พาร์กินสัน สารพัดโรครุม! ขอพลังช่วย อดีตฮีโร่แชมป์โลก 'ชาติชาย เชี่ยวน้อย' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พาร์กินสัน สารพัดโรครุม! ขอพลังช่วย อดีตฮีโร่แชมป์โลก 'ชาติชาย เชี่ยวน้อย'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.พ. 2559 05:30
22,419 ครั้ง


หากพูดถึงยอดมวยของไทยที่ก้าวไกลสู่แชมป์โลก หลายคนอาจจะนึกถึง “ซ้าย ทะลวงไส้...เขาทราย แกแล็คซี่” เพราะเป็นยอดมวยที่คนสมัยนี้รู้จัก แต่หากย้อนกลับไปนานกว่านั้น ผู้คนในอดีตจะนึกถึง "โผน กิ่งเพชร" และ อีกชื่อที่ตราตรึงคือ... “ชาติชาย เชี่ยวน้อย” หรือ ชื่อจริง นริศ เชี่ยวน้อย 

ในตอนนี้ “อาสาม ไทม์แมชชีน” แห่ง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาคุณผู้อ่านย้อนเวลาไปในช่วงความยิ่งใหญ่ของ “ชาติชาย เชี่ยวน้อย” ฮีโร่ในใจใครหลายคน ที่ ณ วันนี้เขามีอายุถึง 73 ปีแล้ว แต่กลับต้องป่วยหนัก เผชิญชีวิตฟันฝ่าสู้กับสารพัดโรคร้ายที่รุมเร้า นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี หลังร่างกายต้องกรำศึกบนสังเวียนผ้าใบมายาวนานกว่า 20 ปี เพื่อไม่ให้เขากลายเป็นเพียง อดีตขวัญใจชาวไทย ที่เลือนหายไปจากความทรงจำ ตามเขี้ยวเล็บที่ผุกร่อน ไปตามกาลเวลา 

ย้อนตำนานฮีโร่ นักมวยผู้ยิ่งใหญ่ชาวเมืองกรุงฯ

นริศ เชี่ยวน้อย เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2485 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 9 คน ของ ร.ต.ต.สุจิต และนางรักสอาด เชี่ยวน้อย ภรรยาชื่อ นางสิรินทร เชี่ยวน้อย มีบุตร-ธิดา 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน

หลังจากจบ ป.4 จากโรงเรียนวัดเครือวัลย์ ก็ออกมาช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ได้หัดต่อยมวยมาตั้งแต่เด็ก แต่มาเริ่มชกมวยสากลครั้งแรกในวัย 14 ปี ในงานกีฬาโรงเรียน หลังจากนั้นก็เริ่มชกจริงจังให้กับ ค่ายลูกวังเดิม ซึ่งอยู่หลังวัดใหม่พิเรนทร์ เขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี โดยการชกครั้งแรก ชนะน็อกยก 2

หน้าไหนก็ไม่กลัว

จากเด็กหาบน้ำ...สู่เส้นทางสังเวียนเลือด

ชาติชาย มีสไตล์การชกที่ดุดัน ท้าชนทุกคนไม่ว่าหน้าไหน เขาเดินสายชกมวยทั้งในและต่างประเทศ​มากกว่า 50 ไฟต์ รวมทั้งเอาชนะคะแนน “ชันวาตอเร เบอร์รูนนี” แชมป์โลกชาวอิตาลี ผู้ได้แชมป์จาก “โผน กิ่งเพชร” แชมป์โลกคนแรกของไทย ในการชกนอกรอบด้วย

ชาติชาย เคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร “ผู้หญิง” ปักษ์หลัง ฉบับเดือน กันยายน 2535 ว่า “เข้ามาวงการมวยเพราะ พี่ชายเป็นนักมวยเก่า เห็นเขาซ้อมก็อยากซ้อมบ้าง แรกๆ อยู่ค่ายมวย “ลูกวงเดิม” ที่โพธิ์สามต้น วัดใหม่พิเรนทร์ มีนักมวยซ้อมอยู่ในค่ายเป็นร้อยๆ คน ซ้อมไปซ้อมมาเหลือผมอยู่คนเดียว”

....ชาติชายในวัยกลางคนเริ่มเล่าชีวิตถึงหนหลัง เมื่อครั้งประสบความสำเร็จ ได้แชมป์โลกมาแล้ว 3 สมัย

เขาย้อนอดีตตนเองต่อไปว่า พอดีได้รู้จักกับวิเชียร ศุภสมุทร เพื่อน ม.ล.สุทัศน์ ศุประดิษฐ์ เจ้าของค่ายมวย “แหลมฟ้าผ่า” แต่เขาเห็นว่าผมเป็นเด็กกะโปโล ก็เลยหันมารับจ้างขึ้นต้นหมาก หาบน้ำ ชีวิตตอนนั้นค่อนข้างลำบาก

นักมวยในตำนานที่หากินที่แดนอาทิตย์อุทัย

ยอดมวยของโลก เล่าว่า ได้ขึ้นสังเวียนครั้งแรกตอนอายุ 14 ปี และชกให้กับโรงเรียนดำเนินศึกษา แต่พอเข้ารอบแล้วไปขึ้นชั่งน้ำหนัก ปรากฏว่าไม่ผ่าน เนื่องจากน้ำหนักน้อย ตอนนั้นเขาชั่งกันครั้งเดียว เพิ่ม-ลด ทีหลังไม่ได้ กระทั่ง ม.2 ได้มีโอกาสตาม สฤษฎน้อย ลูกพระกิจ ไปชิงแชมป์ที่ญี่ปุ่น เขาก็ให้ผมเป็นคู่ซ้อม ชกไปชกมาก็เลยดัง! เพราะผมไปเป็นคู่ซ้อมให้กับ “ซารายา โอด้า” นักมวยญี่ปุ่น

“ตอนขึ้นชกมวยครั้งแรก ได้เงิน 50 บาท ดีใจมากๆ เมื่อก่อนปีนต้นตาลได้ทะลายหนึ่งแค่ 50 สตางค์...กระทั่ง มีโอกาสได้ไปชกชนะมือวางอันดับ 8 ของญี่ปุ่น จากนั้นก็ไปเจอแชมป์ของญี่ปุ่น คือ ฟูกูโมโต้ เกิดไปชนะน็อกยก 2 คราวนี้ดังที่ญี่ปุ่น”

หลังจากเก็บประสบการณ์ สะสมฝีมือ ในปี พ.ศ.2505 ชาติชาย ก็ได้แชมป์แรกในชีวิต ด้วยการชกชนะคะแนน ฟรีโม ฟามีโร นักมวยฟิลิปปินส์ ถึงกรุงมะนิลา โดยได้เงินรางวัลกว่า 4 แสนบาท เส้นทางของแชมป์โลกเริ่มสดใสขึ้นเรื่อยๆ กระทั่ง ได้ขึ้นชิงแชมเปียนโลกรุ่นฟลายเวต กับนักชกชาวอังกฤษชื่อ “วอลเตอร์ แม็กโกแวน” นักชกเลือดวิสกี้ ก็สามารถเอาชนะน็อกได้ เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2509 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก โดยการชกครั้งนี้ “ชาติชาย” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ​ให้เข้าเฝ้าฯ ก่อนชก และในวันชก ในหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานและทอดพระเนตร

หลังจากได้แชมป์โลกสมัยแรก ก็ได้ขึ้นป้องกันแชมป์ครั้งแรก วันที่ 26 กรกฎาคม 2510 ชนะน็อก พันธุ์ทิพย์ แก้วสุริยะ ยก 3 ที่ อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก, ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 วันที่ 19 กันยายน 2510 ชนะน็อก วอลเตอร์ แม็คโกแวน (อังกฤษ) ยก 7 ที่ ลอนดอน, ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3 วันที่ 28 มกราคม 2511 ชนะน็อก แอฟเฟรน ทอร์เรส (เม็กซิโก) ยก 13 ที่ เม็กซิโก, ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4 วันที่ 10 พฤศจิกายน 2511 ชนะคะแนน เบอร์นาเบ้ วิลลาแคมโป (ฟิลิปปินส์), เสียแชมป์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2512 แพ้น็อก แอฟเฟรน ทอร์เรส (เม็กซิโก) ยก 8 ที่ เม็กซิโก

กอดแก้วตาดวงใจ

จากนั้น ก็กลับมาเป็นแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต WBC ปี 2513 เข้าชิงวันที่ 20 มีนาคม 2513 ชนะคะแนน แอฟเฟรน ทอร์เรส (เม็กซิโก) ที่อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก, เสียแชมป์ 7 ธันวาคม 2513 แพ้น็อก เออร์บิโต้ ซาลาวาเรีย (ฟิลิปปินส์) ยก 2 ที่ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก

แชมป์โลกรุ่นฟลายเวต WBA ครั้งที่ 3 ในช่วง ปี 2516-2517 เข้าชิงวันที่ 2 มกราคม 2516 แพ้น็อก มิซาโอะ โอบะ (ญี่ปุ่น) ยก 12 ที่ ญี่ปุ่น ชิงวันที่ 17 พฤษภาคม 2516 ชนะน็อก ฟริต เซอร์เวต (สวิตเซอร์แลนด์) ยก 5 ที่ อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก, ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1 วันที่ 27 ตุลาคม 2516 ชนะคะแนน ซูซูมุ ฮานากาตะ (ญี่ปุ่น) ที่ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก, ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 วันที่ 27 เมษายน 2517 ชนะคะแนน ฟริต เซอร์เวต (สวิตเซอร์แลนด์) ที่ สวิตเซอร์แลนด์ และ เสียแชมป์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2517 แพ้น็อก ซูซูมุ ฮานากาต้า (ญี่ปุ่น) ยก 6 ที่ ญี่ปุ่น (ชาติชายถูกปลดก่อนหน้านี้เพราะทำน้ำหนักไม่ผ่าน)

หลังจากจบชีวิตบนสังเวียนผ้าใบ “ชาติชาย” ก็หันมาเอาดีกับการทำสวน และมีกิจการหลายอย่าง อาทิ สหกรณ์แท็กซี่, อู่ซ่อมรถยนต์, ออกเงินกู้, เลี้ยงปลานิล, หุ้นส่วนของร้านขายรถยนต์แห่งหนึ่ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ก็ได้ลูกชายคนโต ดูแลกิจการร้านอาหารเล็กๆ ส่วนลูกชายคนรอง ก็ยังสานต่อกิจการเต็นท์ขายรถมือสอง อยู่แถว ถ.รามอินทรา

4 พี่น้อง อันเป็นที่รักของชาติชาย เชี่ยวน้อย
ยกเป็น “มาร์เซียโนน้อยแห่งเอเชีย”

ชาติชาย เป็นมวยที่มีรูปร่างเล็ก แต่มีจิตใจห้าวหาญ ไม่กลัวใครหัวใจเกินร้อย เรียกว่าเดินหน้าท้าชนไม่หยุด จึงทำให้แฟนๆ มวยชื่นชอบ ที่สำคัญ เขายังเดินสายไปชกต่างประเทศทั่วโลก มีสถิติการชกมากมายจนได้รับฉายาจาก “แนต แฟลเชอร์ บรรณาธิการนิตยสารเดอะริง ว่า “มาร์เซียโนน้อยแห่งเอเชีย” ฉายานี้มาจาก “ร็อกกี้ มาร์เซียโน” แชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นมวยร่วมสมัย

เอกลักษณ์ของ “ชาติชาย” คือ เขาจะใส่กางเกงที่ปักอักษรคำว่า “BOY” ซึ่งเป็นชื่อลูกชายคนแรก คือ “จรัลโรจน์ เชี่ยวน้อย” แม้ต่อมาจะปักคำว่า “BLE” ซึ่งเป็นชื่อลูกชายคนที่สอง “สัญชัย เชี่ยวน้อย” แต่คนทั่วไปจะติดตากับคำว่า BOY มากกว่า

ชีวิตครอบครัว ชาติชายแต่งงานกับ นางสิรินทร เชี่ยวน้อย (อู๊ด) มีบุตร-ธิดา 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน ประกอบด้วย 1. นายจรัลโรจน์ เชี่ยวน้อย (บอย) 2. นายสัญชัย เชี่ยวน้อย (เบิ้ล) 3. นางอนุตรา ฉายโอภาส (บี) และ 4. นางนริศรินทร์ สิทธิศักดิ์ (บุ๋ม)

ตัดกลับมาภาพปัจจุบัน ณ ปี พ.ศ.2559 อดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ ต้องเผชิญกับหลายโรครุมเร้า ทั้ง พาร์กินสัน ไทรอยด์ ต่อมลูกหมากโต ติดเชื้อในปอด โดยมี ภรรยาและลูกสาว คอยดูแลด้วยความห่วงใย อยู่ไม่ห่างกาย แม้ต้องแบกภาระค่ารักษา ถึงเดือนละกว่า 50,000 บาท ก็ตาม...

ถ่ายกับเจ้าตูบ
ลูกสาวเผยพ่อกำลังป่วย ค่ารักษาเดือนละ 5 หมื่น ได้เงินช่วยเดือนละ 1 หมื่น 

"อาสาม ไทม์แมชชีน" แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ นางอนุตรา ฉายโอภาส ลูกสาวคนที่ 3 ของ ชาติชาย เธอได้เล่าว่า ตอนนี้คุณพ่อ ยังคงมีอาการติดเชื้อที่ปอด ทางเดินปัสสาวะ และทางเดินหายใจ แต่เชื้อที่ได้รับมายังไม่มาก แต่คุณหมอก็ยังฆ่าเชื้อไม่หมด ยังคงรักษาตัวด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อต่อไป ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ส่วนอาการทั่วไป คุณพ่อยังไม่สามารถพูดคุยกับเราได้ แต่คงรู้สึกตัว โต้ตอบได้ เช่น เราเรียกเขา เขาก็จะหันมาเหลียวมอง ยิ้มให้ได้ เป็นต้น ซึ่งถือว่าดีขึ้นกว่าตอนที่นำตัวมารักษา เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ

“ค่าใช้จ่ายรายเดือน ต้องใช้เงินประมาณ 5 หมื่นบาท เพราะพ่อป่วยหลายโรค ต้องจ้างคนมาดูแล เช่น suction (ดูดเสมหะ) การให้อาหารทางหน้าท้อง นอกจากนี้ ยังมีโรคประจำตัว คือ พาร์กินสัน ไทรอยด์ ต่อมลูกหมากโต ภาพรวมถือว่าลำบากอยู่เหมือนกัน เพราะจริงๆ แล้วคุณพ่อป่วยต่อเนื่องมา 3-4 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2555 เงินที่ได้รับการช่วยเหลือ ได้รับจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เดือนละ 1 หมื่นบาท ทางเดียว”

ส่วนอาการสมองฝ่อ เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2554 เนื่องจากคุณพ่อผอมมาก ตอนนั้นอาศัยอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ แล้วจู่ๆ ก็เริ่มไม่โต้ตอบ พูดน้อยลง พูดติดขัด หรือพูดซ้ำๆ ตอนนั้นเราได้ไปเยี่ยมคุณพ่อก็เริ่มเห็นอาการ ก็เลยนำคุณพ่อกลับมารักษาที่กรุงเทพฯ

ปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง พระราชทานชื่อให้ 

ลูกสาวฉายภาพคุณพ่อซึ่งเป็นฮีโร่ของคนไทยให้ฟังว่า “เด็กๆ คุณพ่อก็เล่าให้ฟังตลอด เรื่องการชกมวยในไทยและในต่างประเทศ แต่ที่พูดอยู่เสมอก็คือความประทับใจที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ในหลวง หรือ ในหลวงได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันชกมวยของคุณพ่อ ขณะที่ตัวเราเองก็รู้สึกประทับใจคุณพ่อเป็นที่สุด ตอนคุณพ่อได้แชมเปียนโลก โดยชกกับ “แอฟเฟรน ทอร์เรส” หลังจากชนะ ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านได้พระราชทานชื่อให้ คือ “อนุตรา” แปลว่า “ดียิ่ง” ซึ่งรู้สึกปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

อย่างไรก็ดี นางอนุตรา ได้ฝากกับทีมข่าวฯ ว่า ตอนนี้เธอกำลังต้องการหาเงิน เพื่อนำมาใช้จ่าย โดยประสงค์ที่จะขายบ้านพร้อมที่ดิน ที่ จ.เชียงใหม่ หากผู้ใดสนใจก็สามารถติดต่อได้ โดยฝากเรื่องไว้กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ reporter.thairath@gmail.com 

อดีตแชมป์โลกเจ้าของฉายา ซ้ายทะลวงไส้ คารวะด้วยใจ ยกย่องเป็นแชมป์โลกนักสู้หัวใจเกินร้อยในตำนานฟ้าเมืองไทย เตรียมเสนอให้การช่วยเหลือ 

เขาทราย ยกย่อง เขาคือนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานอีกคน  

ด้าน เขาทราย แกแล็คซี่ แชมเปียนโลก รุ่นจูเนียร์แบนตัมเวต ของสมาคมมวยโลก WBA ขวัญใจชาวไทยอีกคน กล่าวถึง แชมป์โลกรุ่นพี่ว่า เป็นมวย บู๊ ดุดัน ไม่เคยกลัว และจะใช้หมัดโอเวอร์เฮดได้ดี หัวใจเกินร้อย พี่เขาเป็นรุ่นก่อนผมเยอะ เราเองก็ได้เห็นลีลาของพี่เขามาบ้าง เพราะเราต่อยมวยสากลเหมือนกัน อย่าง เวนิส บ.ข.ส. เจ้าของฉายา ซ้ายพญายม ส่วนแสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ เราก็ได้ดู

ในมาดใส่สูท หลังประสบความสำเร็จ

"ผมกับพี่เขา ก็มีสไตล์ที่แตกต่างกัน ของผมเป็นพวกซ้ายทะลวงไส้ ชอบสไตล์นี้ แต่พี่เขา ออกแนวบู๊ ดุดัน หัวจิตหัวใจเกินร้อย เพราะการที่ไปหากินอยู่ที่ญี่ปุ่นได้ ถือเป็นเรื่องไม่ง่าย ให้ผมไปทำแบบเขาก็คงทำไม่ได้ ตอนเราไปชกที่ญี่ปุ่น เราก็ไม่ได้ไปอยู่ที่นั่น เราซ้อมที่เมืองไทย จะชกก่อน 1 สัปดาห์ค่อยบินไป แต่ชาติชายเขาชกอาชีพอยู่ที่นั่น"

เขาทราย ยังรำลึกความหลังว่า ตอนนั้นผมไปที่ญี่ปุ่น มีบ้างที่ต้องไปซ้อมค่ายมวยของคู่ชก ใครจะมาดูเราซ้อมเราก็ไม่สนใจ ซึ่งการต่อยในญี่ปุ่น หากไม่ชนะขาด หรือ น็อก เราก็มีโอกาสที่จะแพ้ได้ "แต่ผมต่อยกับเกาหลี หรือ ญี่ปุ่น ไม่เคยชนะผม" เขาทรายพูดอย่างทระนง

ชาติชายเขาคือนักสู้ในตำนานถึงแม้จะแพ้ แต่ก็สามารถกลับมาทวงแชมป์ได้ 2-3 ครั้ง ซึ่งแบบนี้ไม่มีใครทำได้มาก่อน ความเป็นนักสู้ของเขา ไม่ได้มีแค่บนเวที แต่เขายังสู้กับตาชั่งด้วย เพราะเขาเคยลดน้ำหนักก่อนขึ้นชกเยอะมาก จาก 135 ปอนด์ มาเหลือ 112 ปอนด์ ซึ่งเป็นผมก็ทำไม่ได้

ถ่ายภาพกับคู่ชีวิต

"สุดท้าย หากจะพูดถึงชาติชาย เชี่ยวน้อย ผมจะนึกถึงเกียรติประวัติที่เขาสร้างให้กับวงการมวยสากลของไทย เพราะทุกคนต้องรู้จัก โผน กิ่งเพชร แล้ว ก็มาชาติชาย เชี่ยวน้อย"

เขาทราย แกแล็คซี่ ได้กล่าวทิ้งท้ายกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า โดยปกติแล้ว หากอดีตนักมวยที่เป็นแชมป์โลก หากมีอาการป่วย ก็จะมีเงินในการช่วยเหลือจากสมาคม แต่ในส่วนของ "ชาติชาย เชี่ยวน้อย" นั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบเรื่อง ว่ากำลังป่วยหนัก อย่างไรก็ดี ล่าสุด มีการก่อตั้งชมรมนายขนมต้ม ที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักมวย ตนจะนำเรื่องนี้เสนอไปยังสมาคมฯ เพื่อช่วยเหลือต่อไป...

อาสาม ไทม์แมชชีน ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    30.6%
  • ไม่ชอบ
    2.3%
  • สนุก
    1.5%
  • ประหลาดใจ
    1.1%
  • เสียใจ
    1.5%
  • ให้กำลังใจ
    63.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement