี ระหว่างนั้นก็รู้สึกว่า ตัวเองอยากทำแบรนด์ของตัวเอง เลยวางแผนตั้งแบรนด์เครื่องหนังเมธธีค (Mettique) ในปี 2553 ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบ และผลิตด้วยมือจากช่างผู้ชำนาญ เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพสู่ระดับโลก

“ผมทำการบ้านเยอะเลยครับ ต้องวางแพลนว่า จะทำอย่างไรให้แบรนด์ของเราแตกต่างจากคนอื่น โดยมีคอนเซปต์ ที่เน้นผลิตด้วยมือจริงๆ 100% ซึ่งข้อดีของการเย็บด้วยมือ คือ สวยกว่าและทนทานกว่า แล้วผมก็เสาะหาโรงฟอกหนังที่ดีที่สุด ซึ่งทำให้กับแบรนด์ชื่อดัง อย่าง แอร์เมส, หลุยส์ วิตตอง, ซัลวาทอร์เร เฟอร์รากาโม อยู่ที่สิงคโปร์ มาฟอกให้เราด้วย หนังของเราเอามาจากอิตาลี พร้อมศึกษาตลาด คิดว่าเทรนด์ลักชัวรี่ จะโฟกัสไปที่งานฝีมือ และคุณภาพ และเชื่อว่าอีก 10 ปี เทรนด์เครื่องหนัง Craftsman จะมา ซึ่งคนไทยเรายังติดแบรนด์ โลโก้ แต่ต่างประเทศเขาไม่ได้สนใจ ชอบหาสิ่งที่หาที่อื่นไม่ได้ ซึ่งทางเราได้ทำ อย่าง กระเป๋านกกระจอกเทศ ที่ไม่มีรอยเย็บใบเดียวของโลก ซึ่งเราใช้เทคนิคการทำเช่นเดียวกับ กล่องใส่ซิการ์” นิว สาธยายถึงธุรกิจของเขา

เมื่อได้ก้าวมาเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง นิว เล่าว่า ลุยทำคนเดียวตั้งแต่ศูนย์ถึงสิบ ทั้งดีไซน์แบบเอง หาช่างผู้ชำนาญ รวมทั้งดูเรื่องการตลาด แบรนด์เมธธีค ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในระยะเวลา 4 ปี เริ่มต้นจากร้านเพียง 9 ตารางเมตร มาเป็น 39 ตารางเมตร และร้านปัจจุบันที่ชั้น 2 เกษรพลาซ่า พื้นที่ 66 ตารางเมตร ซึ่งการก้าวกระโดดของแบรนด์เมธธีคนั้น มาจากการออกแบบที่คลาสสิก ใช้วัตถุดิบ (หนัง) ที่มีคุณภาพ และมีการตัดเย็บด้วยเทคนิคที่ดีที่สุด

“ในการทำธุรกิจ ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จ ผมว่า เราต้องศึกษาจริง รู้จริง ต้องคิดเสมอว่า ลูกค้าที่เข้ามานั้นมีความรู้ เพราะฉะนั้น เราและพนักงานของเราก็ต้องมีความรู้ในสินค้าเป็นอย่างดี และสามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้ ส่วนจุดที่ยากในการทำงานคือ เรื่องคน ทั้งเรื่องช่าง และพนักงาน การดูแลเขา เราก็ต้องให้ใจ ผมชอบที่จะดูแลกันเหมือนครอบครัว คนเราถ้ามีความสุข ทำงานก็จะมีความสุขครับ” ...นี่เป็นเคล็ดลับความสำเร็จของผู้บริหารหนุ่มคนนี้.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement