คสช.-รบ.เมิน ไม่เจรจา'ทักษิณ' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คสช.-รบ.เมิน ไม่เจรจา'ทักษิณ'

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ก.พ. 2559 08:08
5,202 ครั้ง


‘ไก่อู’เฉ่งยับนักโทษหนีคดี พท.อัดกลับปากหาแต่ศัตรู

รัฐบาล-คสช.ไม่รับมุก “ทักษิณ” ออกปากชวนเจรจา เพื่อเดินหน้าประเทศ “ไก่อู” สับสำคัญตัวเองผิด ลั่นตลกร้ายคนโกงมาขอร่วมร่าง รธน.ฉบับปราบโกง ยัน คสช.ไม่คุยกับนักโทษหนีคดีไร้เครดิต “บิ๊กเจี๊ยบ” ชี้ผู้รักษากฎหมายคุยกับคนติดคดีไม่ได้ พท.สวนทันควันโฆษกรัฐแกว่งปากสร้างศัตรู สวดขบวนการฉีกทำลาย รธน.ยังกล้าอ้างหรูเขียนกติกาเป็นประชาธิปไตย “นพดล” โต้นายใหญ่หวังดี ปัดตั้งเงื่อนไขต่อรองเพื่อตัวเอง “ปึ้ง” จวกเล่นไพ่สองหน้าซ่อนอำนาจเผด็จการทหารหลัง รบ.จากการเลือกตั้ง ปชป.บี้ กรธ.ลบ 3 ปมสืบทอดอำนาจ ฝืนเขียนบังคับใช้ รธน.สองระยะ เสี่ยงวิกฤติหนักกว่าเดิม เย้ย “แม้ว” อยากให้ชาติสงบจริงต้องกลับเข้ากระบวนการยุติธรรมก่อนคุย “นิพิฏฐ์” เอาด้วย ตั้งคณะกรรมการถกลดไฟขัดแย้ง กรธ.เสียงแข็งไม่ตามใจ ครม.ถ้าขัดหลักการ

จากกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวต่างประเทศวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลจัดฉากร่างรัฐธรรมนูญเพื่อคืนไปสู่ประชาธิปไตย และประกาศพร้อมจะเจรจา เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ล่าสุด ตัวแทนรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า ในฐานะเป็นผู้รักษากฎหมาย ไม่สามารถจะเจรจากับผู้กระทำความผิดหลบหนีคดีได้

“ไก่อู” อัดตลกร้ายคนโกงขอร่วมร่าง รธน.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ก.พ. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเสนอให้เปิดโต๊ะเจรจาระหว่างกลุ่มการเมืองทุกกลุ่ม เพื่อวางกรอบรัฐธรรมนูญว่า ประเทศไทยเป็นของทุกคน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มุ่งมั่นปกป้องประชาชน การเรียกร้องเจรจาจนกลุ่มการเมืองทุกกลุ่มพอใจร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการสำคัญตนเองผิด คิดว่านักการเมืองสำคัญกว่าประชาชน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและการใช้กำลังก่อความวุ่นวาย ล้วนมีนักการเมืองใหญ่บางคนเป็นต้นเหตุ การเรียกร้องเช่นนี้ถือเป็นตลกร้ายที่ยอมรับไม่ได้ การร่างรัฐธรรมนูญเพื่อปราบคนโกง ไม่ควรให้คนโกงมาร่วมร่างหรือเจรจาจนคนที่เคยโกงพอใจ

คสช.ไม่คุยกับคนผิดหนีคดีไร้เครดิต

พล.ต.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า รัฐบาลพร้อมพูดคุย รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนที่มีเจตนาดีต่อบ้านเมือง เสนอข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ให้ประเทศเดินหน้า รวมทั้งจากนายทักษิณ หากนายทักษิณซึ่งยังเป็นนักโทษหนีคดีกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยอมรับอำนาจตุลาการเหมือนประชาชนทั่วไป ที่กระทำผิดแล้วยอมรับผลคำตัดสินของศาล ถ้านายทักษิณยังคงปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม ยังถือว่าเป็นบุคคลที่ไร้เครดิตความน่าเชื่อถือ เพราะพยายามทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย การจะมาเสนอแนวทางเพื่อร่างกฎหมาย จึงเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น และไม่อาจยอมรับได้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปคุยกับคนทำผิดไม่ได้ ไม่ใช่บรรทัดฐานของประเทศที่มีอารยะ

โต้ “แม้ว” อย่าระแวงเกินเหตุ

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีสื่อนำเสนอคำให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ระบุว่า รัฐบาลทหารของไทยกำลังทำให้เศรษฐกิจเปราะบางของประเทศตกอยู่ในอันตรายด้วยแผนประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ว่า การมีระบบและกติกาที่ดีมีระบบถ่วงดุลตรวจสอบที่มีความน่าเชื่อถือ น่าจะเป็นตัวเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจมากกว่า ส่วนที่ระบุว่าจะเป็นการจำกัดอำนาจของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและรักษาอิทธิพลของนายพลทหารเอาไว้ อาจเป็นเพียงความรู้สึกเชิงหวาดระแวง ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าจะรักษาอิทธิพลเอาไว้ให้ใครตามที่กล่าวถึง เชื่อว่ารัฐธรรมนูญนี้ไม่มีซ่อนเงื่อนใดๆ รวมถึงอำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในกลุ่มบุคคลหนึ่งคนใด หรือกลุ่มบุคคลบางคนเหนือนายกฯขึ้นไป คนส่วนใหญ่ยังมั่นใจว่าอำนาจอธิปไตยยังอยู่กับประชาชน

เมินเสวนากับนักโทษติดคดี

ที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แสดงท่าทีพร้อมเจรจากับรัฐบาล และวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่เห็นผ่านตาแล้วเมื่อเช้าวันที่ 22 ก.พ. ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎกติกา หากคุยได้ก็คุย ถ้ายังติดคดีหรือมีปัญหารัฐบาลในฐานะผู้รักษากฎหมายไม่น่าจะคุยได้ คิดว่าท่านอยากคุย แต่หากคิดง่ายๆ ตำรวจคงคุยกับผู้ที่ติดคดีอยู่ลำบาก ต้องเข้าใจในจุดนี้ จริงๆมีผู้แทนจำนวนมากที่จะพูดคุย เวทีมันเปิดหลายเวที จะทำอย่างไรก็ได้ หรือส่งข้อความมาให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญ เมื่อมอบสิทธิให้คนกลุ่มหนึ่งร่างแล้วต้องยอมรับ คนที่ทำหน้าที่มีวุฒิภาวะ มีความรู้ ต้องเลือกสิ่งดีๆให้กับส่วนรวม

สวดวิจารณ์โจมตีสาวไส้ให้กากิน

เมื่อถามว่า การวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญจะส่งผลเป็นภาพลบต่อประเทศหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า แล้วแต่คนคิด ทุกคนวิจารณ์ได้หมด พูดอะไรที่ดีรับได้ แต่ถ้าเราไปถ่วงกันไว้ ดึงกันไปมาเหมือนสาวไส้ให้กากิน ยิ่งเกิดผลเสีย เราต้องมองจุดร่วมและผลประโยชน์ของประเทศชาติ พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า เมื่อเดินหน้าตามโรดแม็ปเสร็จสิ้นแล้ว ประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยนั้น ยืนยันเราเดินหน้าตามโรดแม็ปแน่นอน ต้องมีวิธีที่ให้พบกันได้ ส่วนข้อเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญข้อที่ 16 ของรัฐบาลที่หลายฝ่ายยังไม่เข้าใจ จะต้องประชุมแม่น้ำ 5 สาย เพื่อทำความเข้าใจหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกฯ ข้อถกเถียงต่างๆเป็นประชาธิปไตยดีแล้ว แต่ประชาธิปไตยต้องมีการสรุป ถ้าไม่สรุปจะไม่พบกันครึ่งทาง ทุกคนต้องยอมรับในกฎกติกา อย่างไรก็ตาม อำนาจทั้งหมดอยู่ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่าจะร่างตามที่เสนอหรือไม่ และสุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ควรเสนอความเห็นให้เป็นเรื่องเป็นราวให้มากๆ ไม่ใช่มาประท้วงกดดัน

“บิ๊กโด่ง” ชวนคนออกมาลงประชามติ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่วัดพิชยญาติการามวรวิหาร กทม. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องร่างรัฐธรรมนูญว่า จะมีการเชิญชวนให้ประชาชนออกมาลงประชามติ ทุกคนมีหน้าที่ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความเข้าใจในมาตราต่างๆ ถ้ามีข้อคิดเห็น กรธ.พร้อมรับฟังและพร้อมปรับบางสิ่งบางอย่างให้เหมาะสม ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมทำความเข้าใจในสิ่งดีๆเหล่านี้ เพื่อเดินหน้าให้เกิดการเลือกตั้งตามขั้นตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้วางไว้ เมื่อถามถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเปิดใจว่า ร่างรัฐธรรมนูญของตนถูกคว่ำเพราะอยากอยู่ยาว พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายบวรศักดิ์ โดยภาพรวม กรธ.ก็พยายามที่จะดำเนินการ รัฐบาลอยากให้ประชาชนได้ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญและมองในแง่ดีเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้

รัฐดัน 6 แนวยุทธศาสตร์ชาติ

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงแนวคิดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รัฐบาลว่า การนำแนวทางการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ของแผนในทุกบริบทมาแปลงไปสู่แผนปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม มีแนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.เสริมสร้างและเพิ่มพูนบทบาทการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จัดทำแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับมิติของงานในภารกิจรับผิดชอบตามนโยบายของรัฐบาล ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน มีความเป็นเอกภาพ ไม่แบ่งแยก ไม่นำเรื่องการเมืองหรือพรรคการเมืองมาแบ่งแยกคนในชาติให้ขัดแย้งอีกต่อไป 2.กำหนดแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแผนฯ ฉบับที่ 12 3.พิจารณาปรับปรุงและพัฒนาข้อกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้สัมฤทธิผลในทางปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ 4.วิเคราะห์และเสริมสร้างพัฒนาองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้เพื่อการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพ และขยายผลความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมแก่สาธารณชนให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง 5.มีระบบการติดตามประเมินผลและสร้างดัชนีตัวชี้วัดความสำเร็จของการดำเนินงาน 6.พัฒนาระบบฐานข้อมูลในทุกด้านของแผนยุทธศาสตร์ให้ทันสมัย

กรธ.ไม่ตามใจ ครม.ถ้าขัดหลักการ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.ได้พิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว 5 หมวด วันที่ 23 ก.พ. จะเริ่มที่หมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และคาดว่าปลายสัปดาห์จะเริ่มเนื้อหาในหมวดการเมืองได้ สำหรับข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะข้อ 16 ให้แบ่งช่วงบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2 ช่วง กรธ.ได้พูดคุยเรื่องนี้กันบ้างแล้ว หลายคนยังงงอยู่ว่าคืออะไรและได้สอบถามไปยัง ครม.เพื่อไขข้องข้องใจ เพราะเกรงว่าอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่วนตัวมองว่า ครม.ไม่มีเจตนาให้มีประชาธิปไตยครึ่งใบ ขออย่ากังวลและ กรธ.ก็ไม่ทำตาม หากข้อเสนอแนะนั้นขัดต่อหลักการของเรา หากกังวลว่านั่นคือใบสั่งจาก ครม.ยืนยันเลยว่าไม่ใช่ กรธ.ไม่จำเป็นต้องทำตาม เราทำตามมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวเท่านั้น

พยายามเขียนให้ผ่านประชามติ

นายอมรกล่าวต่อว่า กรธ.พยายามร่างรัฐธรรม-นูญให้ออกมาดีที่สุด ทุกคนยอมรับ สิ่งที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญคือหลักการทั่วไป แต่รายละเอียดยิบย่อยต่างๆจะไปกำหนดในกฎหมายลูก เพื่อลดเสียงวิจารณ์และกระแสต่อต้าน พยายามทำให้ผ่านประชามติง่ายขึ้น กรธ.ทุกคนที่เข้ามาทำงานหวังให้ร่างฉบับนี้ผ่านเพื่อเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลว่าร่างกติกาให้คนทั้งประเทศใช้ ทำให้รัฐธรรมนูญสามารถใช้ไปได้อย่างยาวนานไม่ต้องถูกแก้หรือถูกฉีกบ่อยๆเหมือนที่ผ่านมา เมื่อถามว่า การไปบัญญัติรายละเอียดไว้ในกฎหมายลูกอาจจะถูกมองว่าเป็นการหมกเม็ดหรือไม่ นายอมรกล่าวว่า ไม่ได้เป็นการหมกเม็ด หากใครไม่พอใจตรงไหนก็สามารถยื่นขอแก้ไขได้ กฎหมายลูกสามารถแก้ไขได้ง่ายกว่ารัฐธรรมนูญที่คนบอกว่าแก้ไขได้ยากมาก เราจึงแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้

ซัด “ทักษิณ” ไร้อิทธิพลคว่ำร่าง

นายอมรกล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต่อประเด็นการร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.เปลืองเวลาท้ายที่สุดประชาชนจะไม่ยอมรับว่า ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่นายทักษิณ ออกมาพูดถึงการร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งแรกวิจารณ์ว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญห่วยแตก คำวิพากษ์วิจารณ์ของนายทักษิณไม่มีอิทธิพลถึงขนาดทำให้ร่างรัฐธรรมนูญคว่ำได้ จากการทบทวนประเด็นต่างๆ กรธ.ยิ่งมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบจากประชาชน การออกมาเคลื่อนไหวของนายทักษิณ อาจฟังคนรอบข้างในการดำเนินยุทธศาสตร์มากเกินไป

“ทักษิณ” ต้องออกโรงค้ำครอบครัว

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวว่า การปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องสิทธิชุมชน ประชาชนและสภาองค์กรชุมชนมีข้อเสนอแนะมาจำนวนมาก กรธ.ได้ปรับแก้ตามคำขอเหล่านั้นแล้ว คิดว่าคงจะพอใจเป็นอย่างมาก แต่จริงๆแล้ว กรธ.เขียนสิทธิไว้มาก แต่อาจจะหาไม่เจอเราจึงปรับแก้ให้ชัดเจนมากขึ้น หากข้อเสนอใดมีเหตุผล กรธ.ไม่ขัดข้อง อะไรปรับแก้ได้พร้อมปรับแก้ให้ เรายึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนประเด็นของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขอให้เป็นเรื่องรัฐบาล และ คสช.จัดการกันไปไม่เกี่ยวกับ กรธ. การที่เขาออกมาพูดแบบนั้นเป็นเรื่องธรรมดา หากไม่ออกมาทำอะไรสักอย่างครอบครัวและพรรคเขาคงจะแย่

กำลังใจยังดีแม้ถูกวิจารณ์หนัก

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการ กรธ. กล่าวว่า กรธ.ไม่ได้เน้นปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามคำขอของ ครม.เพียงอย่างเดียว แต่เราฟังข้อเสนอแนะของทุกฝ่าย ส่วนข้อวิจารณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตามหลักประชาธิปไตยสามารถวิจารณ์และแสดงความเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญได้ ไม่ได้บั่นทอนจิตใจ กรธ.เราพยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด จะผ่านหรือไม่อยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศไม่ได้อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง ถึงแม้ว่า กรธ.จะถูกวิจารณ์หนักจากหลายฝ่าย แต่ยืนยันกำลังใจยังดีอยู่ เราไม่ได้เอาอารมณ์มาเป็นใหญ่ ผู้ร่างกฎหมายจิตต้องว่าง ยืนยันว่า กรธ.ไม่ได้ขายชาติแต่มาทำเพื่อชาติ

“วันชัย” เย้ยชาติหน้าก็ไม่ได้กลับ

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ถ้านายทักษิณยังใช้วิธีเล่นการเมืองแบบเดิม คิดว่าชนะเลือกตั้งแล้วจะชนะทั้งหมดคงไม่ได้ ถ้าไม่ปรับปรุงพฤติกรรมตนเอง ชาติหน้าไม่มีทางจะกลับประเทศได้ ต้องกลับมารับโทษตามกระบวนการปกติ แล้วต้องปรับท่าทีบริวารด้วย เพราะรัฐธรรมนูญนี้เน้นปราบโกง ถ้าไม่คัดสรรคนใหม่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ ครั้งนี้ท่าทีคำพูดของนายทักษิณอ่อนลง คงอาจกลัวยิ่งนานวันพลพรรคบริษัทเริ่มถอยห่าง มวลชนจะยิ่งอ่อนลง คนเราต้องรู้จักแพ้บ้าง ถ้าคิดจะชนะตลอดจะแพ้อยู่ร่ำไป การออกมาวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญว่าเพื่อหวังต่อสืบทอดอำนาจ เป็นเพียงการพูดให้ต่างชาติเห็นความเลวร้ายของการรัฐประหารแล้วให้คำพูดตนเองดูดี แต่ถ้าจะพูดอย่างไรแล้วไม่ปรับปรุงตนเองอย่างไรก็แพ้อยู่ดี

พท.ตอก “ไก่อู” แกว่งปากหาศัตรู

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.ต.สรรเสริญ แก้ว-กำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯตอบโต้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยระบุว่า รัฐธรรมนูญมีไว้เพื่อปราบโกงจะให้นักการเมืองโกงร่างเองได้อย่างไรว่า ไม่แปลกใจที่ พล.ต.สรรเสริญออกมาตอบโต้ด้วยท่าทีที่รุนแรง ไม่สนวันโกนวันพระ ที่ควรจะทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส แต่กลับจาริกแสวงหาศัตรูไปเรื่อย แล้วอย่างนี้จะไปปรองดองกับใครได้ สิ่งที่นายทักษิณพูดเพราะเป็นห่วงประเทศไทย ไม่ใช่ยื่นเงื่อนไขเจรจากับคสช. กระบวนการสร้างความปรองดองทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน แต่ถ้ารัฐบาลจะปฏิเสธข้อเสนอนี้ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงก็ไม่มีปัญหา ประชาชนจะได้รู้แจ้งว่ารัฐบาลที่ปากบอกจะปรองดองแท้จริงแล้วเป็นเพียงข้ออ้างจะอยู่ยาว หาประโยชน์บนความขัดแย้งเสียเองใช่หรือไม่ แม้ พล.ต.สรรเสริญจะใช้ วาทกรรมเหยียดหยามเพียงใด แต่ประชาชนทั้งประเทศตัดสินใจได้ว่าอดีตนายกฯมีความเป็นผู้ใหญ่ที่เจตนาดีต่อประเทศชาติ

สับฉีก รธน.ยังกล้าอ้างเขียนกติกา ปชต.

“อย่าไปยกตนเหนือคนอื่นว่าเป็นคนดี คนอื่นเลวหมด อ้างนักการเมืองโกงเป็นแผ่นเสียงตกร่อง แล้วอุทยานราชภักดิ์ เช่าช่วง หักหัวคิว ขุดคลอง อผศ. งบตำบลละ 5 ล้าน สังคมมีคำถาม แทนที่จะทำความโปร่งใสให้ปรากฏ กลับดำเนินคดีปรับทัศนคติกับผู้พยายามตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน การฉีกรัฐธรรมนูญ สมคบคิดกันทำเป็นกระบวนการ ล้มล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน ถือเป็นการปล้น การโกงอำนาจประชาชนหรือไม่ ที่พวกท่านมาอ้างบุญคุณเหน็ดเหนื่อยอยู่ทุกวันนี้ ใครเลือกท่านมา ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง ส่งออกติดลบ การลงทุนจากต่างประเทศลด รัฐบาลแก้ไขอะไรได้บ้างหรือไม่ ที่ตลกร้ายไม่ใช่

ตัวอย่างที่ท่านอ้างมาว่าทีมเชลซีจะแข่งขันกับทีมแมนฯซิตี้ ผู้จัดการทีมเชลซี คงไม่เชิญทีมแมนฯซิตี้ มาร่วมฟังการวางแผนการเล่นด้วย อันนั้นไม่ตลกร้ายเท่ากับพวกที่ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำลายประชาธิปไตย แล้วยังกล้ามาประกาศจะเขียนรัฐธรรมนูญให้เป็นประ-ชาธิปไตย และจะทำให้ประเทศไทยเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุน อันนี้ตลกร้ายที่สุดแล้ว” นายอนุสรณ์กล่าว

ปัดนายใหญ่ตั้งเงื่อนไขต่อรอง

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า สิ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดกับสำนักข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.เพราะห่วงประเทศไทย ไม่ใช่การยื่นเงื่อนไขเจรจากับ คสช. เพราะนายทักษิณไม่ได้เรียกร้องให้ทำอะไรให้ตัวเอง ไม่ต้องการเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งและอยากเห็นการก้าวข้ามความขัดแย้ง การพูดเพื่อแสดงความจริงใจว่าผู้มีอำนาจอย่ากังวลหรือหวาดระแวงว่า จะเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อตัวเอง เนื่องจากกระบวนการสร้างความปรองดองนั้นทุกฝ่ายต้องหันหน้าหากัน เอาประโยชน์ของคนไทยและประเทศเป็นตัวตั้ง นายทักษิณพูดจากใจอดีตนายกฯ ที่เป็นห่วงอนาคตของลูกหลาน และอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตย ก้าวหน้าเป็นสากล จะได้ไม่ฉุดรั้งประเทศและทำให้คนไทยเสียโอกาส

เปรยแค่หนูตัวจ้อยไม่มีพิษภัย

นายนพดลกล่าวว่า หวังว่าผู้มีอำนาจจะรับฟังอย่างมีสติและไม่ตอบโต้ทางการเมืองกลับมาแบบรุนแรง เพราะการพูดเกิดจากความหวังดี เห็นต่างประเทศก้าวหน้าจึงเป็นห่วงคนไทย นายทักษิณเป็นหนูตัวเล็กๆ และคงไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ขอผู้มีอำนาจอย่ากังวล ท่านต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหามากกว่าจะเป็นคนสร้างปัญหา อยากเห็นประเทศมีประชาธิปไตยและเศรษฐกิจที่ดีโดยเฉพาะคนยากคนจนที่มีชีวิตที่ลำบาก

“ปึ้ง” จวกรัฐบาลตีไพ่สองหน้า

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า การที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามออกมาบอกว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามโรดแม็ปคือ ก.ค.60 และพยายามจะทำให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติให้ได้ ทั้งที่ถูกเขียนขึ้นมาให้รัฐบาลใหม่ แทบทำงานไม่ได้ ถูกมัดมือมัดเท้า นายกฯมาจากคนนอกได้และ ส.ว.มาจากการเลือกจากพวกเดียวกัน องค์กรอิสระมีอำนาจเหนือรัฐบาล และ คสช.ยังคงอำนาจเอาไว้ โดยรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ และเป็นไปได้ว่าอีกมุมรัฐบาลพยายามจะไม่ให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ พูดง่ายๆ ว่าเล่นไพ่สองหน้านั่นเอง ถ้าเขียนรัฐธรรมนูญเช่นนี้รัฐบาลทำงานไม่ได้ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนยากลำบากมาก การค้าการลงทุนจากต่างประเทศคงไม่กระเตื้อง เพราะมองออกว่ามีเงาดำทะมึนของอำนาจเผด็จการทหารอยู่ข้างหลังรัฐบาล เหมือนที่เกิดขึ้นมาแล้วในเมียนมา ประเทศไทยคงก้าวไม่พ้นวิบากกรรมอยู่ดี จึงอยากให้พี่น้องประชาชนต้องคิดให้หนัก วิเคราะห์ให้ดี พิจารณาให้รอบคอบ ไม่ควรหูเบาเชื่อคนง่าย ถ้าหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา หลังรัฐธรรมนูญนี้ผ่านประชามติ จะนำพาประเทศดิ่งลงเหวไหลลงคลอง

ปชป.หนุนเสริมแกร่ง รธน.ปราบโกง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึง 5 ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนให้คงไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่า 1.การเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน 2.เข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3.การเพิ่มโทษของผู้กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง 4.การมีบทบัญญัติเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ไม่ชอบ 5.การเข้มงวดเรื่องวินัยการเงินการคลัง

เข็น 3 ข้อห้ามสืบทอดอำนาจ

นายองอาจกล่าวอีกว่า กรธ.ไม่ควรทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย ต้องหลีกเลี่ยงการบัญญัติใน 3 ข้อ คือ 1.สร้างกลไกใดๆให้มีอำนาจเหนือรัฐบาลจากการเลือกตั้ง 2.การสร้างองค์กรหรือกำหนดบทบาทให้เกิดอำนาจแฝง ทั้งในอำนาจการบริหารและนิติบัญญัติ 3.บทบัญญัติที่ส่อเจตนาสืบทอดอำนาจของ คสช. รัฐบาล และบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3 ประเด็นนี้ถูกวิจารณ์มาก หาก กรธ.ต้องการให้ประชาชนยอมรับต้องหลีกเลี่ยง ส่วนข้อเสนอ ครม.ข้อ 16 ที่ให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญ สองระยะ กรธ.ต้องระมัดระวังไม่บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะสังคมวิพากษ์วิจารณ์และเคลือบแคลงกันมาก จะไปห้ามคนไม่ให้คิดไม่ได้ว่าเป็นการต่ออำนาจหรือไม่ เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาของผู้บริหารปรากฏให้เห็นอยู่แล้ว การที่โฆษก กรธ.ออกมาระบุว่าเมื่อสอบถามความเห็นจาก คสช. และ ครม. แล้วต้องการที่จะให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ดังนั้น หากกรธ.ยังไม่ทำให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับของประชาชน อาจจะทำให้เกิดวิกฤติมากกว่าเดิมได้

“ทักษิณ” ต้องเข้ากระบวน ยธ.ก่อนคุย

นายองอาจกล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศวิจารณ์การร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นสิทธิของแต่ละคนตนคงไม่อาจไปก้าวล่วงได้ แต่การออกมาเคลื่อนไหวของนายทักษิณครั้งนี้ คงถือโอกาสกดดันการทำงานของ กรธ.ให้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ตนไม่ทราบว่ามีการต่อรองอะไรหรือไม่ ที่ผ่านมามีการปฏิเสธว่าไม่เคยมีการพบปะกับผู้มีอำนาจ หรือเจรจา ถ้าหากจะมีการพูดคุยกัน หรือนายทักษิณอยากทำให้บ้านเมืองสงบจริงก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเสียก่อนแล้วจะมาพูดคุยอะไรกับใครก็ถือเป็นความชอบธรรมกว่า

“นิพิฏฐ์” เอาด้วยตั้ง กก.ถกลดขัดเเย้ง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลฟังนายทักษิณพูดต้องแยกส่วน ที่วิจารณ์เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ตอบโต้ ถ้าครั้งนี้จะมีการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ตนเอาด้วยสนับสนุน ถึงอย่างไรเป็นคนไทยด้วยกัน การคุยกันต้องอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก กรณีนายทักษิณ การเจรจายากหน่อย เพราะทำผิดถูกออกหมายจับมีคดีติดตัว การเจรจาตัวต่อตัวระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กับนายทักษิณคงไม่ได้ เพราะนายกฯบอกจะไม่เจรจาด้วย เมื่อเบอร์หนึ่งของแต่ละฝ่ายคุยกันไม่ได้ จึงอาจตั้งคณะกรรมการให้เบอร์สาม เบอร์สี่ เบอร์ห้าคุยกันก่อน แต่ทุกฝ่ายห้ามตั้งเงื่อนไขหรือพกคำตอบมาจากบ้าน ต้องเดินจากบ้านมามือเปล่า เช่น นายทักษิณจะพกคำตอบว่าจะกลับประเทศได้หรือไม่ จะกลับมาเล่นการเมืองได้หรือเปล่า เป็นไปไม่ได้ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะรัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่ว่าฉบับไหนห้ามคนถูกลงโทษยึดทรัพย์ลงเล่นการเมือง

“ถาวร” ท้าบริสุทธิ์จริงให้รีบกลับมา

ด้านนายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส.และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นับตั้งแต่นายทักษิณหนีออกนอกประเทศไป ในสายตาคนไทยเกินครึ่งรู้จักนายทักษิณดี เว้นแต่คนไทยบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ขณะที่ในสายตาต่างชาติที่ไม่ได้เงินจากนายทักษิณก็เข้าใจ ส่วนประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับจากต่างชาติหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นายทักษิณ รัฐบาลทหารจึงต้องสร้างความเข้าใจอธิบายให้ได้ว่าประเทศกำลังอยู่ในช่วงปฏิรูปเพื่อไปสู่ประชาธิปไตย แต่สำคัญที่สุดจากที่ คสช.และรัฐบาลทำงานมาปีกว่ายังหลงประเด็นอยู่ เน้นเรื่องปฏิรูปน้อยลง ไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องที่มวลมหาประชาชนเคยเรียกร้องไว้ ต้องร่างกติกาสมบูรณ์สกัดกั้นทุจริตเชิงนโยบาย ต้องปฏิรูปให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง อย่าปล่อยปละละเลยจนเผด็จการสุกงอม แล้วเข้ามาเสวยอำนาจผ่านการรัฐประหาร ขอให้ปรับปรุงแนวคิด อย่าไปคิดว่าทหารเท่านั้นที่รักชาติ คนไทยทุกคนรักชาติไม่แพ้ทหาร ตนไม่กังวลคำพูดของนักโทษหนีคดีที่เป็นโมฆะบุรุษ ถ้านายทักษิณเชื่อมั่นว่าตนเองบริสุทธิ์จริงกลับประเทศมา เลิกคิดเข้าข้างตัวเองเสียทีว่าคนอื่นจะกลัวนายทักษิณกลับมาเล่นการเมือง

สะกิดสังเกตขุมกำลัง “ทักษิณ” ให้ดี

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศแสดงท่าทีพร้อมเจรจากับรัฐบาล คสช. และวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญว่า ถ้าไปดูบทสัมภาษณ์ของนายทักษิณครั้งนี้ส่งสัญญาณให้บริวารและเครือข่ายเตรียมการอย่างเต็มกำลัง ทั้งคดีจำนำข้าวของน้องสาวที่บอกว่าจะเป็นชนวนแตกแยกในปีนี้ รัฐบาลทหารไม่มีทางอยู่ได้ยาวเพราะโลกไม่ต้องการ อย่าไปเสียเวลาตอบโต้ทักษิณ มาตั้งคำถามและข้อสังเกตกันดีกว่าไหมทำไมยึดอำนาจ จะครบ 2 ปีแล้ว คนหนีคดีอย่างทักษิณยังมั่นใจในขุมกำลังอำนาจตนเองจนขอเปิดโต๊ะเจรจา ข้ามประเทศมาแบบนี้

ห่วงเขียนนิรโทษฯคณะรัฐประหาร

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมประกอบ หุตะสิงห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ กลุ่มพลเมืองโต้กลับ จัดอภิปรายวิชาการเรื่อง “องค์กรตุลาการในสถานการณ์พิเศษ” โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ.แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์กล่าวว่า คดีที่ประชาชนฟ้องคณะรัฐประหารแล้วขึ้นสู่ศาล จากอดีตมามีอยู่ 2 ลักษณะ คือ กรณี ผู้เสียหายฟ้องข้อหากบฏกับคดีที่ยื่นฟ้องเพื่อให้ตีความประกาศคำสั่งคณะรัฐประหารว่าขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งสองกรณีล้วนแต่ยกฟ้อง ปัจจัยมาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญกำหนด ให้การกระทำของคณะรัฐประหารไม่มีความผิด ดังนั้น ถ้าจะมีรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัตินิรโทษกรรมให้คณะรัฐประหาร ศาลจะปฏิเสธการตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะรัฐประหารไม่ได้ มิฉะนั้น ประเทศ ไทยจะมีคนกลุ่มหนึ่งไม่ว่าทำอะไรชาตินี้หรือชาติหน้าต้องไม่ถูกตรวจสอบ

“บิ๊กโด่ง” ยิ้ม สตง.ยันราชภักดิ์โปร่งใส

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า คณะกรรมการตรวจสอบชุดต่างๆ ทั้งกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าถูกต้องตามขั้นตอนและไม่มีทุจริต เป็นเรื่องน่ายินดีและสบายใจที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบแล้วว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความถูกต้องทุกขั้นตอน แต่ยังมีบางส่วน เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ต้องการจะตรวจสอบเพิ่มเติม ก็พยายามอยากให้เข้าใจว่า ทาง 3 หน่วยหลัก ได้ตรวจสอบไปแล้วก็น่าจะเพียงพอ เพื่อให้อุทยานราชภักดิ์เดินหน้าต่อไปได้ เพราะขณะนี้ดำเนินการเสร็จเพียงขั้นที่ 1 ส่วนที่ยังค้างอยู่คือการสร้างแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์

“ณรงค์” ชงรื้อภาษีโครงการ สสส.ใหม่

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 23 ก.พ.จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแต่งตั้ง 7 ผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และลงนามแก้ไขระเบียบข้อบังคับ สสส. 15 ฉบับ ได้รายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.แล้ว ผ่านคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้การใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) จะนำไปสู่การพิจารณายกเลิกมาตรการควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณของ สสส.คาดว่าสัปดาห์นี้ นายกฯจะพิจารณาเห็นชอบ นอกจากนี้ได้มอบให้ ทพ.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. หารือกรมสรรพากร ถึงการปรับปรุงการเรียกเก็บภาษีอากรจากการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ ให้เป็นไปแนวทางเดียวกัน เพื่อลดผลกระทบกับภาคี สสส.ที่มีอยู่ 4,184 โครงการ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    28.2%
  • ไม่ชอบ
    29.6%
  • สนุก
    30.1%
  • ประหลาดใจ
    1.8%
  • เสียใจ
    9.9%
  • ให้กำลังใจ
    0.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement