ป่าไม้จับ‘รีสอร์ต’ บุกรุก-ป่าสงวน! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ป่าไม้จับ‘รีสอร์ต’ บุกรุก-ป่าสงวน!

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ก.พ. 2559 04:30
5,586 ครั้ง


ยึดที่รอบอ่างเก็บน้ำ มาสร้างบ้าน-หรูหรา แจ้งดำเนินคดีหมด!

เจ้าหน้าที่ป่าไม้สนธิกำลังทหาร ตำรวจ บุกจับรีสอร์ต-บ้านหรูบุกรุกพื้นที่ป่าริมอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย อ.บ้านคา จ.ราชบุรี จำนวน 10 แปลง พื้นที่ 114 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้าง 56หลัง ในจำนวนนี้มีรีสอร์ต 3 แห่งกับบ้านหรูบนเนินเขาริมอ่างเก็บน้ำ ขณะเข้าตรวจจับพบเจ้าของรีสอร์ตเพียง 2 คนถูกคุมตัวส่งดำเนินคดี แจ้งข้อหามีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ป่าไม้บุกจับรีสอร์ต-บ้านหรู บุกรุกป่าครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ก.พ. นายสุรเดช อัครราช ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) นายสุชาติ บัวบาง หน.ฝ่ายป้องกันรักษาป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) นายมนตรี โภคานิตย์ ปลัดป้องกัน อ.บ้านคา จ.ราชบุรี สนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ ชุดประสานงานพื้นที่ กรมพัฒนาที่ 1 เจ้าหน้าที่ชลประทานราชบุรี สำนักชลประทานที่ 13 ตำรวจ สภ.บ้านคา ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. รวมกว่า 50 คน เข้าตรวจสอบการบุกรุกที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมู่ 4 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี หลังจากมีการร้องเรียนไปยังกรมป่าไม้ว่า มีการบุกรุกป่าในพื้นที่อ่างเก็บน้ำและรอบๆ อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย รวมถึงมีการสร้างบ้านพักอาศัยและรีสอร์ตจำนวนมาก

นายสุรเดช อัครราช ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กล่าวว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนจากราษฎรว่า พื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคยมีการบุกรุกสร้างรีสอร์ตหรูผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือน มิ.ย.58 พบว่า มีผู้บุกรุกทั้งหมด 29 แปลง อยู่ในพื้นที่ของหลายหน่วยงาน วันนี้จึงเข้ามาดำเนินการเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกรมป่าไม้ก่อนจำนวน 10 แปลง พื้นที่ ประมาณ 114 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้าง 56 หลัง กรมป่าไม้ จะเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำทั้งหมด

จุดแรกที่ไร่สิงหะ ปลูกเป็นบ้านพักหรูทรงโบราณบนเนินเขาริมอ่างเก็บน้ำ ในเนื้อที่ 6 ไร่ ขณะเข้าตรวจยึดไม่พบเจ้าของบ้าน พบเพียงผู้ดูแลจึงลงบันทึกตรวจยึดไว้ พร้อมแจ้งให้เจ้าของบ้านไปรับทราบข้อกล่าวหา จุดที่ 2 รีสอร์ตเพลินชมดาว เนื้อที่ 10 ไร่ ของนายวิสุทธิ แสวงกริยากิจ อายุ 78 ปี จุดที่ 3 รีสอร์ตมะหาดไทยธาราโฮมสเตย์ เนื้อที่ 4 ไร่ ของนางลาวัลย์ โรบี้ ไม่ทราบอายุ จุดที่ 4 รีสอร์ตระเบียงหมอก ของนางนิภา พจน์พร-พิทักษ์ อายุ 65 ปี เนื้อที่ 6 ไร่ ปลูกอยู่ในหุบเขา นอกจากนี้ ยังเข้าตรวจยึดดำเนินคดีกับพื้นที่อีก 6 แปลงบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย จากการตรวจสอบเอกสารสิทธิการถือครองที่ดินทั้งหมดพบว่ามีเพียงใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) เท่านั้น จึงแจ้งข้อหามีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 ฐานยึดถือครอบครอง เข้าทำประโยชน์ หรือก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านคา ดำเนินคดี

สำหรับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าทั้ง 10 แปลงที่ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ดำเนินคดีครั้งนี้ พบเพียง 2 คนคือ นายวิสุทธิ แสวงกริยากิจ เจ้าของรีสอร์ตเพลินชมดาว และนางนิภา พจน์พรพิทักษ์ เจ้าของรีสอร์ตระเบียงหมอก ทั้ง 2 คนถูกคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.บ้านคา ส่วนเจ้าของไร่สิงหะที่ปลูกบ้านหรูบนเนินเขาริมอ่างเก็บน้ำ และนางลาวัลย์ โรบี้ เจ้าของรีสอร์ตมะหาดไทยธาราโฮมสเตย์ รวมทั้งผู้ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอีก 6 แปลงยังไม่พบตัว อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจจับรีสอร์ต 3 แห่งที่บุกรุกพื้นที่ป่า มีลูกค้าที่เข้าพักอยู่ในรีสอร์ตบางส่วนออกมาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ารีสอร์ตที่พักอยู่กระทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้สั่งให้ลูกค้าออกจากรีสอร์ต แต่ได้สั่งเจ้าของรีสอร์ตให้หยุดดำเนินกิจการหลังจากนี้ไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    71.6%
  • ไม่ชอบ
    9.3%
  • สนุก
    3.7%
  • ประหลาดใจ
    5.6%
  • เสียใจ
    6.2%
  • ให้กำลังใจ
    3.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement