เปิดปูมโต๊ะเล็ก 'ช้างศึก' สู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ฟุตซอลโลก 5 สมัยซ้อน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เปิดปูมโต๊ะเล็ก 'ช้างศึก' สู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ฟุตซอลโลก 5 สมัยซ้อน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ก.พ. 2559 06:00
63,070 ครั้ง


รูดม่านปิดฉากเรียบร้อยแล้วในศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2016 เพื่อคัดเอา 5 ยอดทีม เข้าไปร่วมโม่แข้งในศึกฟุตซอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศโคลอมเบีย ซึ่งถึงแม้ทัพโต๊ะเล็ก "ช้างศึก" จะไปไม่ถึงฝั่งฝันในรอบชิงชนะเลิศ แต่อย่างน้อยก็ยังคว้าอันดับ 3 เป็นรางวัลปลอบใจได้...    

นับตั้งแต่สยามประเทศรู้จักกับคำว่า "ฟุตซอล" หรือฟุตบอลโต๊ะเล็ก รวมถึงส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในระดับเอเชียเมื่อปี 1999 บนดินแดนเสือเหลือง ก็สามารถพัฒนาอย่างรุดหน้าจนกระทั่งคว้าตั๋วลุยรายการในระดับโลกได้อย่างต่อเนื่องถึง 5 สมัยติดต่อกัน รวมทั้งก้าวขึ้นมายืดอกได้อย่างภาคภูมิในระดับเอเชีย

และก่อนที่ศึกฟุตซอลโลก 2016 จะเริ่มขึ้นในระหว่างวันที่ 10 กันยายน ถึง 1 ตุลาคมนี้ ที่ประเทศโคลอมเบีย ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปย้อนรอยให้ได้ทราบในแต่ละครั้งว่า ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยมีเส้นทางอย่างไรบ้างในรอบคัดเลือก และการต่อกรกับยอดทีมของโลกทั้ง 4 ครั้งก่อนหน้านี้เข้มข้นแค่ไหน

ปี 2000 หักด่านซามูไรสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

หลังจากตกรอบแรกในศึกชิงเจ้าเอเชียเมื่อปี 1999 เพราะความด้อยประสบการณ์ ไม่นานทีมชาติไทย ซึ่งมี "โค้ชน้อย" บงการ พรหมผุย ก็สร้างทีมขึ้นมาด้วยการคัดเลือกนักเตะสนามใหญ่ที่มีทักษะดี และติดธงมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น "น้าโหด" สมศักดิ์ คำมณี, พัทยา เปี่ยมคุ้ม, นิรุจน์ สุระเสียง, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, วิลาศ น้อมเจริญ, ยุทธนา พลศักดิ์, อนุชา มั่นเจริญ, ขวัญชัย เฟืองประกอบ เป็นต้น

ตำนานฟุตซอลไทย "อนุชา มั่นเจริญ"

ซึ่งด้วยการที่ได้เปรียบในเรื่องของเสียงเชียร์ ทำให้ขุนพลโต๊ะเล็กไทยเล่นกันได้อย่างฮึกเหิมมากยิ่งขึ้นเมื่อเล่นในบ้าน ถึงแม้ว่านัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มจะพ่ายต่อ คาซัคสถาน ไปแบบหวุดหวิด 4-3 แต่ในอีก 2 นัดต่อมาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างสะใจกองเชียร์ ด้วยการไล่ต้อน สิงคโปร์ 11-3 และพลิกชนะ "โสมขาว" เกาหลีใต้ 8-4 ลอยลำเข้าสู่รอบตัดเชือกไปพบเต็งหามอย่าง อิหร่าน    

"โค้ชน้อย" บงการ พรหมผุย กุนซือผู้พาโต๊ะเล็กไทยก้าวสู่ระดับโลกครั้งแรก

และด้วยความอ่อนประสบการณ์และชั้นเชิงที่เป็นรอง ทำให้โดนแชมป์ตลอดกาลสอนเชิงไป 8-2 ต้องลุ้นตั๋วใบสุดท้ายกับญี่ปุ่นในนัดชิงที่ 3 ซึ่งแฟนๆ ในสนามกีฬานิมิบุตร ก็ได้เฮอย่างสุดเสียง เมื่อสามารถคว่ำโต๊ะเล็กจากแดนปลาดิบไปได้ 8-6 ตามหลัง อิหร่าน และ คาซัคสถาน เข้าสู่ฟุตซอลโลกสมัยแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ    

และในรอบสุดท้ายที่กัวเตมาลา ทีมชาติไทยมีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้นคือการไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และสู้อย่างสุดความสามารถ ซึ่งผลการจับสลากอยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ อุรุกวัย, อียิปต์ รวมถึง เนเธอร์แลนด์ และแพ้ไปตามความคาดหมาย 3 นัดรวด เสีย 17 ประตู ยิงคืนได้เพียง 2 ลูก แต่ในทางกลับกัน เหล่านักเตะและทีมงานต่างได้ความรู้กลับมาแบบเต็มสองกระเป๋าเลยทีเดียว

ปี 2004 ตะลุยฝันกับชัยชนะแรกบนเวทีโลก 

ในปี 2004 ทีมชาติไทยมาด้วยความฝันที่ใหญ่ขึ้น รอบคัดเลือกที่มาเก๊า ไทยอยู่ร่วมสาย ดี กับ จีน, มาเลเซีย และหมู่เกาะกวม ซึ่งในชุดนี้ยังคงมีตัวเก๋ายืนพื้นจากครั้งที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น "พ่อมดฟุตซอลเมืองไทย" อนุชา มั่นเจริญ, พัทยา เปี่ยมคุ้ม รวมถึงบรรดาแข้งที่น่าจับตามองอย่าง เศรษฐกรชัย ชื่นตา หรือ สมคิด ชื่นตา นายทวารจอมลีลา, พงษ์ศักดิ์ คงแก้ว และ ภานุวัฒน์ จันทา     

"เลิศชาย อิศราสุวิภากร" ดวลกับขุนพลบราซิลในศึกชิงแชมป์โลก 2004

ด้วยสายที่ไม่หนักมาก รอบแรกถลุงเพื่อนร่วมสายไปถึง 36 ประตู เสียเพียงแค่ 4 ลูก เข้าสู่รอบ 2 ในฐานะจ่าฝูงของกลุ่ม ไปดวลกับ เลบานอน ซึ่งทัพโต๊ะเล็กไทยขยี้ทัพเลบานีสเรียกความมั่นใจไปได้แบบสบายเท้า 9-3 ก่อนชนคู่ปรับเก่าอย่าง อิหร่าน ซึ่งก็เป็นไปตามคาด พ่ายแบบขาดลอย 6-1 ทำให้ต้องหล่นมาลุ้นตั๋วใบสุดท้ายกับ อุซเบกิสถาน และช้างศึกโต๊ะเล็กที่มีเหลี่ยมบอลดีกว่าชัดเจน สอยเพื่อนร่วมทวีปไปเบาะๆ 3-1 ทะยานสู่ฟุตซอลโลกเป็นสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ    

โดยในศึกฟุตซอลโลก 2004 ที่ไต้หวัน "บิ๊กป๋อม" อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการทีมตั้งเป้าหมายให้สูงกว่าเดิมจากครั้งที่แล้ว เมื่อต้องพยายามเก็บชัยชนะให้ได้สักนัด และก็สามารถทำสำเร็จกำราบ "ออสซี่" ออสเตรเลีย ซึ่งในขณะนั้นยังอยู่ในโซนโอเชียเนีย ไปได้อย่างสนุก 3-2     

นักฟุตซอลทีมชาติไทยชุดคว้า 3 แต้มแรกในปี 2004 ที่ไต้หวัน ด้วยการเอาชนะ ออสเตรเลีย 3-2

ถึงแม้จะแพ้ต่อสาธารณรัฐเช็กไปแบบได้ลุ้น 2-1 และโดน บราซิล สอนเชิงอีกครั้ง 9-1 แต่นั่นคือการไต่บันไดในระดับโลกอย่างมั่นคง รวมถึงยืดอกต่อชาวโลกได้ว่า "ทีมชาติไทย" ไม่ใช่ทีมไม้ประดับในฟุตซอลโลกอีกต่อไป

ปี 2008 เป้าหมายคือรอบน็อกเอาต์เท่านั้น !!!     

หลังจากสถาปนาตัวเองขึ้นมาทีมหัวแถวของเอเชียได้อย่างเต็มขั้น ทีมโต๊ะเล็กไทยก็พยายามเดินหน้าประกาศศักดาบนเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการผสมที่ลงตัวของขุมกำลัง ไม่ว่าจะเป็น ภานุวัฒน์ จันทา, เลิศชาย อิศราสุวิภากร, พงษ์ศักดิ์ คงแก้ว, สุรพงษ์ ทมพา, โจ้ เนื่องเกิด, ประเสริฐ อินนุ้ย, อนุชา มั่นเจริญ และ "แฝดนรก" เอกพงษ์-เอกพันธ์ สุรัตน์สว่าง    

"ประเสริฐ อินนุ้ย" ขุนพลโต๊ะเล็กไปเจเนอเรชั่นที่ 2

ในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ซึ่งจัดแข่งขันกันที่ประเทศไทย ทุกอย่างเข้าทางอย่างเป็นใจ "ทัพโต๊ะเล็ก" อยู่ในสาย เอ ร่วมกับ อิรัก, อินโดนีเซีย และ คีร์กีซสถาน ซึ่งเก็บชัยได้ครบทั้ง 3 นัดไม่มีพลาด ยิงไป 15 ลูก และเสียเพียงลูกเดียวเท่านั้นให้กับ คีร์กีซสถาน ทีมอันดับที่ 2 ของกลุ่ม     

ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอาชนะน้องใหม่ของทวีปอย่าง ออสเตรเลีย ที่เพิ่งย้ายมาสังกัดเอเอฟซี ไปได้แบบไม่วุ่นวายใจนัก 5-3 และในรอบตัดเชือกถล่ม จีน 7-3 ลอยลำสู่รอบชิงดำพบคู่ปรับตลอดกาล อิหร่าน ซึ่งถึงแม้จะได้เล่นในบ้านบนสังเวียนคว้าตั๋วครั้งแรกอย่าง อาคารนิมิบุตร แต่ก็ไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของคู่ปรับแห่งเปอร์เซียได้ พ่ายไป 4-0 จบรอบคัดเลือกในฐานะรองแชมป์เอเชียเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์    

ในการแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิล เป็นครั้งแรกที่ฟีฟ่าเพิ่มโควตาทีมจาก 16 เป็น 20 ทีม และ "ทีมชาติไทย" ถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างแข็ง อุดมไปด้วยทีมเต็งทั้ง บราซิล (เจ้าภาพ), โปรตุเกส, อิตาลี และสหรัฐอเมริกา ทำให้เป้าหมายในการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ค่อนข้างเลือนราง    

"ภานุวัฒน์ จันทา" กัปตันทีมชาติไทยชุดชิงแชมป์โลก 2008 ที่บราซิล

ถึงแม้จะเอาชนะ สหรัฐอเมริกา อดีตรองแชมป์โลกปี 1992 ไปได้ 5-3 แต่นัดที่เหลือพ่ายเรียบต่อ อิตาลี 1-0, ปารากวัย 8-0 และ โปรตุเกส 3-2 ต้องจบความหวังไว้เพียงแค่รอบแรกเช่นเคย

ปี 2012 ภารกิจพิชิตเป้าหมายบนแผ่นดินเกิด    

ผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงทีมบริหาร เมื่อ "บิ๊กป๋อม" ไม่ได้ทำทีมฟุตซอลอีกต่อไป รวมถึงเหล่านักเตะก็กลายเป็นสายเลือดใหม่แทบจะยกชุด พร้อมกับปรมาจารย์ฟุตซอลโลก และหนึ่งในวิทยากรโต๊ะเล็กระดับชั้นนำของฟีฟ่าอย่าง วิคเตอร์ เฮอร์มัน ที่เข้ามาสานต่องานของ ปูลปิส โค้ชหนุ่มชาวสเปนที่ประกาศเปิดหมวกลาโต๊ะเล็กไทยไปก่อนหน้านี้  

และแม้จะได้รับการการันตีโควตาแน่นอนแล้วในศึกชิงแชมป์โลก 2012 ในฐานะเจ้าภาพ แต่มีคำถามตัวโตในใจแฟนๆ ว่าเด็กใหม่เหล่านี้จะทำได้ดีแค่ไหนกับภารกิจระดับโลก ซึ่งในรอบคัดเลือกพวกเขาก็พิสูจน์ตัวเองได้ดีเกินคาด เพราะในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2012 รอบแรก เก็บชัยชนะได้ครบทั้ง 3 เกม เหนือเพื่อนร่วมสาย ไม่ว่าจะเป็น ชนะ ยูเออี เจ้าภาพ 4-2, ชนะคีร์กิซสถาน 2-0 และ ชนะเติร์กเมนิสถาน 5-1 ลอยลำเข้าสู่รอบ 8 เบียด เลบานอน ไป 5-3 และคว่ำเอาชนะ อิหร่าน เป็นครั้งแรกในช่วงท้ายเกมอย่างสุดมัน 5-4 ตบเท้าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบกับ ญี่ปุ่น ซึ่งด้วยเคี่ยวข้นของประสบการณ์ในเกมที่ยังเป็นรองอยู่ ทำให้พ่ายไป 6-1

โฉมหน้าขุนพลทีมชาติไทยชุดฟุตซอลโลก 2012

ส่วนในช่วงของการชิงแชมป์โลก 2012 ที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มทีมเป็น 24 ทีม ทัพโต๊ะเล็กของไทยถูกจับให้อยู่ในสาย เอ ร่วมทีม ยูเครน, ปารากวัย และ คอสตาริกา ผลปรากฏว่า ทีมชาติไทย สามารถสานฝันได้สำเร็จด้วยการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้เป็นครั้งแรก ด้วยการเป็นอันดับที่ 3 ที่ดีที่สุด 1 ใน 4     

และถึงแม้ว่าจะถูกหยุดเส้นทางล่าฝันไว้เพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยน้ำมือของทัพกระทิงดุ ทีมชาติสเปน เต็งแชมป์ตลอดกาล แต่นั่นก็เปรียบเหมือนกับมาตรฐานใหม่ของทีมชาติไทยไปโดยปริยาย ที่ต้องพยายามทำให้ได้อีกครั้งในอีก 4 ปี ข้างหน้า   

ปี 2016 พร้อมไล่ความสำเร็จทิ้งทวน "โค้ชวิค" ที่โคลอมเบีย    

ถึงแม้จะไปได้ไกลสุดเพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น ในศึกชิงแชมป์เอเชียเมื่อปี 2014 แต่ทีมโต๊ะเล็กช้างศึกกลับได้เป็นหนึ่งในทีมวางในโถที่ 1 ก่อนการจับสลากแบ่งสาย เพราะ คูเวต โดนฟีฟ่าแบน ทำให้ไม่มีสิทธิ์ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน จนในที่สุด ไทย จึงส้มหล่นไปแบบเต็มๆ     

"อาร์ม" ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง คีย์แมนคนสำคัญในการลุยศึกชิงแชมป์โลก 2016

โดยในรอบแรกได้เป็นทีมวางในสาย ซี และเพื่อนร่วมสายก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของ วิคเตอร์ เฮอร์มัน และลูกทีมมากนัก ถึงแม้จะฝืดบ้างในเกมแรกที่เอาชนะ ทาจิกิสถาน แบบหวุดหวิด 5-4 แต่อีกสองนัดที่เหลือยังเอาตัวรอดไว้ได้จากการถลุง ไต้หวัน 7-2 และเฉือน เวียดนาม 3-1    

"วิคเตอร์ เฮอร์มัน" กำลังจะกลายเป็นอดีตกับทีมชาติไทยหลังจบฟุตซอลโลก 2016

จากนั้นในรอบน็อกเอาต์ฟอร์มเริ่มกลับมาเข้าที่อีกครั้ง เมื่อสามารถไล่ต้อน ออสเตรเลีย 6-1 แต่ต้องมาแพ้เจ้าภาพ อุซเบกิสถาน ในช่วงดวลจุดโทษ 3-1 ชวดเข้าชิงชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย และในนัดชิงที่ 3 โชว์ฟอร์มด้วยการไล่ถลุงนักเตะโต๊ะเล็กสกุลเหงียนไปแบบสบายๆ 8-0 ส่งท้ายทัวร์นาเมนต์ พร้อมกับการประกาศลงจากหลังช้างศึกของกุนซือเก๋าประสบการณ์อย่าง วิคเตอร์ เฮอร์มัน ที่พร้อมเปิดหมวกอำลาทีมชาติไทยอย่างแน่นอน หลังจบศึกชิงแชมป์โลกปลายปีนี้    

โลโก้ฟุตซอลโลก 2016 ที่โคลอมเบีย

ต้องมาคอยติดตามกันว่า ทัพนักเตะทีมชาติไทยที่เป็นนักเตะพลังหนุ่มในชุดนี้ จะไปได้ไกลแค่ไหนในการชิงแชมป์ฟุตซอลโลก 2016 รอบสุดท้ายที่โคลอมเบีย หลังจากผู้เล่นคนสำคัญอย่าง "กัปตันช้าง" กฤษฎา วงศ์แก้ว สลัดอาการบาดเจ็บกลับมานำทัพอีกครั้ง ซึ่งคำตอบรอแฟนบอลไทยอยู่ในช่วงเดือนกันยายนนี้.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    82.9%
  • ไม่ชอบ
    4.7%
  • สนุก
    1.6%
  • ประหลาดใจ
    3.4%
  • เสียใจ
    0.7%
  • ให้กำลังใจ
    6.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement