ม็อบพระหายจ้อย ไม่ได้ไปทำเนียบ เลขาศูนย์พิทักษ์ ยันพร้อมพบตร. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ม็อบพระหายจ้อย ไม่ได้ไปทำเนียบ เลขาศูนย์พิทักษ์ ยันพร้อมพบตร.

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ก.พ. 2559 07:40
5,304 ครั้ง


2 บิ๊ก คสช. “เจี๊ยบ-โด่ง” มั่นใจไร้การเคลื่อนไหวของกลุ่มสงฆ์มายังทำเนียบรัฐบาล จากเหตุขัดแย้งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ เชื่อว่าพระสงฆ์มีวินัย แต่ก็ให้ ตร.-ทหารเตรียมพร้อมรับเหตุ ขณะที่ “พระเมธีธรรมาจารย์” น้อมรับหากมีหมายเรียกจะไปชี้แจงกรณีนัดรวมตัวที่พุทธมณฑลเมื่อ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมแจงเหตุผลทำไมไทยต้องมีสมเด็จพระสังฆราช อันเปรียบเสมือนประมุขสงฆ์

จากกรณีที่มีกระแสข่าวพระและเครือข่ายสงฆ์อาศัยช่วงจัดกิจกรรมทางศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา วันที่ 22 ก.พ. นัดแนะเตรียมยกขบวนมาทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงสังฆามติจากเหตุรัฐบาลยังไม่นำชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม. ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นทูลเกล้าฯ

เพื่อโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ยังคาราคาซังอยู่ในขณะนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 22 ก.พ.หลังได้รับการเปิดเผยจาก พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ทราบข่าวจากสื่อ แต่เชื่อว่าพระสงฆ์มีวินัย ที่ผ่านมารัฐบาลได้พูดคุยและแก้ไขปัญหาไปแล้วน่าจะมีความเข้าใจ หากยอมรับและเคารพกฎกติกาก็อยู่ด้วยกันได้อย่างสบาย เราเองปฏิบัติตัวตามพระสงฆ์ ถือศีล 5 ฉะนั้นคิดว่าท่านน่าจะเข้าใจ พระสงฆ์ในประเทศมีจำนวนมาก ที่เห็นทำกิจกรรมรวมตัวกันก่อนหน้านี้มีนิดเดียว เป็นช่วงเวลาสั้นๆ และได้เลิกราไป ตนคงไม่มีอะไรฝากถึงกลุ่มพระที่อาจออกมาเคลื่อนไหว เพราะส่วนใหญ่พระเป็นคนสอน นโยบายของนายกฯ อะไรขัดแย้งกันอยู่ก็เดินหน้าลำบาก ถ้าทุกคนคิดดีทำดีสิ่งดีๆ ก็จะเข้ามาหาตัวเรา แต่ถ้าคิดเรื่องที่ไม่ดี จะดึงดูดเรื่องไม่ดีมาหาตัว

เช่นเดียวกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และสมาชิก คสช. ที่กล่าวว่า คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนของ คสช.ที่ดูแลพื้นที่พุทธมณฑลนั้นก็มีความระมัดระวัง แต่เป็นเรื่องของการดูแลให้ประชาชนมีความสะดวกมากกว่า และดูแลเรื่องการผ่านเข้า-ออกของประชาชน ตนไม่อยากให้มีสิ่งต่างๆ มาแอบแฝงแทรกความบริสุทธิ์ที่จะมีการประกอบพิธีทางศาสนา แต่คิดว่าทุกอย่างคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะกิจกรรมที่พุทธมณฑลถือเป็นกิจกรรมที่ดี และรัฐบาลก็ส่งเสริมการดำเนินการกิจกรรมทางศาสนา

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกระแสข่าวดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาล เตรียมความพร้อมรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ได้เตรียมความพร้อมในที่ตั้งรองรับเหตุบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกัน นายชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีกลุ่มพระสงฆ์นัดรวมตัวกันวันที่ 22 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชากันที่พุทธมณฑล และสนามหลวง ก่อนจะไปรวมตัวกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อแสดงสังฆมติ ว่าสถานการณ์ที่พุทธมณฑลปกติเรียบร้อย ตั้งแต่ช่วงเช้ามีพุทธศาสนิกชนมาใส่บาตรพระสงฆ์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีพระสงฆ์ 1,250 รูป มาปฏิบัติธรรม และในช่วงเย็นเวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา บริเวณองค์พระประธานพุทธมณฑล โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทราบมาว่าในวันที่ 23 ก.พ.จะมีการออกหมายเรียก กรณีการจัดรวมตัวปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ที่พุทธมณฑล เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา หากมีหมายเรียกมาจริงก็พร้อมที่จะไปชี้แจงรายละเอียด ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีสมเด็จพระสังฆราชก็ได้ ให้ปกครองกันเองตามพระธรรมวินัยนั้น ขอชี้แจงว่าก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า ธรรมวินัยที่ตถาคตตรัสไว้แล้ว จะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย หมายถึงให้พุทธบริษัทยึดถือปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ขณะเดียวกัน พระองค์ไม่ได้ทรงห้ามไม่ให้มีหัวหน้าสงฆ์ ภายหลังที่พระองค์ปรินิพพานไปแล้ว พระมหากัสสปเถระก็ได้เป็นประธานสงฆ์ในการสังคายนาครั้งที่ 1 เหตุจากที่พระชรารูปหนึ่งกล่าวจาบจ้วงพระพุทธองค์และพระธรรมวินัย หลังจากนั้นพระสงฆ์สาวกช่วยกันประกาศเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น เห็นได้ว่าความจำเป็นของการมีหัวหน้า ประมุข ประธานสงฆ์นั้น มีความจำเป็นในแง่การบริหาร การจัดการองค์กร เพื่อประสิทธิผลในการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา

เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ กล่าวด้วยว่า สมเด็จพระสังฆราชของไทยได้รับการยอมรับ เคารพ นับถือ จากประมุขสงฆ์ทั่วโลก เพราะชาวพุทธทั่วโลก ต่างยกให้ไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก สมเด็จพระสังฆราชของไทยจึงเปรียบเสมือนสังฆราชของประมุขสงฆ์และชาวพุทธทั่วโลก หากรัฐบาลปล่อยให้ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบคือ 1.ประมุขสงฆ์และชาวพุทธทั่วโลก จะเกิดข้อสงสัยในศรัทธา และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยที่มีต่อคณะสงฆ์ไทย 2.การปล่อยให้เรื่องนี้ยาวนานออกไป จะหล่อเลี้ยงกระแสแห่งความขัดแย้ง มีแต่จะทำให้สังคมสงฆ์อ่อนแอไปเรื่อยๆ และนำพาความขัดแย้งมาสู่สังคมไทย ดังนั้นได้โปรดดำเนินการตามกฎหมายและจารีตประเพณี ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามบานปลายใหญ่โตกว่านี้ แล้ววันนั้นมันจะสายเกินแก้

ด้านคดีรถโบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯ ถึงกระแสข่าวที่ว่าวัดปากน้ำฯ ไม่ยินยอมให้ดีเอสไอเข้ามาอายัดรถเบนซ์โบราณคันที่เกิดปัญหานั้น ยืนยันว่าเมื่อดีเอสไอหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมีหนังสือแจ้งมาอย่างไร ทางวัดพร้อมปฏิบัติตาม หากดีเอสไอจะเข้ามาขออายัดรถเพื่อเป็นของกลางก็ยินดีให้ดำเนินการ เพียงแต่ขณะนี้หนังสือดังกล่าวยังไม่ได้มีมาถึงวัดอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า จะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีรถหรูสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง วันที่ 23 ก.พ.นี้ โดยมีประเด็นประชุมเรื่องการประสานกับสมเด็จช่วง และฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯ ในประเด็นติดต่อขอสอบปากคำสมเด็จช่วง เพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่เบื้องต้นพบว่าผิดกฎหมายทุกขั้นตอนและผู้เกี่ยวข้องจะมีความผิดหลายข้อหาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับรถเบนซ์ของ กลางนั้น ดีเอสไอคงจะรอดูท่าทีของสมเด็จช่วงก่อนโดยจะยังไม่เข้าไปอายัดรถเบนซ์ในสัปดาห์นี้ ดีเอสไอจะให้ฝ่ายสมเด็จช่วง ติดต่อประสานแจ้งความประสงค์มายังดีเอสไอเองว่าต้องการจะให้เจ้าหน้าดีเอสไอไปนำรถของกลางมาจากวัดหรือทางวัดจะเป็นผู้นำรถเบนซ์มามอบให้ดีเอสไอ โดยให้เวลาติดต่อมาภายในสัปดาห์นี้เท่านั้น หากยังไม่ประสานมา จึงจะเป็นผู้ดำเนินการอายัดรถดังกล่าวเองในสัปดาห์ถัดไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    29.6%
  • ไม่ชอบ
    21.1%
  • สนุก
    37.0%
  • ประหลาดใจ
    2.6%
  • เสียใจ
    7.1%
  • ให้กำลังใจ
    2.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement