คลังคิดดอก 0.01% สู้ภัยแล้ง ธ.ก.ส.ชง ครม.ไฟเขียวอุ้มชาวนาแสนราย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คลังคิดดอก 0.01% สู้ภัยแล้ง ธ.ก.ส.ชง ครม.ไฟเขียวอุ้มชาวนาแสนราย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ก.พ. 2559 06:01
2,259 ครั้ง


ธ.ก.ส.ทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน ดอกเบี้ย 0.01% เสนอ ครม.กู้วิกฤติภัยแล้งหวังการปรับเปลี่ยนการผลิต มั่น ใจเกษตรกรภาคกลางตั้งแต่ลุ่มเจ้าพระยาถึงแม่กลองกว่า 1 แสนคนสมัครเข้าร่วมโครงการ พร้อมออกมาตรการชุดที่ 2 ฉีดเงิน 7.2 หมื่นล้าน ปล่อยกู้โครงการ 1 ตำบล 1 SME แห่งละ 20 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 ก.พ.นี้ กระทรวงการคลังโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเสนอ “โครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้ภัยแล้ง” หลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รายงานว่า จะเกิดภัยแล้งต่อเนื่องในปี 2559 โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวม 26 จังหวัด ซึ่งจะเป็นพื้นที่งดเพาะปลูก 10.70 ไร่ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 476,000 ราย

ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงได้เสนอมาตรการช่วยเหลือและจูงใจให้เกษตรกรมีอาชีพเสริม และการปรับเปลี่ยนการผลิตในช่วงฤดูแล้งรวมทั้งการให้ความสนับสนุนการตลาดรองรับอาชีพเสริม โดยอาชีพเสริมของเกษตรกรจะต้องสอดคล้องกับทรัพยากรในท้องถิ่น เพื่อให้การแปรรูปสินค้าเกษตรสามารถพัฒนาเป็นอาชีพเสริมได้อย่างยั่งยืน และยังส่งผลให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ กระทรวงการคลังจึงเห็นควรที่รัฐบาลผลักดันเรื่องดังกล่าว โดยให้เกษตรกรเรียนรู้แนวทางการทำเกษตรแนวใหม่แบบผสมผสานเพื่อให้เกิดกระบวนการผลิตที่หลากหลาย มีการกระจายความเสี่ยงผ่านระบบการจ้างผลิต ซึ่งจะทำให้เกษตรกรไม่เป็นหนี้สินในลักษณะของพันธะสัญญา (Contract Farming) กับชุมชน โดยให้ดำเนินการในรูปแบบของการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างรัฐและประชาชนภายใต้แนวคิด “ประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนเข้มแข็ง”

ทั้งนี้ ธ.ก.ส.คาดว่า จะมีเกษตรกรเข้าร่วมในโครงการนี้ ประมาณ 100,000 ราย โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย กลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส. กลุ่มอาชีพหรือวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพและอยู่ในพื้นที่ประสบวิกฤติภัยแล้ง โดย ธ.ก.ส.ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในโครงการนี้ 15,000 ล้านบาท กำหนดปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 3 ล้านบาท กำหนดคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.59-ธ.ค.61 รวมระยะเวลา 3 ปี โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ ธ.ก.ส.ในอัตราดอกเบี้ย 3.5% เป็นวงเงิน 525 ล้านบาท ปีที่ 1 ชดเชย 160 ล้านบาท ปีที่ 2 ชดเชย 200 ล้านบาท และในปีที่ 3 ชดเชย 165 ล้านบาท

สำหรับแนวทางการดำเนินโครงการ ได้มอบหมายให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางและบูรณาการในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ส่วนราชการและสถาบันการศึกษา โดยจะมีตลาดรองรับก่อนเริ่มการผลิต และเน้นการผลิตที่ให้ผลตอบแทนเร็วและได้มาตรฐานคุณภาพตามต้องการของตลาด

โดยคาดว่าเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนี้ ประมาณ 100,000 ราย จะมีรายได้เสริมช่วงวิกฤติภัยแล้ง 3,500-15,000 บาท/ไร่/ราย/รอบการผลิต ทำให้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่ม มีเงินทุนในการพัฒนาสวัสดิการของชุมชน ก่อให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และยังเป็นการปรับแนวคิดในการผลิตของสมาชิกในชุมชนและสามารถนำไปขยายผลสู่การปรับโครงสร้างการผลิตในภาพรวม

นอกจากนี้ ธ.ก.ส.โครงการ “สินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตรเพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย” โดยใช้วงเงินในการปล่อยกู้ประมาณ 72,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี ระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 7 ปี โดยมีวงเงินกู้รายละไม่เกิน 20 ล้านบาท และห้ามนำเงินกู้ก้อนนี้ ไปใช้หนี้คืนเงินกู้เดิม หรือรีไฟแนนซ์ โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการภาคการเกษตรที่ดีให้มีความเข้มแข็งและเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน 2.การสนับสนุนให้เกษตรกรปรับตัวเป็นผู้ประกอบการภาคเกษตร มีความสามารถในการบริหารและจัดการธุรกิจด้วยตัวเองหรือกลุ่ม 3.สนับสนุนนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร และ 4.ยังเพิ่มรายได้ก่อให้เกิดการจ้างงานในภาคชนบทมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะครอบคลุมการพัฒนากระบวนการผลิต การรวบรวมการแปรรูปและกระบวนการต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าตลอดห่วงโซ่ที่สู่เกษตรยั่งยืนที่เป็นเกษตรรูปแบบใหม่ รักษาสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม พลังงานสะอาดและอาหารปลอดภัย เป็นต้น

โดยโครงการนี้ ธ.ก.ส.จะประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสิน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย รวมถึงสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สภาเกษตรแห่งชาติ เพื่อร่วมกันคัดกรอง SME เกษตรกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพในโครงการ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement