คนทำบุญเข้าวัดตัวชี้วัดเศรษฐกิจ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คนทำบุญเข้าวัดตัวชี้วัดเศรษฐกิจ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ก.พ. 2559 05:01
2,463 ครั้ง


ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น ผู้บริโภคยังต้องรัด เข็มขัด หาทางประหยัดรายจ่ายกันอุตลุด ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลายสาขา ยังกระทบชิ่งไปถึงพฤติกรรมการเข้าวัดเข้าวาทำบุญของคนไทย

แม้ว่าคนส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในเรื่องผลบุญที่ทำ ผลกรรมที่ได้กันอยู่ แต่ทุกวันนี้การทำบุญใส่บาตร ผู้ทำบางคนอาจต้องคิดหนักมากขึ้นจากปัจจัยภาระค่าครองชีพที่ถีบตัว รายได้ที่คงเดิม หรือเงินเท่าเดิม แต่ซื้อสินค้าได้น้อยลง สำหรับบางคน...การทำบุญจึงเกือบจะกลายเป็นเรื่องไกลตัว

“ปกติแล้วยามที่โยมมีความสุขดี มักจะไม่ค่อยเข้าวัด แต่ยามใดที่เศรษฐกิจฝืดเคือง หรือเมื่อใดที่ญาติโยมมีเรื่องทุกข์ร้อน นั่นแหละถึงจะเข้าวัดกัน นอกจากนี้ การที่คนจะเข้าวัดมากหรือน้อย ยังขึ้นอยู่กับช่วงที่เป็นเทศกาลสำคัญ ตรงกับวันอะไรด้วย”

พระครูปลัดปทุม วณโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ตั้งข้อสังเกต

ท่านพระครูฯยกตัวอย่าง ถ้าวันพระใหญ่ หรือช่วงเทศกาลตรุษจีน ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ คนมักจะเข้าไปทำบุญที่วัดแน่น แต่ถ้าตรงกับวันธรรมดาที่ต้องทำงาน จะเหลือเข้าวัดกันแค่ประปราย

ท่านพระครูฯว่าที่วัดโบสถ์นอกจากเป็นวัดพัฒนา มีทัศนียภาพโดยรอบสะอาด เป็นระเบียบ ร่มรื่น และสวยงาม อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีวังปลาหน้าวัด

ยังมี หลวงพ่อเหลือ พระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธิ์ ปางมารวิชัย สร้างสมัยอยุธยา อายุประมาณ 300-400 ปี กับ หลวงพ่อโสธร และ สมเด็จพระพุฒาจารย์โตองค์ใหญ่ ให้ผู้คนไปสักการะ ทำให้วัดโบสถ์แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดปทุมธานีไปโดยปริยาย

แต่กระนั้น ท่านพระครูฯบอกว่า ปีนี้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้จำนวนคนไปทำบุญที่วัดลดลง ยอดเงินทำบุญกับทางวัดจึงพลอยลดตามไปด้วยประมาณ 30% เทียบกับช่วงที่เศรษฐกิจดี

“ถึงยอดเงินทำบุญ และหยอดใส่ตู้รับบริจาคของทางวัดจะลดลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ทางวัดต้องเดือดร้อนกับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายซ่อมแซมสิ่งที่ชำรุดทรุดโทรมภายในวัด นอกจากนี้ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร ทางวัดก็ยังยินดีจะเป็นที่พึ่งให้แก่ญาติโยมที่มีทุกข์ร้อนเสมอ”

บุญเลิศ จันสี โฆษกของวัดโบสถ์ เสริมท่านพระครูฯว่า คนที่ไปทำบุญกับวัดแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนต่างถิ่น มาจาก กทม. นิยมไปกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อเหลือ หลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ และสมเด็จพระพุฒาจารย์โตองค์ใหญ่ จากนั้นก็ไปถวายสังฆทาน ซึ่งมีทั้งแบบที่ญาติโยมบางคนซื้อไปถวายเองหรือใช้ของทางวัด

“บางวัดกำหนดราคาสังฆทาน เช่น ถังละ 100 บาท ค่าดอกไม้ ธูปเทียน และแผ่นทองคำเปลวบูชา และผ้าไตรจีวร ชุดละเท่านั้นเท่านี้บาท แต่ที่วัดนี้ไม่กำหนดราคา สุดแท้แต่ญาติโยมจะศรัทธาบริจาคเท่าใดก็ได้ หยอดใส่ตู้บริจาคกันเอาเอง”

บุญเลิศบอกว่า ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนยาก ดี มี หรือจนแค่ไหน ถ้าอยากจะเข้าวัดไหว้พระ ทำบุญ สามารถมากันได้หมดทุกชนชั้นวรรรณะ ญาติโยมส่วนใหญ่จึงรู้สึกสบายใจที่ได้ไปทำบุญที่วัดแห่งนี้

“ไม่ต้องอะไรมาก คิดดูง่ายๆ บางคนมีเงินติดตัวมาวัดแค่ 100 บาท ถ้าทางวัดไปกำหนดให้เขาต้องซื้อสังฆทานถวาย ถังละ 100 บาท ถามว่าเขาจะเอาเงินที่ไหนเป็นค่ารถกลับบ้าน ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีร้าย หรือคนเข้าวัดน้อยลงไปสักกี่เปอร์เซ็นต์ ที่วัดนี้ก็ยังมีคนเข้าสม่ำเสมอ และอยู่ได้ไม่เดือดร้อน”

จากปทุมธานี เลยขึ้นไปสำรวจบรรยากาศกันต่อ ที่วัดแถวพระนครศรีอยุธยา

พระครูรัตนชยาทร เจ้าอาวาสวัดรัตนชัย (จีน) ตั้งข้อสังเกต ปกติช่วงที่เศรษฐกิจดี ทุกๆวันพระขึ้น 8 ค่ำ ที่วัดจีนจะมีญาติโยมไปใส่บาตร และทำบุญที่วัด วันละประมาณ 30-40 รายขึ้นไป

แต่เมื่อวันพระขึ้น 8 ค่ำครั้งล่าสุดที่ผ่านมา เหลือญาติโยมไปใส่บาตรที่วัดแค่ 7-8 คน

“สังเกตดู เวลานี้ญาติโยมที่ใส่บาตรพระยังพอมี แต่ญาติโยมที่ตั้งใจจะไปทำบุญกับทางวัด หายไปราวๆ 10% อาตมาเข้าใจดีถึงสภาพความเป็นอยู่ของญาติโยม ช่วงนี้งานใหญ่ ที่ต้องใช้เงินเป็นล้านบาท เช่น โครงการก่อสร้างเขื่อนริมท่าน้ำหน้าวัด อาตมายังไม่กล้าออกปากรบกวนญาติโยม”

ท่านพระครูฯบอกว่า กลับตาลปัตร...นอกจากสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ ทางวัดไม่กล้าออกปากรบกวนโยม แต่บ่อยครั้งที่ทางวัดกลับเป็นฝ่ายที่ต้องช่วยสงเคราะห์ญาติโยมซะเอง

“คนที่อยู่ละแวกนี้เขาจะรู้กันดีว่า ชาวบ้านที่ยากจน หลังเอาศพออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่รู้ว่าจะเอาไปตั้งสวด หรือเผาที่วัดไหน เพราะเจ้าภาพไม่มีเงิน เขาก็จะเอามาไว้กันที่วัดนี้ อาตมาถือนโยบาย ว่า บ้านช่วยวัด วัดช่วยบ้าน ถ้าโยมมีตังค์ ก็ช่วยค่าน้ำ ค่าไฟให้วัดบ้าง ถ้าไม่มี อยากจะสวดคืนเดียวแล้วเผา เราก็ทำให้ฟรี”

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจแบบเดียวกัน แต่คนละบรรยากาศ เปลี่ยนไปโฟกัสที่วัดใหญ่ชัยมงคล ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา บ้าง

พระครูพิสุทธ์บุญสาร (หลวงพ่อแก่น) เจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล บอกว่า บางวัดอาจประสบปัญหา แต่ที่วัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1900 รัชสมัยพระเจ้าอู่ทอง และมีปูชนียสถานที่สำคัญ คือ พระเจดีย์ใหญ่ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2135 ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจมากนัก

“ยอดผู้ที่เข้าวัดโดยรวม ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เทียบกับช่วงต่อช่วง ปีนี้เพิ่มจำนวนขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ว่ายอดปัจจัยทำบุญ หรือบริจาค อยู่ในภาวะทรงตัว”

หลวงพ่อแก่นบอกว่า เฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งยอดคนเข้าวัด และยอดเงินทำบุญบริจาคตามวัดต่างๆ ส่วนใหญ่ตกหมด แต่ที่วัดใหญ่ชัยมงคล กลับมียอดเงินทำบุญ และบริจาคเพิ่ม

“ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอาตมาใช้นโยบาย ทำวัดให้ดูสะอาดเพื่อให้ฆราวาสรู้สึกสุขใจทุกครั้งที่เข้าไปในวัด ประกอบกับวัดเรามีพื้นที่กว้าง แต่จัดระเบียบร้านค้า ไม่ให้ตั้งขายของบดบังภูมิทัศน์ของวัด ไม่เน้นการรดน้ำมนต์ หรือเชิญชวนคนมาทำบุญ ไม่ให้พระในวัดไปยุ่งเกี่ยวกับการปลุกเสก เลขยันต์ แต่เน้นสอนพัฒนาจิตใจคน ให้คนมาปฏิบัติธรรมแทน”

หลวงพ่อบอกว่า อาจเป็นเพราะบรรยากาศเช่นว่านี้ ทำให้ผู้ที่เข้าไปไหว้พระ ทำบุญ และเยี่ยมชมปูชนียสถานที่วัดใหญ่ชัยมงคล รู้สึกสบายใจ ไม่อึดอัด หรือไม่รู้สึกเหมือนถูกยัดเยียด ผู้คนจึงนิยมเข้าวัดนี้อย่างไม่ขาดสาย

นอกจากนี้ การที่ทางวัดตั้งเป็นสำนักวิปัสสนากรรมฐาน โดยมีหลวงพ่อเองรับหน้าที่เป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรม ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแห่งที่ 3 ทำให้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถดึงคนเข้าวัด ไม่ว่ากลุ่มนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และองค์กรต่างๆที่เข้าไปปฏิบัติธรรมภายในวัด ปีละเป็นจำนวนมาก

“อาตมาไม่เน้นการรดน้ำมนต์ หรือเชิญชวนคนมาทำบุญเหมือนบางวัด แต่จะเน้นสอนพัฒนาจิตใจคน ให้คนมาปฏิบัติธรรม และไม่ให้พระในวัดไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องปลุกเสก เลขยันต์ ทุกวันนี้ทางวัดมีรายได้จากการเก็บค่าบำรุงจากชาวต่างชาติที่มาเยี่ยมชมคนละ 20 บาท คนไทยเข้าชมฟรี เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”

ในยามที่พิษเศรษฐกิจขยายวงกว้างสู่รั้ววัด ลำพังวัดดังหรือวัดใหญ่ๆ ยังพอเอาตัวรอดกันได้อยู่ แต่ยังมีวัดในชนบทอีกหลายแห่งที่มีแต่พระจำวัดอยู่แค่วัดละ 1-2 รูป แถมบางวัดไม่เหลือพระจำพรรษาเลยสักรูป ...กลายเป็นวัดร้าง

ทุกวันนี้ญาติโยมบางคนจึงถือคติใหม่ “วันที่ชีวิตไม่ขาดทุน คือ วันที่ได้ทำบุญและให้อภัย แต่วันที่ชีวิตได้กำไร คือวันที่เราตั้งใจทำความดีก็พอ”.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    57.1%
  • ไม่ชอบ
    14.3%
  • สนุก
    7.1%
  • ประหลาดใจ
    3.6%
  • เสียใจ
    7.1%
  • ให้กำลังใจ
    10.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement