ปชป. ขอ กรธ.บัญญัติเพิ่มปราบโกงให้ใช้ได้จริง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ปชป. ขอ กรธ.บัญญัติเพิ่มปราบโกงให้ใช้ได้จริง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.พ. 2559 15:00
661 ครั้ง


'องอาจ' ขอ กรธ.บัญญัติ เพิ่มปราบโกงให้ใช้ได้จริง และให้ ปชช. เข้ามามีส่วนร่วม โดยจะต้องมีระบบคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล แนะ กรธ. เก็บข้อเสนอ ครม.ข้อ 16 ใส่ลิ้นชัก ตั้ง4ข้อสังเกต ร่างเพื่อสืบต่ออำนาจหรือไม่ ...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เกี่ยวกับประเด็นการป้องกันปราบปรามการทุจริตว่า แม้ กรธ. จะร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตไว้อย่างเข้มข้น แต่อยากให้บัญญัติไว้เป็นหลักการเพื่อความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะการทุจริตจะใช้กลไกลและกฎหมายตามปกติเป็นเรื่องที่ลำบาก สิ่งสำคัญคือ การมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญนี้ยังไม่มีกลไกลที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปราบปรามการทุจริตจึงขอให้ กรธ. บัญญัติไว้เป็นหลักการ กลไกล ที่ให้ประชาชนทั้งเป็นตัวบุคคล องค์กร กลุ่มต่างๆ เข้ามีส่วนร่วมดังกล่าว โดยจะต้องมีระบบคุ้มครองประชาชนที่ให้ข้อมูล แจ้งเบาะแส หรือเป็นพยาน ต้องมีหลักประกันเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยราชการ ไม่ให้หลีกเลี่ยงหรือบิดพลิ้วต่อการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน และสร้างกลไกลการป้องกันการแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อให้มาตรการปราบโกงนั้นสัมฤทธิ์ผลได้จริง ไม่ใช่แต่ตัวหนังสือที่ไม่สามารถปฏิบัติได้

นายองอาจ กล่าวต่อ ถึงข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อ กรธ. ในการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ16 ข้อ โดยเฉพาะข้อที่ 16 ที่ระบุให้ใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วงว่า กรธ. ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะแค่เริ่มต้นเสนอไปนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน กรธ. ก็ยอมรับว่ามึน ไม่เข้าใจ และเมื่อได้พบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามถึงเป้าหมายของข้อเสนอดังกล่าว แต่นายวิษณุกลับบอกว่า ไม่สามารถยกตัวอย่างปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร ดังนั้น ตนเห็นว่าเมื่อผู้เสนอกับผู้รับไม่สามารถลงตัวในข้อเสนอนั้นได้ กรธ. ก็ควรจะเก็บข้อเสนอนี้ใส่ในลิ้นชักดีกว่า เพราะยังไม่ทราบว่าเนื้อหาขอบเขต และบริบทของข้อเสนอจะมีแค่ไหน

นายองอาจ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า 1.เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติและประกาศใช้แล้วก็ควรจะให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าตามครรลองการปกครอง ไม่ควรจะมีการบัญญัติเนื้อหาให้ใช้รัฐธรรมนูญแบ่งเป็นสองช่วง ซึ่งคณะนี้ คสช. และรัฐบาลมีอำนาจค่อนข้างมากอยู่แล้ว หากเห็นว่ามีปัญหาอะไรก็ควรจะแก้ไข 2.การที่ ครม.อ้างว่า เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตนคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์ใดๆ ตามที่ ครม.เป็นห่วง ก็ยังมีกลไกลต่างๆ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญค่อนข้างมาก ก็สามารถวางกลไกลป้องกันสถานการณ์ที่ถึงขั้นวิกฤติได้ รวมทั้งให้อำนาจองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญไว้อยู่แล้ว จึงไม่ควรนำมาเป็นข้ออ้าง

3. การที่ ครม.อ้างว่าหลังจัดการเลือกตั้งจะมีปัญหาต่างๆ เกรงว่าประเทศจะเข้าสู่สภาวะล้มเหลวนั้น ขณะนี้ทั้ง ครม. และ คสช. ก็มีอำนาจอยู่ในมือ หากวิตกว่าเรื่องใดจะเป็นปัญหาก็ให้เร่งแก้ไขมากกว่าที่จะไปออกรัฐธรรมนูญรูปแบบพิเศษ 4.ข้อเสนอจะมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก ครม. คสช.พยายามวางกลไกลเพื่อสืบทอดอำนาจหรืออยู่ยาวในรูปแบบพิเศษต่างๆ ที่วางกลไกลไว้

“แม้แต่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังระบุว่ามีการใส่อะไรไว้ในร่างรัฐธรรมนูญจนไม่ผ่าน สปท. เพราะคงอยากจะอยู่ยาว ฉะนั้นถึงแม้ ครม.จะมีเจตนาดี แต่ข้อเสนอนี้น่าจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหาให้เป็นที่ยอมรับจากประชาชนยิ่งขึ้น ซึ่งไม่น่าจะเกิดผลดีต่อใคร ดังนั้นจึงอยากให้กรธ.ได้พิจารณาอย่างสุขุมรอบคอบ” นายองอาจ กล่าว

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในร่างของ กรธ.จะใกล้เคียงกับ คปป.หรือไม่นั้นว่า คณะกรรมการยุทธศาตร์นี้แม้จะลดความเข้มข้นลงในอำนาจหน้าที่ แต่ตนก็ไม่แน่ใจว่าขุดมุ่งหมายของผู้มีอำนาจจะคงเดิมเหมือน คปป.หรือไม่ แต่การที่จะใช้กลไกลข้าราชการมากำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินไม่น่าจะเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ของชาติมีความจำเป็นและเป็นเรื่องปกติ แต่ความผิดปกติคือความพยายามใช้สาระเนื้อหาของยุทธศาสตร์ฯ ไปสู่ยุทธศาสตร์อื่นที่ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนรวม เช่น การสืบทอดอำนาจหรือการขยายเครือข่ายกำกับควบคุมนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งมากจนเกินจำเป็น เมื่อฝ่ายการเมืองเข้าสู่การเมืองปกติก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอนโยบายสาธารณะต่อสังคม ดังนั้น ในการเสนอยุทธศาสตร์ใดๆ หากไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หรือประเทศก็ยากที่จะเกิดการยอมรับ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    7.7%
  • ไม่ชอบ
    65.4%
  • สนุก
    14.1%
  • ประหลาดใจ
    5.8%
  • เสียใจ
    7.1%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement