ปิกอัพเสียหลักชนแบริเออร์ หงายท้อง เทกระจาดชาวเมียนมา เจ็บ 12 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ปิกอัพเสียหลักชนแบริเออร์ หงายท้อง เทกระจาดชาวเมียนมา เจ็บ 12

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.พ. 2559 15:46
11,254 ครั้ง


ภาพจาก มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรีและเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.สังขละบุรี ประจำจุดตรวจจุดสกัดจงอั่ว (เกริงกาเวีย)

หนุ่มเมียนมา ควบปิกอัพ พาเพื่อนร่วมชาติกลับบ้านที่สังขละบุรี เสียหลักชนแบริเออร์ขอบทาง บนทางหลวงหมายเลข 323 สาย ทองผาภูมิ – สังขละบุรี รถพลิกคว่ำหงายท้อง ครูดไปกับถนน เทกระจาดเจ็บ 12 ในจำนวนนี้สาหัส 2 เร่งสอบสาเหตุ ...

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 21 ก.พ. 59 ร.ต.ท.ประเสริฐ ใจเมือง พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่า มีรถยนต์กระบะประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ บริเวณหลัก กม.ที่ 233-234 บนทางหลวงหมายเลข 323 สาย ทองผาภูมิ – สังขละบุรี หมู่ 4 ต.ปรังเผล จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรีร่วมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากนั้น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องรุดตรวจสอบ

ปิกอัพหงายท้อง ล้อชี้ฟ้า



ที่เกิดเหตุพบ รถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ แค๊บ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ถน 5092 กทม. พลิกคว่ำ ล้อชี้ฟ้า ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 12 ราย ซึ่ง 2 ราย อาการสาหัส นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด พบทั้งหมดเป็นชาวเมียนมาเป็น ชาย 6 ราย หญิง 5 ราย และเด็กหญิง 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ ก่อนเร่งลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ส่ง รพ.ทองผาภูมิ ส่วนผู้ที่เจ็บสาหัส 2 ราย ถูกนำตัวส่งต่อ รพ.พหลพลพยุหเสนา อ.เมืองกาญจนบุรี

ข้าวของกระจัดกระจาย



สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถคันเกิดเหตุโดยสารมาด้วยกันทั้งหมด 14 คน มี นายทูล ไม่มีนามสกุล อายุ 21 ปี ชาวเมียนมา เป็นคนขับ นำผู้โดยสารทั้งหมดจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มุ่งหน้ากลับบ้านที่ อ.สังขละบุรี หลังจากทำงานเสร็จ ถึงที่เกิดเหตุที่เป็นถนนลาดชันเลียบไหล่เขา และเป็นเส้นทางคดโค้งสลับไปมา จุดเกิดเหตุเป็นทางลงเขาที่มีระบะทางยาวประมาณ 1 กม. คาดว่าคนขับ ขับรถมาด้วยความเร็ว จึงไม่สามารถควบคุมรถได้ เป็นเหตุให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ ชนแท่นปูนแบริเออร์ขอบทาง และพลิกคว่ำ แรงเหวี่ยงทำให้ตัวรถครูดไปกับพื้นถนนไกลกว่า 40 เมตร จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่งต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    2.4%
  • ไม่ชอบ
    1.2%
  • สนุก
    1.2%
  • ประหลาดใจ
    3.7%
  • เสียใจ
    73.2%
  • ให้กำลังใจ
    18.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement